ยา zyrtec

[10 กุมภาพันธ์ 2552 : 18:05:13]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ลูกอายุ 2.7 ปี กำลังจะเข้าโรงเรียนเมษานี้ เพื่อนบ้านมีเด็กอายุใกล้เคียงกัน ไปสถานรับเลี้ยงเด็กแล้ว เพื่อนบ้านแนะนำให้ทานยา zyrtec เสริมภูมิ
จาก พิพัฒน์ เอื้องเรืองโรจน์ pip...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
บริษัทเอกชน กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
IP [ 81.252.8xxx.xxx ]

[11 ก.พ. 52 : 12:48:04] กินยาวันละหลายเม็ด -__- 51231371@wu.ac.th IP [ 125.25.3xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
อย่ากินเลยคะ โดยส่วนตัวแล้วไม่มีความรู้เรื่องอะไรมาหรอกคะ แต่ว่าเคยกินยานี้ คือใช้ในการรักษา เท่าที่เคยคุยกับหมอ มันไม่มียาเสริมภูมิ แล้วการทานยาเข้าไปก็เหมือนกับการเอาสารเคมีเข้าไปในร่างกายไม่ดีหรอกคะ กินอาหารให้ครบออกกำลังกายพักผ่อนให้พอ น่าจะดีแล้ว

[12 ก.พ. 52 : 9:19:47] ศรีรัตน์ กสิวงศ์ srirat.k@psu.ac.th IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ยา zyrtec เป็นยารักษาอาการภูมิแพ้ ไม่ใช่ยาเพิ่มภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามเคยมีการใช้สำหรับการป้องกันการเกิดภูมิแพ้ในประเทศญี่ปุ่น โดยการทดลองใช้ยาวันละ 1 เม็ดในฤดูที่มีละอองเกสรดอกไม้ที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ พบว่าการเกิดภูมิแพ้ลดลง
การตัดสินใจที่จะใช้ยาหรือไม่ ต้องขึ้นกับความแข็งแรงของเด็ก ถ้าเด็กแข็งแรงดี มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ค่อยมีประวัติการเป็นหวัด ก็อาจไม่จำเป็นต้องทานยาป้องกัน แต่ถ้าเค้ามีอาการแพ้ หรือเป็นหวัดบ่อยอยู่แล้วอาจให้รับประทานป้องกันได้
เอกสารอ้างอิง
OGINO SATOSHI. The effect of cetirizine prophylactic treatment for patients with Japanese cedar pollinosis. Otologia Fukuoka
VOL.48;NO.6;PAGE.421-431(2002)
ระยะเวลาในการสืบค้น : 0.5ชั่วโมง
Keywords : cetirizine prophylaxis

[22 มี.ค. 58 : 11:35:32] นศภ.นริศรา จินดาประทุม/ผศ.ดร.มาลี โรจน์พิบูลสถิตย์ . IP [ 171.7.24xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Zyrtec® มีตัวยาสำคัญ คือ cetirizine เป็นยาในกลุ่ม antihistamine มีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic rhinitis) ทั้งชนิดที่เกิดตามฤดูกาลและชนิดที่มีอาการตลอดทั้งปี และรักษาอาการลมพิษ[1] แต่ไม่มีข้อบ่งใช้สำหรับการใช้แบบป้องกัน

แต่จากการค้นข้อมูลพบการศึกษาที่ได้นำยามาใช้เพื่อป้องกันโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โดยทดลองให้ยา cetirizine 10 mg วันละครั้งในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อายุ 18-35 ปี เป็นเวลา 6 สัปดาห์ก่อนถึงช่วงฤดูที่มีเกสรหญ้า และวัดผลจากระดับคะแนนของอาการทางจมูกและตาซึ่งบันทึกโดยผู้ป่วยเองในทุกๆวัน (มี 6 ระดับคะแนน: 0 = ไม่มีอาการ, 5 = อาการรุนแรงที่สุด) พบว่ากลุ่มที่ได้รับ cetirizine มีอาการจามน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ (symptom score 1.40±0.10 vs. 2.20±0.30; p < 0.05) แต่อาการอื่นๆที่มีการวัดผล ได้แก่ อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก คันตาและน้ำตาไหล พบว่ากลุ่มที่ได้รับ cetirizine มีระดับคะแนนของแต่ละอาการไม่แตกต่างจากการได้รับยาหลอก และเมื่อคิดคะแนนรวมของทุกอาการแล้ว พบว่ากลุ่มที่ได้รับ cetirizineให้ผลไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับยาหลอก[2] อีกการศึกษาหนึ่งศึกษาประสิทธิภาพของยา levocetirizine (ซึ่งเป็น R-enantiomer และเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์หลักของยา cetirizine) ในการป้องกันโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ กลุ่ม A ได้รับยาหลอกเป็นเวลา 8 วัน กลุ่ม B ได้รับยา levocetirizine 5 mg วันละครั้งเป็นเวลา 8 วัน (เพื่อป้องกัน) และกลุ่ม C ได้รับ levocetirizine ครั้งเดียวในวันที่ 8 (เพื่อการรักษาในระยะแรกเริ่ม) โดยในช่วงเช้าของวันที่แปดผู้ป่วยจะถูกจัดให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีเกสรหญ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และจะได้รับยาครั้งสุดท้ายในช่วงกลางคืนของวันที่แปด จากนั้นวันที่เก้าของการศึกษาผู้ป่วยจะถูกจัดให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีเกสรหญ้าเป็นเวลา 3 ชั่วโมง วัดผลลัพธ์การศึกษาด้วยคะแนนรวมของอาการทางจมูก ได้แก่ จำนวนครั้งของการของจาม จำนวนครั้งของการสั่งน้ำมูก และระดับของอาการคัดจมูก (0=ไม่มีอาการ, 3=รุนแรง) เป็นเวลาทั้งสิ้น 12 ชั่วโมงนับตั้งแต่สัมผัสกับเกสรหญ้า เปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่ม B หรือ C กับกลุ่ม A พบว่ากลุ่ม B และ C มีคะแนนรวมของอาการทางจมูกน้อยกว่ากลุ่ม A (ยาหลอก) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มฺ B และ C พบว่ามีคะแนนรวมของอาการทางจมูกไม่แตกต่างกัน ซึ่งหมายความว่าการได้รับยา levocetirizine เพื่อป้องกันมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากการได้รับยาภายหลังจากการสัมผัสสิ่งที่แพ้ในระยะแรก[3] จากการศึกษาที่ได้สืบค้นไม่ได้สนับสนุนการใช้ยา cetirizine เพื่อป้องกันอาการภูมิแพ้

สำหรับ Allergic rhinitis หรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคันจมูก จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก คันที่ตา คอ หรือหู เป็นต้น สามารถแบ่งประเภทของโรคโดยอาศัยระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการ ออกเป็น
1.Seasonal allergic rhinitis ผู้ป่วยจะมีอาการเพียงชั่วระยะเวลาใดเวลาหนึ่งหรือฤดูกาลหนึ่ง ที่มีสารก่อภูมิแพ้มากในอากาศ เช่น ละอองเกสรหญ้า ดอกไม้
2.Perennial allergic rhinitis ผู้ป่วยจะมีอาการตลอดทั้งปี และมักเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ และเชื้อรา
โดยแนวทางการรักษาโรคประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่
1.การหลีกเลี่ยงหรือกำจัดสิ่งที่แพ้ เช่น ไม่เลี้ยงสัตว์ในบ้าน ทำความสะอาดชุดเครื่องนอนบ่อยๆ หมั่นดูดฝุ่น เลี่ยงการสัมผัสกับควันต่างๆ และปิดหน้าต่างในช่วงฤดูที่มีเกสรดอกไม้ เป็นต้น
2.การรักษาด้วยยาเมื่อมีอาการ เพื่อบรรเทาและควบคุมอาการ โดยเลือกใช้ยาตามอาการของผู้ป่วย ได้แก่
-Antihistamine ชนิดรับประทาน เพื่อบรรเทาอาการจาม คัน น้ำมูกไหล และอาการทางตา นอกจากนี้ยังมีในรูปแบบเฉพาะที่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาเฉพาะอาการทางจมูกเท่านั้น
-Decongestant เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก
-Intranasal steroid เป็นยาในรูปแบบเฉพาะที่ ซึ่งเป็นยาทางเลือกแรกสำรับผู้ป่วยที่มีอาการในระดับปานกลาง – รุนแรง หรือในผู้ป่วย perennial allergic rhinitis โดยสามารถบรรเทาอาการคัดจมูก จาม คัน และน้ำมูกไหล
-Anti-leukotrienes อาจใช้เสริมกับยาอื่นเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก
3.วิธีภูมิคุ้มกันบำบัด (Allergen immunotherapy) เป็นการฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเข้าไปในร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ขึ้น โดยจะค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อยจนได้ขนาดสูงสุดที่ผู้ป่วยรับได้และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาหรือไม่สามารถทนอาการข้างเคียงของยาได้ หรือมีอาการหอบหืดร่วมด้วย[4]

จากข้อมูลข้างต้นผู้ป่วยที่มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีแนวทางการรักษาดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งแนวทางหนึ่งในการรักษาคือ การใช้ยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) เพื่อบรรเทาอาการจาม คัน น้ำมูกไหล Zyrtec®(cetirizine) ไม่มีข้อบ่งใช้เพื่อการป้องกันตามที่ผู้ถามข้อมูลต้องการใช้ ดังนั้นหากเด็กมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้และเกรงว่าอาจเกิดอาการเมื่อได้รับสารกระตุ้นจากการไปสถานรับเลี้ยงเด็ก ควรหาทางหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และควรปรึกษาแพทย์
เอกสารอ้างอิง
1.Cetirizine. In: DRUGDEX® System [Internet Database]. Greenwood Village, Colo: Thomson Micromedex. Updated periodically. Accessed March 15, 2015.
2.Kurowski MM, Kuna P, Gorski P. Montelukast plus cetirizine in the prophylactic treatment of seasonal allergic rhinitis: influence on clinical symptoms and nasal allergic inflammation. Allergy. 2004; 59(3): 280-8.
3.Yonekura S, Okamoto Y, Yamamoto H, Sakurai T, Iinuma T, Sakurai D, et al. Randomized double-blind study of prophylactic treatment with an antihistamine for seasonal allergic rhinitis. Int Arch Allergy Immunol. 2013; 162(1): 71-8.
4.Russell J, Smith PH. Allergic rhinitis. In: Dipiro JT, et al, eds. Pharmacothery A pathophysiologic approach. 9thed. New York: McGraw - Hill Education; 2014: 1542-52.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet
เอกสารที่ทำการสืบค้นแต่ไม่พบคำตอบ
: Drug Information Handbook
ระยะเวลาในการสืบค้น : 2ชั่วโมง
Keywords : cetirizine, allergic rhinitis, prophylaxis

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved