ยาFlagyl

[20 กุมภาพันธ์ 2551 : 9:45:59]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ตอนนี้ท้อง2-4 อาทิตย์ได้ทานยาFlagyl ในขณะท้อง ไม่ทราบว่ายาจะมีผลต่อทารกในครรภ์มั๊ยคะ
จาก ศิริพร ใจกลม pap...
บุคคลทั่วไป โรงพยาบาล
ทั่วไป นครราชสีมา
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :อื่น ๆ ประชาชน
IP [ 203.153.xxx.xxx ]

[20 ก.พ. 51 : 13:52:58] s4750127@hotmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Flagyl (Metronidazole) จัดอยู่ใน Pregnancy Category B สามารถใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์แต่ต้องใช้อย่างระวัง ถึงแม้ว่าผลการศึกษาระบุว่าไม่มีหลักฐานว่ายาจะทำให้เกิดอันตรายแก่ทารก แต่ Flagyl สามารถผ่านรกได้

reference:http://www.rxlist.com/cgi/generic/metronidaz_wcp.htm

[14 ก.ย. 61 : 10:54:12] นศภ.ศิริพร แซ่จอง/ผศ.ดร.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ - IP [ 172.22.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ยา Flagyl® มีชื่อสามัญทางยาคือ metronidazole[1] เป็นยาฆ่าเชื้อในกลุ่ม nitroimidazoles มีข้อบ่งใช้ เช่น รักษาโรคติดเชื้อบิดมีตัว (amebiasis) โรคติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โรคติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (trichomoniasis) อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบได้จากยานี้ เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ การรับรสเปลี่ยนแปลงไป ปวดท้อง ท้องเสีย [2,3] ยานี้สามารถผ่านรกได้ [3] โดยมีอัตราส่วนของยาในสายสะดือต่อระดับยาในเลือดของมารดาประมาณ 1.0 [4]

Metronidazole จัดอยู่ใน US FDA pregnancy category B [1] และจัดอยู่ใน ADEC pregnancy category (Australia) B2 [5] การศึกษาในหนูทดลองที่กำลังตั้งครรภ์ โดยให้ยา metronidazole ทางปากในขนาดยา 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (ประมาณ 1.5 เท่าของขนาดยาที่ใช้โดยทั่วไปในมนุษย์เมื่อคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัว) หรือขนาด 60 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวร่างกายเป็นตารางเมตร/วัน (ประมาณร้อยละ 10 ของขนาดยาปกติในมนุษย์) ผลการศึกษาไม่พบการเกิดพิษต่อทารกในครรภ์ (fetotoxicity) อย่างไรก็ตามการศึกษาในหนูทดลองที่กำลังตั้งครรภ์โดยฉีดยาเข้าช่องท้องในขนาดยาเท่ากับขนาดยาปกติที่ใช้ในมนุษย์ พบว่ายาทำให้เกิดพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์ได้ [2] นอกจากนี้ยาอาจมีผลเป็นสารก่อกลายพันธุ์ (mutagenic) ในแบคทีเรียและเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogenic) ในสัตว์ฟันแทะ แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในมนุษย์ [4] การศึกษาปี 1995 มีรายงานผู้ป่วย (case-report) อายุ 32 ปี ที่ได้รับ metronidazole ในสัปดาห์ที่ 12 และ 13 ของการตั้งครรภ์ (รับประทานยา 500 มก./วัน ร่วมกับเหน็บช่องคลอดขนาด 500 มก./วัน เป็นเวลา 10 วัน) ไม่พบความผิดปกติของทารกตอนแรกคลอด แต่ 15 วันหลังคลอด ทารกถูกวินิจฉัยว่ามีก้อนเนื้อบริเวณต่อมหมวกไตและมีการแพร่กระจายไปที่ตับ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์กับการได้รับยา


ข้อมูลจากการศึกษาในมนุษย์หลายๆการศึกษายังให้ผลที่ขัดแย้งกัน [4] เช่น การศึกษาปี ค.ศ. 1993 ในหญิงที่ตั้งครรภ์ครบตามกำหนด (completed pregnancies) จำนวน 229,101 ราย โดยมีเด็กแรกคลอดจำนวน 2445 รายที่มารดามีประวัติได้รับยา metronidazole ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ พบว่าร้อยละ 4.1 ของทารก (100 ราย) มีความพิการแต่กำเนิด เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือดผิดปกติ (cardiovascular defects), กระดูกสันหลังบกพร่อง (spina bifida), นิ้วเกิน (polydactyly) โดยความพิการที่คาดว่าอาจมีโอกาสสัมพันธ์กับยาคือ ปากแหว่งเพดานโหว่ อย่างไรก็ตามความผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เช่น โรคหรือยาอื่นที่ใช้ร่วมด้วยของมารดา [4] ในทางกลับกัน หลายการศึกษาไม่พบความแตกต่างเกี่ยวกับความผิดปกติของทารกในหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับยาและไม่ได้รับยา metronidazole ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การศึกษาในหญิงตั้งครรภ์จำนวน 1307 รายที่มีประวัติได้รับการสั่งจ่ายยา metronidazole ในช่วง 30 วันก่อนและ 120 วันหลังมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายโดย เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา พบว่าทั้งสองกลุ่มเกิดทารกพิการแต่กำเนิดไม่แตกต่างกัน (adjusted odds ratio [OR] 1.2; 95% CI 0.9-1.6) และการศึกษาเชิงสังเกตแบบจากเหตุไปหาผล (cohort study) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงของการเกิดทารกพิการแต่กำเนิด น้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติ (น้อยกว่า 2500 กรัม) และภาวะคลอดก่อนกำหนด (อายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์) พบว่าร้อยละ 4.8 ของกลุ่มที่ได้รับ metronidazole เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด ส่วนกลุ่มควบคุมพบร้อยละ 6.0 นอกจากนี้มีการศึกษาแบบการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ซึ่งรวบรวมการศึกษาทั้งหมด 7 การศึกษา เพื่อประเมินความปลอดภัยของการได้รับยา metronidazole ในหญิงตั้งครรภ์ โดยได้รับยาในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เปรียบเทียบกับไม่ได้รับยาหรือได้รับยาในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 พบว่าการเกิดทารกพิการแต่กำเนิดระหว่างการได้รับยาและไม่ได้รับยาในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนอีกหนึ่งการศึกษาแบบการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ซึ่งรวบรวมการศึกษาทั้งหมด 5 การศึกษา เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงของการเกิดทารกพิการแต่กำเนิดหลังจากที่มารดาได้รับยา metronidazole ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ พบว่าการเกิดทารกพิการแต่กำเนิดในกลุ่มที่ได้รับยา metronidazole ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม [4]

จากการที่ผลของการใช้ยา metronidazole ต่อทารกในครรภ์ยังมีข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ประกอบกับยังขาดการศึกษาที่มีการควบคุมอย่างเพียงพอ และบางรายงานพบการเกิดความผิดปกติของทารกในมารดาที่มีประวัติการใช้ metronidazole (เช่น เพดานโหว่ง; cleft palate) ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลตติยภูมิบางแหล่ง (เช่น AHFS Drug information 2016, Drugs in pregnancy and lactation) ได้ระบุว่า บริษัทผู้ผลิตและหน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) มีคำแนะนำว่าห้ามใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสแรก [2,4] โดยทั่วไปแล้วการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และควรมีการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับความจำเป็นที่จะต้องใช้ยา
เอกสารอ้างอิง
1. Metronidazole. In: DRUGDEX® System [database on the Internet]. Greenwood Village, CO: Thomson Micromedex. [cited 2018 Sep 7]. Available from:
http://www.micromedexsolutions.com
2. AHFS Drug information 2016. Wisconsin: American Society of Health-System Pharmacists; 2016:857
3. Metronidazole: Drug information. In: Post TW, ed. UpToDate. Waltham: UpToDate;
2018. [Accessed Sep 7, 2018.]
4. Briggs GG and Freeman RK. Drug in pregnancy and lactation. 10th edition. Philadelphia: Wolters Kluwer Health: 905-9
5. METROGYL® AUSTRALIAN PRODUCT INFORMATION;[11 screens]. Available at: http://www.medicines.org.au/files/afpmetro.pdf. Accessed Sep,11, 2018.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : metronidazole, pregnancy category, first trimester

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved