ยา OBIMIN ในสตรีมีครรภ์ ใช้ได้หรือไม่ (OBIMIN มีวิตามิน A 6000 IU)

[26 ตุลาคม 2552 : 15:59:27]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
คนไข้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ได้รับยา OBIMIN ซึ่งมีหมอจากคลินิก สวท. แนะนำให้ ซึ่งมี Vitamin A 6000 IU ต่อ เม็ด แพทย์สงสัยว่าใช้ได้ในสตรีมีครรภ์ได้หรือไม่
จาก ภญ.เพิ่มพรรณ์ ธนะภาส p_p...
เภสัชกร โรงพยาบาล
โรงพยาบาลรัตภูมิ สงขลา
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 118.173.xxx.xxx ]

[26 ต.ค. 52 : 17:20:22] DIN member dictrang@gmail.com IP [ 118.175.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
มีคำแนะนำว่า ปริมาณวิตะมิน A ที่ควรได้รับต่อวันไม่ควรเกิน 8000 IU (RDA US ) ในหญิงตั้งครรภ์ ทั้งนี้อาจต้องพิจารณาว่าได้จาก พืชผัก พอเพียงหรือไม่ กรณีขนาดที่สั่งใช้ ต่ำกว่า RDA จัดเป็น Pregnancy Risk Factor : A
ขนาดสั่งใช้ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 25000 IU /day ถูกจัดเป็น teratogenic dose
เอกสารอ้างอิง : Drug in pregnancy and lactation 8th Ed. 2008
Summary
Excessive doses of preformed vitamin A are teratogenic, as may be marked maternal deficiency. In addition, recent evidence has demonstrated that severe maternal vitamin A deficiency may increase the risk of mother-to-child HIV transmission and reduced infant growth during the first year. β-Carotene, a vitamin A precursor, has not been associated with either human or animal toxicity (see β-Carotene). Doses exceeding the US RDA (8000 IU/day) should be avoided by women who are pregnant or who may become pregnant. Moreover, the US RDA established by the FDA should be considered the maximum dose (4). Although the minimum teratogenic dose has not yet been defined, doses of ≥25,000 IU/day, in the form of retinol or retinyl esters, should be considered potentially teratogenic (3,4,22), but based on one study, smaller doses than this may be teratogenic (36). One of the recommendations of the Teratology Society, published in a 1987 position
P.1967
paper, states: “Women in their reproductive years should be informed that the excessive use of vitamin A shortly before and during pregnancy could be harmful to their babies” (4). The Teratology Society also noted that the average balanced diet contains approximately 7000–8000 IU of vitamin A from various sources, and this should be considered prior to additional supplementation (4).
*Risk Factor X if used in doses above the U.S.RDA.]

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 0.5ชั่วโมง
Keywords : vitamin A,pregnancy risk

[12 พ.ย. 52 : 13:59:44] นายไตรรัตน์ แก้วเรือง/ผศ.ดร.มาลี โรจน์พิบูลสถิตย์ s4750312@psu.ac.th IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
OBIMIN เป็นชื่อการค้าของวิตามินและแร่ธาตุรวม ได้แก่ วิตามินเอ บี ซี ดี อี แคลเซียม เหล็ก เป็นต้น ที่ขายอยู่ในท้องตลาดมี 2 แบบ คือ OBIMIN-AF มีวิตามินเอ 6000 iu และ OBIMIN-AZ มีวิตามินเอ 5000 iu ทั้งสองรูปแบบมีข้อบ่งใช้เหมือนกันคือ เพื่อเสริมและป้องกันการขาดวิตามินและแร่ธาตุระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
วิตามินเอ(retinol) เป็นวิตามินละลายในไขมันที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีอยู่ทั่วไปในอาหาร ร่างกายต้องการวิตามินเอเพื่อรักษาสภาพ epithelium tissue ให้เป็นปกติ และเพื่อการเจริญเติบโตและการสร้างกระดูก การมองเห็น และระบบสืบพันธุ์
คำเเนะนำสำหรับปริมาณวิตามินเอที่ได้รับต่อวันของสตรีมีครรภ์ในประเทศสหรัฐอเมริกามีสองคำแนะนำคือ The National Acadeny of Sciences ที่ตีพิมพ์ในปี 1989 (The National Acadeny of Sciences’ recommeneded dietary allowance (RDA)) แนะนำขนาดสำหรับสตรีตั้งครรภ์ปกติ คือ800 retinol equivalents/day(ประมาณ 2700 IU/day) และ องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา ( U.S. RDA) ในปี 1976 แนะนำขนาดสำหรับสตรีมีครรภ์คือ 8000 IU/day ซึ่งถูกกำหนดเป็นขนาดยาสูงสุด (2)
การรับวิตามินเอเข้าไปในขนาดที่สูงในระหว่างตั้งครรภ์สามเดือนแรกสัมพันธ์กับการเกิดทารกวิกลรูป เช่น craniofacial deformation (เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่) และเกิดความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และ thymus (3) เช่น การศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 1995 เพื่อทดสอบผลของวิตามินเอที่ได้จากการรับประทาน vitamin supplement และ อาหาร ต่อ pregnancy outcome สตรีมีครรภ์จำนวน 22748 คน ที่เข้าร่วมการศึกษานี้มีอายุครรภ์ระหว่าง12-20 สัปดาห์ ถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รับประทาน vitamin A 0-5000 IU/day (6410 คน) กลุ่มที่รับประทานวิตามินเอ 5001-10000 IU/day (12688 คน) กลุ่มที่รับประทาน วิตามินเอ10001-15000 IU/day (3150 คน) และ กลุ่มที่รับประทาน วิตามินเอ ≥15001 IU/day (500 คน) พบว่าสตรีมีครรภ์กลุ่มที่รับ วิตามินเอ มากว่าหรือเท่ากับ 15001 IU/day มี prevalence ratioของการเกิด cranial-neural-crest tissue defect สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับวิตามินเอต่ำสุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (3.5; 95%CI= 1.7-7.3) (2)
วิตามินเอมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อ น้ำหนักของทารก เส้นรอบวงศีรษะ ความยาวของทารก และระยะเวลาการตั้งครรภ์ การขาดวิตามินเอ สัมพันธ์กับการเพิ่มอัตราการตายของแม่ และน้ำหนักแรกเกิดของทารก(3) ในปี 1984 มีรายงานว่าการขาดวิตามินเอในสตรีมีครรภ์สัมพันธ์กับการเพิ่มอุบัติการณ์ของการคลอดก่อนกำหนดและ intraurine growth retardation อย่างไรก็ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน ปี 1977 ไม่พบความแตกต่างของระดับความเข้มข้นของวิตามินเอในเลือดของเด็กที่ low-birth-weight (< 2500 g) กับ normal-birth-weight (>2500 g) 211 ng/ml และ 273 ng/ml
โดยสรุปคือการได้รับวิตามินเอในปริมาณสูงมาก พบหลักฐานของการศึกษาว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดทารกวิกลรูป แต่การขาดวิตามินเอในสตรีมีครรภ์ (เช่น ภาวะขาดสารอาหาร) ก็สามารถทำให้ลดการเจริญเติบโตของเด็กในได้ สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานวิตามินเอเกินขนาดตามที่ US RDA แนะนำ คือ 8000 IU /day สมาคม The teratology Society กล่าวถึงปริมาณวิตามินเอที่เหมาะสมในสตรีมีครรภ์คือ 7000-8000 IU (2) คณะกรรมการการจัดทำปริมาณสารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2546 ได้แนะนำปริมาณวิตามินเอต่อวันสำหรับสตรีมีครรภ์คือ 800 ไมโครกรัมต่อวัน คิดเป็น 2700 iu (คนทั่วไปต้องการวิตามินเอ 2000 iu/day) (4) ซึ่งควรมาจากการรับประทานอาหารหลายๆแหล่ง ควรพิจารณาว่ามีภาวะขาดหรือมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินเอก่อนที่จะใช้วิตามินเอ เสริม เพราะถึงแม้ว่าวิตามินเอจะจัดอยู่ใน pregnancy category A แต่ถ้าใช้เกิน ที่ US RDA ระบุจะเป็น category X ทันที (2)
ดังนั้น สตรีมีครรภ์สามารถใช้ OBIMIN ที่มีวิตามินเอ 6000 iu ได้ ถ้าหากคิดว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับวิตามินเอจากอาหารไม่เพียงพอ โดยไม่ควรเกิน 1 เม็ดต่อวัน และควรระมัดระวังการรับวิตามินเอเสริมจากวิตามินรวมอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกินปริมาณตามคำแนะนำ และควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

เอกสารอ้างอิง
1. Sunthornsaj N, Fun LW, Evangelista LF et al. MIMS Thailand 113th Edition 2008
2. Briggs GG, Freeman RK, Yaffe SJ. Drugs in Pregnancy and Lactation 7th ed. Lippincott Williams and Willkins. Philadephia.2005
3. Ministry of Health. Food and Nutrition Guidelines for Healthy Pregnant and Breastfeeding Women: A background paper. Wellington: Ministry of Health. Ministry of Health New Zealand 2006
4. โพยม วงศ์ภูวรักษ์. ความรู้ด้านเภสัชกรรมคลินิก: การให้อาหารทางหลอดเลือดดำ. โอเอส พริ้นติ้ง เฮาส์. กรุงเทพ. 2550

ระยะเวลาในการสืบค้น : 2ชั่วโมง
Keywords : Obimin, pregnancy, outcome ,Teratogenicity,vitamin

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved