Guaifenesin กับ Carbocysteine

[2 มกราคม 2551 : 9:48:05]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
อยากทราบว่าตัวยา2ชนิดนี้อย่างไหนมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการแก้ไอกว่ากัน เนื่องจากลูกไม่สบายไอตอนกลางคืนเมื่อมีเสมหะติดลำคอตกใจตื่นขึ้นมา จึงพาไปหาหมอ หมอให้ยาแก้ไอGuaifenesin มาก็มีอาการดีขึ้นพอยาตัวนี้หมดก็ไปหาซื้อยาตามร้านขายยาทางเภสัชก็บอกว่าตัวยาCarbocysteineดีกว่า อยากทราบว่าตัวยา2ตัวนี้มีข้อแตกต่างอย่างไรและตัวยาตัวไหนน่าจะรักษาได้ดีกว่ากันและปลอดภัยกว่ากัน
จาก เป้า sys...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
ktb กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ทราบสิ่งที่ควรทราบก่อนใช้ยา
IP [ 58.64.54xxx.xxx ]

[2 ม.ค. 51 : 17:16:37] นัท piyanuttakong27@hotmail.com IP [ 125.27.2xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
สำหรับผมนั้นมองว่ายาทั้งสองตัวไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องประสิทธิภาพในการลดอาหารไอ แต่มีความต่างในเรื่องความง่ายของการรับประทาน เนื่องยาน้ำในเด็กนั้น หากรสชาติดี เด็กก็จะทานได้ง่าย

[12 ม.ค. 51 : 11:16:08] ภก.กิติศักดิ์ kitisak_rx@hotmail.com IP [ 117.47.8xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ยา2ตำรับนี้ออกฤทธิ์แตกต่างกันครับ Guaifenesin ออกฤทธิ์ขับเสมหะ(Expectorant)โดยกลไกการเพิ่มปริมาณสารน้ำในทางเดินหายใจ กระตุ้นให้มีการบีบตัวของทางเดินหายใจ เสมหะจึงถูกขับออกมาง่ายขึ้น ส่วน Carbocysteine ออกฤทธิ์ละลายเสมหะ(Mucolytic)โดยกลไกทำลายพันธะโครงสร้างของเสมหะ ทำให้ความเหนียวของเสมหะลดลง ในแง่ความปลอดภัยหากใช้ตามคำแนะนำคงไม่มีปัญหาอะไรครับสำหรับยา2ตำรับนี้ แต่ในแง่ประสิทธิภาพCarbocysteine นั้นยังไม่มีรายงานผลการใช้ยานี้ที่ชัดเจนนัก ในขณะที่ Gauifenesin อาจจะมีแต้มต่อกว่านิดหน่อย ที่มีข้อมูลชัดเจนกว่า แต่อย่างไรก็ตามขนาดยาของ Gauifenesin ที่อยู่ในตำรับยาน้ำสำหรับเด็กในท้องตลาดขณะนี้ยังต่ำเกินไป แต่หากจะเพิ่มปริมาณยา/ซีซี.ให้มากขึ้นอีกก็จะมีผลต่ออาการข้างเคียงคือทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้สูง ..ในขณะที่มีแพทย์หลายท่านแนะนำว่าการดื่มน้ำอุ่นมากๆ ในแต่ละวันในช่วงที่มีอาการไอ/มีเสมหะ ก็ให้ผลดีแทบไม่ต่างกับการกินยาเหล่านี้เลย

[14 ก.ย. 61 : 22:45:04] นศภ.ศิริพร แซ่จอง/ผศ.ดร.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ - IP [ 110.77.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ยา guaifenesin เป็นยาในกลุ่มยาขับเสมหะ มีข้อบ่งใช้ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาคือ ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ อาการไม่พึงประสงค์จากยานี้ เช่น มึนงง ง่วงซึม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ผื่นผิวหนัง [1,2] ส่วนยา carbocysteine เป็นยาละลายเสมหะ มีข้อบ่งใช้ตามเอกสารกำกับยาของบริษัทผู้ผลิตคือ ใช้เป็นยารักษาเสริม (adjunctive therapy) สำหรับรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจที่มีเสมหะข้นเหนียว ปริมาณมาก รวมถึงโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive airways disease)[3] อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบจากยานี้ เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ผื่น ยานี้มีข้อห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และยานี้ไม่มีได้รับการรับรองในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา [4]

จากการสืบค้นข้อมูลไม่พบการศึกษาที่เปรียบเทียบประสิทธิภาพของยาทั้งสองชนิดนี้โดยตรง สำหรับประสิทธิภาพของยา guaifenesin ในการบรรเทาอาการไอโดยเปรียบเทียบกับยาหลอก มีหลายการศึกษา [5] เช่น
1) การศึกษาในผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนชนิดเฉียบพลัน โดยให้ยา guaifenesin 200 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง เป็นระยะเวลา 3 วัน เปรียบเทียบกับยาหลอก (placebo) พบว่า ยา guaifenesin ช่วยลดความถี่ ความรุนแรง อาการไม่สบายบริเวณหน้าอกที่เกี่ยวข้องกับการไอ และเพิ่มความสามารถในการขับเสมหะได้ดีกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.01)
2) การศึกษาในผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนชนิดฉับพลัน โดยการให้ยา guaifenesin ทุก 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 30 ชั่วโมง (ขนาดยาทั้งหมด 2,400 มิลลิกรัม) เปรียบเทียบกับยาหลอก พบว่า ยา guaifenesin ช่วยลดความข้นหนืดของเสมหะมากกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.001) ส่วนการลดปริมาณเสมหะและจำนวนครั้งในการไอไม่แตกต่างกัน (p = 0.07)
3) การศึกษาในผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โดยการให้ยา guaifenesin ER (extended release; ยารูปแบบออกฤทธิ์เนิ่น) 1,200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน เปรียบเทียบกับยาหลอก ประเมินประสิทธิภาพของยาโดยให้ผู้ป่วยประเมินอาการของตนเอง พบว่าหลังได้รับยาเป็นเวลา 4 วัน กลุ่มที่ได้รับ guaifenesin มีผลการประเมินที่ดีกว่ายาหลอก

ส่วนการศึกษาประสิทธิภาพของยา carbocysteine ในการบรรเทาอาการไอโดยเปรียบเทียบกับยาหลอก เช่น การศึกษารูปแบบปริทัศน์แบบทั้งระบบ (systematic review)[6] ซึ่งรวบรวมการศึกษาทั้งหมด 6 การศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยา ในผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่มีโรคเกี่ยวกับหลอดลมและปอดเรื้อรัง จำนวนผู้ป่วย 497 ราย ได้รับยา acetylcysteine หรือ carbocysteine (ซึ่งยาทั้งสองชนิดเป็นยาในกลุ่มเดียวกัน) โดยเปรียบเทียบกับยาหลอก ผลการศึกษาพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันในแง่ของภาวะไข้และอาการหายใจลำบาก (dyspnea) หลังรักษาเป็นระยะเวลา 6 วัน (p=0.16, p=0.34 ตามลำดับ) รวมทั้งไม่มีความแตกต่างกันในด้านการเปลี่ยนแปลงของอาการที่เกิดบริเวณหน้าอกหลังรักษาเป็นระยะเวลา 5 วัน (p=0.16) และอาการโดยรวมทั่วไปหลังรักษาเป็นระยะเวลา 6-7 วัน แต่กลุ่มที่ได้รับยา acetylcysteine หรือ carbocysteine มีอาการไอที่ลดลงหลังรักษาเป็นระยะเวลา 6-7 วันมากกว่ายาหลอก (p=0.02)
เมื่อพิจารณารายละเอียดเฉพาะการศึกษาที่ใช้ยา carbocysteine (3 การศึกษาจาก 6 การศึกษา) มีรายละเอียดโดยย่อ ดังนี้
- การศึกษาในผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบฉับพลัน จำนวน 106 ราย โดยให้ยา carbocysteine 200-300 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 7 วัน เปรียบเทียบกับยาหลอก พบว่า กลุ่มที่ได้รับ carbocysteine มีผลการตรวจสมรรถภาพปอด (pulmonary function tests) และขับเสมหะ (expectorant) ได้ดีแตกต่างจากยาหลอก โดยขับเสมหะได้ดีขึ้นหลังได้รับการรักษาเป็นระยะเวลา 4 วันคิดเป็นร้อยละ 69 และร้อยละ 49 ตามลำดับ แต่อาการทางคลินิกอื่นๆ (เช่น ไอ หายใจลำบาก) ไม่แตกต่างจากยาหลอก

- การศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ (โรคหอบหืดหรือโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน) จำนวน 152 ราย โดยให้ยา carbocysteine ขนาด 30 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 7 วัน เปรียบเทียบกับยาหลอก ผลการศึกษาพบว่า การได้รับ carbocysteine ช่วยลดเสียงหายใจฮี๊ดที่กล่องเสียง (stridor) และช่วยขับเสมหะได้ดีกว่ายาหลอก

- การศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ (เช่น หลอดลมอักเสบ) จำนวน 30 ราย โดยให้ยา carbocysteine ขนาด 100-400 มิลลิกรัม/วัน (ขนาดยาตามอายุ) เป็นระยะเวลา 5-9 วัน เปรียบเทียบกับยาหลอก พบว่าไม่มีความแตกต่างในด้านของการบรรเทาอาการไอ อาเจียนและหายใจลำบากระหว่าง carbocysteine กับยาหลอก

โดยสรุปฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยา guaifenesin เป็นยาขับเสมหะ ส่วน carbocysteine เป็นยาละลายเสมหะ ซึ่งยาทั้งสองชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน การไอเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจหรือปอด โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ การปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการไอและเสมหะ เช่น การดื่มน้ำมากๆ โดยหากมีอาการไอติดต่อกันนานมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ [7]
เอกสารอ้างอิง
1. Guaifenesin. In: DRUGDEX® System [database on the Internet]. Greenwood Village, CO: Thomson Micromedex. [cited 2018 Sep 4]. Available from: http://www.micromedexsolutions.com
2. Drug facts and comparisons. 2009ed. St. Louis, Missouri:Wolters Kluwer Health; 1331-2.
3. Carbocisteine 375mg Capsules;[21 screens]. Available at: http://www.mhra.gov.uk/home/groups/par/documents/websiteresources/con117250.pdf. Accessed Sep,12, 2018.
4. Drug information handbook with international trade name index. 25th edition. Wisconsin: American Society of Health-System Pharmacists:357-8.
5. Albrecht HH, Dicpinigaitis PV, Guenin EP. Role of guaifenesin in the management of chronic bronchitis and upper respiratory tract infections. Multidiscip Respir Med. 2017 Dec 11;12:31. doi: 10.1186/s40248-017-0113-4.
6. Chalumeau M, Duijvestijn YC. Acetylcysteine and carbocysteine for acute upper and lower respiratory tract infections in paediatric patients without chronic broncho-pulmonary disease. Cochrane Database Syst Rev. 2013 May 31;(5):CD003124. doi: 10.1002/14651858.CD003124.
7. Patient education: Cough in children (The Basics). In: Post TW, ed. UpToDate. Waltham: UpToDate; 2018. [Accessed Sep 12, 2018.]
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : guaifenesin, carbocysteine, efficacy, safety, muco

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved