PCEC

[9 ธันวาคม 2551 : 15:41:34]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ตามที่ทราบมา การฉีด PCEC แบบ ID และ IM มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้พอๆกัน แต่ทำไมหากเริ่มด้วยการฉีดแบบไหนแล้ว เข็มต่อไปไม่ควรเปลี่ยน Route ในการให้คะ
จาก ชานิดา cha...
เภสัชกร โรงพยาบาล
รพ.เชีรใหญ่ นครศรีธรรมราช
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การศึกษา/ให้ความรู้แก่บุคลากรการแพทย์
IP [ 222.123.xxx.xxx ]

[20 ธ.ค. 51 : 23:44:58] DIN member n_narongsak@hotmail.com IP [ 203.157.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
เนื่องจากไม่มีการศึกษา การฉีดแบบ IM และ ID สลับกัน และไม่ได้รับการยอมรับในทางปฏิบัติ อันเนื่องมาจากความรุนแรงของโรค ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ กรณีที่ต้องการประหยัดและต้องการให้มีภูมิคุ้มกันเกิดได้เร็ว ก็ฉีด ID แบบหลายจุดในวันแรก
เอกสารอ้างอิง
1.แนวทางดูแลผู้ป่วยสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า กรมควบคุมโรค 2547
2.www.who.int
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 0.5ชั่วโมง
Keywords : Rabies Vaccine

[15 ม.ค. 52 : 9:10:41] นศภ.ไพลดา วิมลกาญจนา/อ.ศรีรัตน์ กสิวงศ์ a_aiko7@hotmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
วัคซีน purified chick embryo cell rabies vaccine (PCEC) เป็นการนำเชื้อไวรัสเลี้ยงในตัวอ่อนของไก่ ซึ่งตามแนวทางของ WHO นั้น สามารถให้ได้ทั้ง 2 ทาง คือทาง intramuscular (การฉีดเข้ากล้าม) และ intradermal (การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง) โดยในการฉีดเข้ากล้ามนั้น โดยวิธีการฉีดจะแบ่งออกเป็น 2 วิธีดังนี้

1.Standard WHO intramuscular regimen, ESSEN
-ผู้ใหญ่มักฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อหัวไหล่ (deltoid) แต่หากเป็นเด็กมักฉีดเข้าบริเวณต้นขา (anterolateral ของกล้ามเนื้อต้นขา) ห้ามฉีดเข้าสะโพกเพราะเป็นตำแหน่งที่ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นไม่ดี โดยจะฉีดทั้งสิ้น 5 ครั้ง ครั้งละ 1 ml ในวันที่ 0,3,7,14 และ 28
-ข้อเสีย การฉีดวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงและผู้ป่วยต้องมาฉีด 5 ครั้ง1,3
2.Multisite intramuscular regimen, Zagreb
-ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 2 ข้าง ๆละ 1 หลอด และให้อีกหลอดในวันที่ 7 , 21 หรือ 28
-ข้อดี ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อแบบวิธีแรก ประหยัดการใช้วัคซีน และผู้ป่วยมารับวัคซีนน้อยครั้งกว่า
-ข้อเสีย แพทย์จะไม่เห็นบาดแผลของผู้ป่วยในวันที่ 3 หลังฉีดเพราะอาจมีการติดเชื้อที่แผล และการฉีดวิธีนี้ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกับการให้ RIG สูตรนี้ใช้กรณีมีการสัมผัสโรคไม่รุนแรงและไม่สามารถมารับยาตามนัดได้บ่อย1,3

การฉีดเข้าในผิวหนัง (Intradermal) TRC regimen
-ใช้ปริมาณวัคซีนน้อยกว่า โดยใช้ปริมาณ 0.1 มล. จำนวน 2 จุด ในวันแรก (วันที่ 0) วันที่ 3 และวันที่ 7 และฉีด 1 จุดในวันที่ 28 หรือ 30 และ 90 (2-2-2-0-1-1) หรือฉีด 2 จุดในวันที่ 28 หรือ 30 (2-2-2-0-2-0)
-ข้อดี ประหยัดค่าใช้จ่ายของวัคซีน
-ข้อเสีย เนื่องจากวัคซีนมีความคงตัวค่อนข้างต่ำ หลังจากผสมแล้วควรเก็บไว้ในที่เย็น 2-8 องศาเซลเซียส และต้องใช้ให้หมดภายใน 6-8 ชั่วโมง เพราะอาจมีการปนเปื้อนได้1

สำหรับด้านประสิทธิภาพนั้น จากการศึกษาของ Quiambaoa BP และคณะ ที่ทำการศึกษาในประชากร 113 คน นั้นได้เปรียบเทียบการใช้ PCEC ในรูปแบบ intramuscular และ intradermal พบว่า การให้ยาในรูปแบบ intradermal แบบ Thai Red Cross (TRC) regimen (2-2-2-0-1-1) มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นเดียวกับการให้ยา intramuscular แบบ 5 dose regimen และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต่ำกว่าถึงร้อยละ 84 และผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดวัคซีนทุกคนยังไม่พบ adverse effect ที่ร้ายแรง3

จากการศึกษาของ Charanasri และคณะ ซึ่งทำการศึกษาเปรียบเทียบ Antibody response ในอาสาสมัครจำนวน 65 ราย โดยฉีดวัคซีน PCEC 0.1 ml กับกลุ่มควบคุมซึ่งมีอาสาสมัคร 35 ราย ซึ่งได้รับวัคซีนโดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ พบว่า Geometric Mean Titers ยังคง 0.5 IU/ml ตลอดระยะเวลาการศึกษา และเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี พบว่าอาสาสมัครทุกรายยังคงมี antibody อยู่ จะเห็นได้ว่า การฉีดวัคซีนทั้ง 2 วิธีส่งผลต่อภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกัน4
ไม่แนะนำให้เปลี่ยนทั้งชนิดของวัคซีนหรือวิธีฉีดวัคซีนในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากที่อื่นมาก่อน ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการสลับวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แต่ในกรณีที่ใช้วิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ วัคซีนทุกชนิดสามารถทดแทนกันได้ 1
สรุป การฉีดวัคซีน PCEC ทั้งแบบ ID และ IM ส่งผลต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังให้ประสิทธิภาพในการรักษาเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการสลับวิธีการฉีดวัคซีน จึงไม่แนะนำให้เปลี่ยนชนิดของการฉีดวัคซีน ดังนั้นหากเลือกวิธีในการฉีดวัคซีนแบบใดตั้งแต่แรก ควรใช้วิธีนั้นต่อไป แต่อาจพิจารณาเลือกการฉีดแบบ ID เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงได้ถึงร้อยละ 84 เมื่อเทียบกับการฉีดยาแบบ IM

เอกสารอ้างอิง
1.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า.ใน วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์. วัคซีนและโรคติดเชื้อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ. บริษัท ธนาเพรส, 2548: 171-89.
2.Chantapong W. , Paramet C., Prasert T.,Prawit C.and Siriwan S. Progress and achievement of rabies control in Thailand. Vaccine. 1997; 15 : S7-11
3.Quiambaoa BP, Dimaanob EF, Ambasa C, Davisc R, Banzhoffd A, Malerczykd C. Reducing the cost of post-exposure rabies prophylaxis: efficacy of 0.1 ml PCEC rabies vaccine administered intradermally using the Thai Red Cross post-exposure regimen in patients severely exposed to laboratory-confirmed rabid animals. Vaccine. 2005; 23: 1709-14.
4.Charanasri U, Meesomboon V, Kingnate D, Samuthananont P, Chaeychomsri W. Intradermal simulated rabies postexposure prophylaxis using purified chick embryo rabies vaccine[Abstract]. J Med Assoc Thai. 1994 Mar;77(3):157-60.

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet : อื่น ๆ
ระยะเวลาในการสืบค้น : 2ชั่วโมง
Keywords : PCEC , Efficacy , Intradermal , Intramuscular

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved