nephrotic syndrome

[28 มีนาคม 2552 : 4:21:02]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
nephrotic syndrome คือโรคอะไร มีสาเหตุมาจากอะไร และการรักษามีอะไรบ้างคะ
จาก karn karn_naja@hotmail.com
บุคลากรอื่นทางด้านการแพทย์ หน่วยงานอื่นทางราชการ
ชลบุรี ชลบุรี
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การศึกษา/ให้ความรู้แก่บุคลากรการแพทย์
IP [ 118.172.xxx.xxx ]

[31 มี.ค. 52 : 10:46:44] นศภ.กมลา ชนาเกียติ/อ.จุราพร พงศ์เวชรักษ์ mam_erflog@hotmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การรักษา nephrotic syndrome
1.การหยุดยั้งภาวะโปรตีนปริมาณมากรั่วในปัสสาวะ โดยรักษาจากสาเหตุก่อโรค แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุก่อโรคแน่ชัด การรักษาจึงใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- เริ่มรักษาด้วยยา steroid เนื่องจากไปมีผลไปเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางภูมิคุ้มกันที่เป็นสาเหตุให้กรวยกรองของไตผิดปกติ และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย โดยเริ่มให้ oral prednisolone ขนาด 60 มิลลิกรัม/ตารางเมตร วันละครั้งทุกวัน หรือ 120 มิลลิกรัม/ตารางเมตร วันละครั้ง วันเว้นวันในผู้ป่วยเด็ก และขนาด 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม วันละครั้งทุกวัน หรือ 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม วันละครั้ง วันเว้นวันในผู้ใหญ่ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ ถ้าผู้ป่วยตอบสนองดีมีอาการต่าง ๆ ของโรคหายไป ร่วมกับตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะน้อยกว่า 300 มิลลิกรัม ให้พิจารณาลดขนาดยาลงอย่างช้า ๆ จนสามารถงดยาได้ภายในระยะเวลา 6-8 เดือน
- ในกรณีผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาหรือตอบสนองได้ไม่ดี แนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อไตพิสูจน์
- พิจารณาให้ cytotoxic agent เมื่อพิสูจน์ได้ว่าผู้ป่วยมีพยาธิสภาพที่ตอบสนองต่อ steroid และมีหลักฐานว่า steroid สามารถป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของไตได้ แต่เมื่อให้การรักษาด้วย oral steroid ขนาดมาตรฐานไปแล้ว 8-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยตอบสนองต่อยาได้ไม่ดี ยังมีอาการต่าง ๆ ของโรค ให้พิจารณารักษาต่อด้วย steroid ขนาดเดิมต่อไปจนครบ 4-6 เดือน จึงค่อยเริ่มรักษาต่อด้วย cytotoxic agent โดยเริ่มยาที่ผลแทรกซ้อนต่ำ มีหลักฐานแน่ชัดว่าสามารถป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของไต ราคาไม่แพง แนะนำให้เลือกใช้ oral cyclophosphamide วันละ 1-2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นยาตัวแรกร่วมกับ steroid ในขนาดต่ำ ติดตามผลการตอบสนองหลังจากเริ่มรักษาไปแล้ว 8 สัปดาห์ ในกรณีที่ตอบสนองพิจารณาให้ต่อจนครบ 6-12 เดือน แต่ในรายที่ไม่ตอบสนองพิจารณาใช้ cyclosporine เป็นยาลำดับต่อไป
2.การใช้ยาเพื่อลดปริมาณโปรตีนรั่วในปัสสาวะกลุ่มอื่น ๆ คือ ยากลุ่ม ACEI, ARB, NSAIDs, non dipyridamole เพื่อไปลดแรงดันภายใน glomerulus และการให้อาหารที่มีโปรตีนต่ำ เนื่องจากมีหลักฐานในปัจจุบันยืนยันความสำคัญของภาวะ โปรตีนรั่วในปัสสาวะ กับการเสื่อมของไต และการลดปริมาณโปรตีนในปัสสาวะลง สามารถชะลอการพัฒนาไปเป็นไตวายขึ้นสุดท้ายได้ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นและไม่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย โดยให้ ACEI เป็นทางเลือกแรก เพราะช่วยชะลอการเสื่อมของไต
3.การรักษาเพื่อชะลอการเสื่อมไต
- ควบคุมความดันโลหิตสูง ยากลุ่มแรกที่เลือกใช้ คือ ACEI ขนาดต่ำก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มขนาดจนสามารถลดความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์ 130/80 ในกรณียังไม่ถึงเป้าหมาย อาจพิจารณาใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่ม loop diuretics ร่วม(1)
- ควบคุมไขมันในเลือด โดยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ (Cholesterol น้อยกว่า 200 มิลลิกรัม) ไขมันรวมควรน้อยกว่า 30% ของพลังงานทั้งหมด(2)
- งดสูบบุหรี่(1)
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำ ไม่เกิน 0.8-1 กรัม/วัน(1,2)
โดยสรุปแล้วนอกจากการรักษาที่สาเหตุของกรวยไตด้วยยากดภูมิคุ้มกันข้างต้นแล้ว ยังต้องให้การรักษาแบบประคับประคองอาการ โดยรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นโดยอาการหรือโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่
1. ภาวะบวม รักษาโดยการจำกัดเกลือในอาหารน้อยกว่า 2 กรัม (โซเดียม 50-100 mEq) แต่ในกรณีที่ไตขับเกลือน้อยกว่าวันละ 20 mEq(1-2 กรัม) การจำกัดเกลือนอกจากจะช่วยลดภาวะบวมแล้ว ยังสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตด้วย ควรให้ยาขับปัสสาวะร่วมด้วย โดยเลือกใช้ยากลุ่ม Loop diuretics ได้แก่ furosemide เป็นลำดับแรก(1,2) โดยเริ่มให้ในขนาดสูง 160-480 มิลลิกรัม(2)
2. ภาวะความดันโลหิตสูง การควบคุมความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกรวยกรองที่ไต จะช่วยลดการพัฒนาไปเป็นโรคไต และความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ โดยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ 130/80 mmHg. โดยใช้ยาในกลุ่ม ACEI หรือ ARB จะช่วยชะลอการเสื่อมของไตทั้งในผู้ป่วยที่เป็นหรือไม่เป็นโรคเบาหวาน
3. ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ โดยการจำกัดโปรตีนในอาหาร ไม่เกิน 0.8-1 กรัม/วัน โดยร้อยละ 50 ของโปรตีนที่รับประทาน ควรเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง และให้แคลอรีอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 35 กิโลแคลอรี นอกจากจะช่วยลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะแล้วยังช่วยชะลอการเสื่อมของไต และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งยาที่แนะนำได้แก่ ยากลุ่ม ACEI, ARBs, NSAIDs โดยไปลดความดันในกรวยกรองของไต
4. ภาวะไขมันในเลือดสูง รักษาโดยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ซึ่งอาจจะไม่ได้ช่วยลดไขมันในเลือดสูงโดยตรง อาจพิจารณายาลดไขมันร่วมด้วย ได้แก่ ยากลุ่ม statins เช่น lovastatin, pravstatin, simvastatin และ fluvastatin นอกจากฤทธิ์ลดไขมันแล้ว ยากลุ่ม statins จะช่วยป้องกันการเสื่อมของไต จากการศึกษาพบว่าจะช่วยลดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และชะลอการเสื่อมของไต การใช้ร่วมกับยากลุ่ม ACEI ร่วมกับ statins จะมีประโยชน์ในการควบคุมไขมันในเลือดสูงในผู้ป่วยที่เป็น nephrotic syndrome
5. ภาวะเลือดจับกันเป็นลิ่ม เป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบบ่อยในผู้ป่วย nephrotic syndrome การใช้ยาต้านเกาะกลุ่มของลิ่มเลือดจะใช้ในกรณีผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดลิ่มเลือด เช่น ผู้ป่วยที่ต้องนอนเตียงเป็นเวลานาน ได้รับยาฉีด steroid หลังผาตัด และผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำ(1)

เอกสารอ้างอิง
1.เถลิงศักดิ์ กาญจนบุษย์ และ สมชาย เอี่ยมอ่อง. บทที่ 12 Introduction to Glomerular Disease. ใน: สมชาย เอี่ยมอ่อง. Nephrology. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ. บริษัท เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด. 2547: 371-94.
2.Lau AH. chapter 50. Glomerulonephritis. In: Dipiro JT, et al. Pharmacotherapy A pathophysiologic approach. 7th ed. The McGraw Hill. New york: 2008; 811-6.

ระยะเวลาในการสืบค้น : 3ชั่วโมง
Keywords : nephrotic syndrome.

[3 พ.ย. 52 : 21:06:32] นศภ.กมลา ชนาเกียรติ mam_erflog@hotmail.com IP [ 10.66.79xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Nephrotic syndrome เป็นกลุ่มอาการทางคลินิกที่เกิดจากความผิดปกติบริเวณกรวยกรองของไต (glomerulus) เกิดจากรูตะแกรงของไตโดยส่วนใหญ่มีขนาดกว้างขึ้น หรือมีการลดลงของประจุลบบนผนังของรูตะแกรง ทำให้มีโปรตีนที่อยู่ในเลือดรั่วออกมาปริมาณมากในปัสสาวะ มากกว่า 3.5 กรัม/วัน/1.73m2 หรือ 3 กรัมในผู้ป่วยไต1
สาเหตุแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. Primary nephrotic syndrome เป็นภาวะที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติเฉพาะที่ไต
2. Secondary nephrotic syndrome เป็นภาวะที่ตรวจพบความผิดปกติอื่นหรือโรคอื่นร่วมกับความผิดปกติของไต1 เช่น โรคเบาหวาน โรคเอสแอลอี โรค amyloidosis และ preeclampsia2
อาการแสดงของ Nephrotic syndrome ได้แก่
1. โปรตีนอัลบูมินในเลือดต่ำ (Hypoalbuminemia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีอัลบูมินต่ำกว่า 3 กรัม/ดล. จะพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีโปรตีนปริมาณมากรั่วออกมาในปัสสาวะ กลไกชดเชยจะขึ้นกับความสามารถของเซลล์บุท่อไตในการดูดซึมโปรตีนในเลือดที่รั่วออกมากลับเข้ากระแสเลือด และความสามารถของตับในการสร้างอัลบูมินชดเชยที่สูญเสียไป
2. ภาวะบวมทั่วร่างกาย (edema) เกิดจากการลดลงของแรงดัน oncotic ในเลือด เนื่องมาจากภาวะอัลบูมินในเลือดต่ำ ส่งผลให้เกิดการรั่วของของเหลวออกไปจากหลอดเลือด ทำให้ไตต้องเร่งดูดกลับเกลือและน้ำเพื่อรักษาปริมาตรของเหลว
3. ภาวะผิดปกติของระดับไขมันในกระแสเลือด (hyperlipoproteinemia) โดยความผิดปกติของไขมันทั้งหมดจะกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อโรคสงบ ไขมันชนิดแรกที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือด คือ cholesterol แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้น (มีการรั่วของโปรตีนมากขึ้น หรือมีภาวะไตวายร่วม) จะพบไขมัน LDL และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น (hypertriglyceridemia) และการลดลงของระดับ HDL ร่วมด้วย1 ผู้ป่วย nephrotic syndrome ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผนังหลอดเลือดแดงแข็ง และภาวะไขมันในเลือดสูงยังทำให้มีการทำลายไตมากขึ้น 2
4. ภาวะอุดตันทั้งภายในหลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดำ (Thromboembolism) โดยพบอุบัติการณ์ในหลอดเลือดดำได้บ่อยกว่าโดยเฉพาะเส้นเลือดดำที่ไต โดยมีความผิดปกติของกลไกการควบคุมการแข็งตัวของเลือด และการย่อยสลายไฟบริน1

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved