การใช้ยาฮอร์โมน cyclo-progynova

[5 ธันวาคม 2551 : 8:03:26]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
เนื่องด้วยประจำเดือนของดิฉัน หมด เมื่ออายุประมาณ 40 ต้นๆ มีอาการ เฉื่อยชา อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ร่างกายไม่มีพลังที่จะทำอะไร ดิฉันเคยไปหาหมอสูติ ตรวจวัยทอง คุณหมอ ให้ยา ฮอร์โมน cyclo-progynova มาทาน ดิฉันรู้สึกดีขึ้น สดชื่น กระปี้กระเป่า ทานได้ 1-2 เดือน ดิฉันก็จะหยุด เพราะเคยได้ข้อมูลว่าทานยาฮอร์โมนมาก อาจทำให้เป็นมะเร็งได้ แต่พอหยุดระยะหนึ่ง ก็จะมีอาการอย่างเดิมอีก ก็จะเริ่มทานยานี้ใหม่ จึงใคร่ขอคำแนะนำ ในการรับประทานยา ควรทานต่อเนื่องอย่างไร มีผลในระยะยาวอย่างไร ควรซื้อทานเองต่อเนื่อง หรือควรให้แพทย์สั่งจ่ายยา ขอบคุณค่ะ
จาก มาดี s.m...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
เอกชน กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การรับประทาน/ใช้ยา ที่ถูกต้อง
IP [ 124.121.xxx.xxx ]

[14 ธ.ค. 51 : 9:43:30] ทัศนัย วงศ์เจริญไชย nongjiew@hotmail.com IP [ 61.7.135xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Focus problem

เพราะเคยได้ข้อมูลว่าทานยาฮอร์โมนมาก อาจทำให้เป็นมะเร็งได้

ตอบ

ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นครับ มีการศึกษาเชิงทดลองในการให้ยาฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงสุขภาพดี
ในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 16,608 คน โดยให้ฮอร์โมนแบบเดียวกับที่คุณมาดีรับประทานอยู่

ก็พบว่ากลุ่มคนที่ได้รับฮอร์โมนมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ไม่ได้รับฮอร์โมน
อยู่ร้อยละ 26

แต่ข้อเท็จจริงแล้วความเสี่ยงดังกล่าวจะเกิดในกรณีที่ได้รับยาฮอร์โมนทดแทนไปแล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีครับ

ตัวเลขจริงๆของอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมเมื่อคือ 68 รายจากทั้งหมด 16,608 ราย (0.4%) แบ่งเป็นเกิดในกลุ่มที่ได้รับฮอร์โมนจำนวน 38 ราย (0.23%) และกลุ่มที่ไม่ได้รับยา 30 ราย (0.18%)

ต่างกันเพียง 8 รายเท่านั้น

ตัวเลขร้อยละ 26 มาจากไหน ? มาจากการประเมินความเสี่ยงในลักษณะความเสี่ยงสัมพัทธ์
โดยคิดมาจากว่าถ้าเรากำหนดว่าอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งในกลุ่มที่ไม่ได้รับยาเป็นค่าอ้างอิง
แล้วอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมในกลุ่มที่ได้รับยาจะมีค่ามากหรือน้อยกว่าค่าอ้างอิงอยู่เท่าไหร่

สรุปก็คือ 38 มีค่ามากกว่า 30 อยู่ร้อยละเท่าไหร่ [(38 - 30)/30] x 100 = 26.7

แต่ตัวเลขจริงๆของความเสี่ยงแล้วคือ (0.23 - 0.18) = 0.05 %

นั่นคือให้ยาฮอร์โมนไปเป็นระยะเวลา 5 ปีในผู้หญิง 2,000 คน จะพบผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม 1 คน

จะเห็นได้ว่าตัวเลขน้อยมาก

แล้วในการให้ฮอร์โมนในระยะเวลาน้อยกว่า 5 ปี อุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมในสองกลุ่มนี้ไม่แตกต่างกันเลย

คงพอเข้าใจนะครับ


อธิบายง่ายๆได้ โดยจะเปรียบเทียบการเกิดมะเร็งเหมือนกับโอกาสถูกล็อตเตอรี่ครับ

ถ้าคุณมาดีซื้อล็อตเตอรี่ 1 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 คือ 1/1,000,000 จริงไหมครับ
ถ้าคุณมาดีซื้อล็อตเตอรี่ 2 ใบจะมีโอกาสถูกรางวัลที่ 1 เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อเพียง 1 ใบ
(เปรียบเทียบได้กับตัวเลขร้อยละ 26)
แต่จริงๆแล้ว โอกาสถูกรางวัลที่ 1 ก็แค่ 2/1,000,000


ในกรณีของคุณเป็นการใช้บรรเทาอาการในระยะสั้นๆ และอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมไม่ได้เยอะมาก
จึงไม่ต้องกังวลแต่อย่างใดครับ แต่อย่างไรก็ตาม ประโยชน์และความเสี่ยงของฮอร์โมนทดแทนยังมีมากกว่านี้
ในกรณีนี้เราพูดถึงเพียงแค่ประเด็นของมะเร็งเต้านมเท่านั้น

ความเสี่ยงที่ยังไม่ได้พูดถึงในการตอบครั้งนี้คือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ การเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด


ดังนั้นการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่จะประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

ไม่แนะนำให้ซื้อยามารับประทานเองโดยเด็ดขาดครับ



อ้างอิง JAMA2002;288:321–333.

[8 ม.ค. 52 : 20:06:54] แพน psaijit@hotmail.com IP [ 124.121.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ดิฉันอายุ 36 ปี ประจำเดือนมาไม่ปกติ 3 เดือนมาครั้งหนึ่ง จนอายุเกือบ 37 ประจำเดือนก็หายไป ไปหาหมอ ตรวจภายใน และหมอเจาะเลือด ทำให้พบว่าไข่ฟ่อ ทำให้ต้องทานยา Cyclo-Progynova ซึ่งหมอแจ้งให้ดิฉันว่าต้องทานจนถึงอายุ 50 ปี ดิฉันจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งปัจจุบันทราบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอโมน จะช่วยได้ไหมค่ะ เพราะไม่อยากทานยา กลัวเกี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็ง และโรคอื่น ๆ ที่คุณหมอตอบไว้ ค่ะ

[13 ม.ค. 52 : 18:37:59] นศภ.ฉัตร์ติมา อองพลากร/รศ.ดร.จุราพร พงศ์เวชรักษ์ s_jazcy@hotmail.com IP [ 172.29.2xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือน มีข้อบ่งใช้ในรายที่มีอาการผิดปกติหลังหมดประจำเดือน เช่น มีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ช่องคลอดแห้งหรือฝ่อเป็นหลัก ในบางรายที่มีอาการผิดปกติอื่นๆหลังจากหมดประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สามารถบรรเทาอาการต่างๆที่เกิดขึ้นได้(1) ในกรณีของคุณ มีอาการเฉื่อยชา อ่อนเพลีย ซึ่งอาจยังไม่ต้องใช้ฮอร์โมนทดแทน ให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น อาจจะบรรเทาอาการลงได้ แต่ถ้าหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว อาการไม่ดีขึ้น หรือเคยใช้ยาแล้วอาการดีขึ้น อาจลองพิจารณาใช้ยาในการบรรเทาอาการได้

ยา cyclo-progynova ประกอบด้วยยาเม็ดสีขาวจำนวน 11 เม็ด และยาเม็ดสีน้ำตาลจำนวน 10 เม็ด ยาเม็ดสีขาวประกอบด้วยฮอร์โมน estadiol valerate 2mg ซึ่งเป็นฮอร์โมนในกลุ่ม เอสโตรเจน ส่วนเม็ดสีน้ำตาล ประกอบด้วย Estradiol valerate 2mg +Norgestrel 0.5 mg ซึ่งเป็นฮอร์โมนในกลุ่ม เอสโตรเจน รวมกับฮอร์โมนในกลุ่ม โปรเจนโตเจน ใช้สำหรับเป็นฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ยังมีมดลูก ในการบรรเทาอาการในวัยหมดประจำเดือนเนื่องมาจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น อาการร้อนวูบวาบ วิตกกังวล นอนไม่หลับ เหนื่อย เพลียผิดปกติ เป็นต้น(2)

รูปแบบการรับประทานยา cyclo-progynova เป็นไปในลักษณะการให้เอสโตรเจนเป็นรอบๆร่วมกับโปรเจสโตเจนเป็นรอบๆ โดยให้เอสโตรเจน 21 วันต่อรอบร่วมกับโปรเจสโตเจนในระยะ 10 วันหลังควบคู่ไปกับเอสโตรเจน และมีระยะเว้นยา 7 วันต่อรอบ โดยในช่วงหยุดยาอาจมีเลือดออกมาจากช่องคลอดได้ สาเหตุของการมีระยะพักนั้นก็เพื่อเลียนแบบการเพิ่มขึ้นและลดลงของฮอร์โมนเพศ และเพื่อให้เนื้อเยื่อที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนได้มีระยะพัก(1,2)

สำหรับระยะเวลาในการให้ฮอร์โมนทดแทนสำหรับรักษาอาการของวัยหมดประจำเดือนขึ้นกับข้อบ่งใช้ในการรักษา เช่น ในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย มักต้องให้ฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานานจนถึงอายุ 45-50 ปี ส่วนในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนตามวัย อาจให้ฮอร์โมนทดแทนได้ระยะเวลาตั้งแต่ 2-3 เดือน ถึง 2-3 ปี ในรายที่หยุดการรักษาและเกิดอาการก็อาจพิจารณาให้การรักษาได้ใหม่(2)

ในด้านของผลจากการใช้ฮอร์โมนในระยะยาวและการเกิดมะเร็งนั้น การใช้ฮอร์โมนแบบผสมทดแทนในผู้หญิงอายุ 50 - 79 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคทางด้านหลอดเลือดหัวใจ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน และมีการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า การใช้ฮอร์โมนทดแทนแบบผสมจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม 15% เมื่อใช้ติดต่อกันน้อยกว่า 5 ปี และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากใช้เป็นเวลานานกว่านี้1 แต่การเกิดมะเร็งเต้านมยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่สามารถทำให้เกิดได้ เช่น ความเป็นเพศหญิง อายุที่มากขึ้น ประวัติครอบครัวและพันธุกรรม เพราะฉะนั้นการใช้ฮอร์โมนทดแทนสามารถใช้ได้ในผู้หญิงที่มีข้อบ่งใช้ และควรระมัดระวังในรายที่มีความเสี่ยงหรือเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน2 นอกจากนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่แต่ไม่มีการศึกษาที่ยืนยันการเกิดผลข้างเคียงนี้(1)

ส่วนคำถามที่ถามว่าควรซื้อรับประทานเองหรือควรให้แพทย์สั่งจ่ายยานั้น คุณควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยาดีกว่าไปซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากควรมีการตรวจติดตามภายหลังการใช้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อประเมินประสิทธิภาพและการเฝ้าระวังอาการข้างเคียงจากการรักษา รวมทั้งการตรวจหามะเร็งที่พบได้บ่อยตามอายุที่มากขึ้น(2)

เอกสารอ้างอิง
1.Kalantaridou SN, Davis SR, and Calis KA. Hormone therapy in women. In: DiPiro JT,Talbert RL,Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM. Phamacotherapy: a pathophysiologic approach.7th ed.New York:MCGRAW-HILL Medical Publishing Division;2008. p.1358-61
2.นิมิต เตชไกรชนะ บรรณาธิการ. ฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดระดู Hormone replacement therapy in the menopause. กรุงเทพฯ: ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543
ระยะเวลาในการสืบค้น : 1.5ชั่วโมง
Keywords : hormone replacement therapy

[14 ม.ค. 52 : 17:18:35] นศภ. พนิตา พร้อมมูล/ผศ.ดร. ศรีรัตน์ กสิวงศ์ t_a_nton@hotmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 4  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
cyclo-progynova ประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ estradiol valorate และ norgestrel ใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนสำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือน ช่วยลดอาการ เช่น อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากผิดปกติ ช่องคลอดฝ่อลีบ และภาวะกระดูกเปราะได้ง่าย
การเกิดมะเร็งเต้านมมีปัจจัยเสี่ยงที่นอกเหนือจากการใช้ฮอร์โมนทดแทน ได้แก่ พันธุกรรมและภาวะทางสภาพแวดล้อม โดยทั่วไปมักพบมะเร็งเต้านมในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ประวัติการมีประจำเดือนครั้งแรกอายุน้อย และหมดประจำเดือนช้า การไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมาก โดยเฉพาะมากกว่า 30 ปี มีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัวเดียวกัน องค์ประกอบอื่น เช่น การได้รับรังสี และปริมาณไขมันในสารอาหารที่รับประทาน เป็นต้น
การรักษาด้วยเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียวจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเยื่อบุมดลูก โดยเฉพาะการใช้เป็นระยะเวลานานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น แต่ในผู้หญิงที่ไม่ได้รับการผ่าตัดเอามดลูกออกการได้รับการฮอร์โมนโปรเจสตินร่วมด้วย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุมดลูก แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ดังนั้นการให้ร่วมกันระหว่างเอสโตรเจนกับโปรเจสติน พบว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปและมีค่าดัชนีมวลกายต่ำจะตอบสนองต่อการรักษามากกว่า ส่วนในผู้หญิงสุขภาพดีผลการศึกษาถึงการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมีทั้งแตกต่างและไม่แตกต่างเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน อย่างไรก็ตามมีการศึกษาที่ทำการติดตามเป็นระยะเวลานานพบว่าการได้รับทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสตินจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น 1.26 เท่าของผู้ที่ไม่ได้รับ และความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากได้รับเป็นเวลานาน 10 ปีหรือมากกว่า
การศึกษาในประเทศเยอรมัน เพื่อศึกษาผลของชนิดฮอร์โมนทดแทน ขนาดที่เหมาะสม ระยะเวลาในการรักษาและความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านม ผลการทดลองพบว่าความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น โดยจะแตกต่างกันไปตามชนิดและขนาดของฮอร์โมนในการรักษาคือ ความเสี่ยงเพิ่มเป็น 1.05 เท่าในผู้ที่ได้รับ โปรเจสตินร่วมกับเอสโตรเจนอย่างต่อเนื่อง, 1.03 เท่าในผู้ที่ได้รับโปรเจสตินร่วมกับเอสโตรเจนเป็นรอบๆของการรักษา และ 1.01 เท่าในผู้ที่ได้รับเอสโตรเจนอย่างเดียว หลังจากการใช้ยาไปนาน 5 ปีพบว่าเพิ่มความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา ผลการศึกษาพบว่าความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของฮอร์โมนทดแทน ลักษณะของจุลกายวิภาคศาสตร์เนื้อเยื่อของมะเร็งเต้านม และขนาดยาที่ให้ผลการรักษาของแต่ละบุคล ดังนั้นข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างผลการใช้โปรเจสตินกับความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมจึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
ดังนั้นก่อนที่จะรับประทานฮอร์โมนทดแทนควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ก่อน หากหลังจากได้รับยาไปแล้วพบว่ามีอาการผิดปกติหรือมีเลือดออกผิดปกติให้รีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที ในขณะใช้ยาควรตรวจเต้านมอย่างถูกวิธีตามที่แพทย์บอกทุกเดือน ทำ mammogram และตรวจอย่างละเอียดโดยแพทย์ทุกปีเพื่อที่จะช่วยในการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกให้เร็วที่สุด ดังนั้นหากได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทนไม่ควรที่จะซื้อยากินเองอย่างต่อเนื่องแต่ผู้ป่วยควรที่จะมาพบแพทย์ทุก 3-6 เดือนเพื่อที่จะดูผลของขนาดยาที่ต่ำสุดในการควบคุมอาการและการพิจารณาให้สมควรหยุดยา ในกรณีนี้พบว่าฮอร์โมนทดแทน cyclo-progynova มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการหลังวัยหมดประจำเดือนได้ดี และความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมไม่มากจึงสามารถพิจารณาให้ใช้ยาต่อไปตามแพทย์สั่ง

เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
1. Endrikat J, Graeser T, Mellinger U. A multicenter, prospective, randomized, double-blind,
placebo-controlled study to investigate the efficacy of a continuous-combined hormone therapy preparation containing 1mg estradiol valerate/2 mg dienogest on hot flushes in postmenopausal women. Maturitas 58 (2007) 201–207.
2. Winchester DP, Bernstein JR, Paige ML, et al: The Early Detection and Diagnosis of Breast cancer, pp 1-20. Atlanta, American Cancer Society, 1988.
3. AHFS® Consumer Medication Information. Cyclo-progynova. The American Society of Health-System Pharmacists. [Online] . Available: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/book/bv. 2008.
4. MARTINDALE –The Complete Drug Reference. Cyclo-progynova. Micromedex ® Healthcare series. [Online]. Available: http://www.thomsonhc.com. Accessed November 24, 2008.
5. Janys DF, Slanger T , Mutschelknauss E et al. Risk of different histological types of postmenopausal breast cancer by type and regimen of menopausal hormone therapy. International Journal of Cancer volume 123 Issue 4 (2008): 933-941.
ระยะเวลาในการสืบค้น : 1.5ชั่วโมง
Keywords : Estradiol valorate AND Norgestrel

[7 ธ.ค. 52 : 16:32:02] เมย์ maythaiproperty@yahoo.com IP [ 110.49.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 5  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ตอนนี้ดิฉันอายุ 47 ปี ประจำเดือนขาดๆหายๆ ล่าสุดหายไปเลยค่ะ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลวิภาวดีได้รับยา Tibolone ทานแล้วท้องอืด ปวดหัวไมเกรน น้ำหนักขึ้น ทานหมดแผงแล้วทานแผงที่ 2 ก็มีอาการแบบเดิม ก็ยกเลิกไปเอง ไปปรึกษาเภสัชกรร้านยาแถวศิริราชก็ได้ฮอร์โมน Angelic ทานแล้วไม่มีอาการดังที่กล่าวมา แต่มีอาการเจ็บหน้าอกลึกๆ เป็นบางครั้ง และน้ำหนักลดลงเรื่อยๆจนมีอาการความดันต่ำ ควรทำอย่างไรดีคะ ที่ต้องทานฮอร์โมนเพราะมีความรู้สึกว่า ความจำแย่ลงมาก ผิวหนังแห้ง ช่องคลอดแห้ง ติดเชื้อง่ายและต้องไปหาหมอทานยาฆ่าเชื้อเรื่อยๆ ไม่มีอารมณ์ทางเพศจนมีปัญหา หงุดหงิดง่ายมาก ร้อนในเวลากลางคืน และหายใจขัดหมายถึงหัวใจเต้นจังหวะไม่สม่ำเสมอค่ะ

[4 ก.ค. 53 : 16:48:09] ตา  noung_04@hotmail.com IP [ 114.128.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 6  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
อายุ ย่าง50 ปี ประจำเดือนขาด 3 เดือน ร้อนวูบวาบเหมือนผิวจะไหม้ เหงื่ออกมาก ไม่รู้มาจากไหน ควรทายฮอร์โมนหรือไม่

[9 พ.ย. 54 : 11:07:59] จันทรัสม์ ศรีประดิษฐ์ ideanew1@hotmail.com IP [ 110.164.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 7  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ดิฉันอายุ 54 ปี ตัดมดลูกและรังไข่มาประมาณ 6 เดือนมีอาการร้อนวูบวาบ ปวดและชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า มา ๑ เดือนหลังผ่าตัด ควรรับประทานออร์โมนหรือไม่

[6 ต.ค. 56 : 0:43:37] จันทร์จิรา คนรู้ IP [ 202.28.5xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 8  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้ฉันอายุ 19 ปี ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนในแต่ละเดือนจะมานานแต่ไหลน้อย และมีหมาดขาวไหลตลอดเวลาและกลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วก็มีอาการท้องแข็ง คุณหมอเลยให้ยา cyclo-progynona มาทานค่ะ ครั้งแรก 3 เดือน ครั้งนี้ครั้งที่ 2 เพิ่งทานได้หนึ่งเดือนค่ะ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved