การตกขาว

[16 มกราคม 2559 : 18:38:13]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
การรักษาอาการตกขาวด้วยเลเซอร์ดีหรือเปล่าคะ
จาก M_suphalak@hotmail.com M_s...
เภสัชกร หน่วยงานอื่นทางเอกชน
Suphalak อุดรธานี
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
IP [ 101.78.1xxx.xxx ]

[7 ก.พ. 59 : 6:35:47] มโนใจ manojai@hotmail.com IP [ 223.207.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ไม่แน่ใจว่าเจ้าของกระทู้สับสนระหว่าง ตกขาว กับ ตกกระ หรือเปล่าครับ

[31 มี.ค. 61 : 13:57:21] นศภ.เมธาวี ชัยสุขสมบัติ/ภญ.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ 5610712028@email.psu.ac.th IP [ 172.22.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ภาวะตกขาวพบได้ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งปรกติจะมีสีขาวหรือสีใสขึ้นกับรอบประจำเดือน[1] ส่วนตกขาวที่ผิดปกตินั้น สังเกตได้จากการมีตกขาวปริมาณมากขึ้น มีสีหรือกลิ่นผิดปกติไปหรือมีอาการคัน เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วมักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ซึ่งเชื้อที่พบได้บ่อยมี ดังนี้[2]
1.Trichomoniasisหรือพยาธิช่องคลอด เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวชนิด Trichomonas vaginalis ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตกขาวมีปริมาณมาก[1],[2] มีกลิ่นเหม็น[3],[4] สีขาวหรือสีเหลืองออกเขียว[2],[4-5] มีฟอง
คันช่องคลอด[1] ปัสสาวะแสบขัด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดอักเสบแดง[1-3] ยาที่ใช้รักษา เช่น metronidazole 2 g รับประทานครั้งเดียว หรือmetronidazole 500 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน หรือยา tinidazole 2 g รับประทานครั้งเดียว และจำเป็นต้องให้การรักษาคู่นอนร่วมด้วย[2-4] ยาmetronidazole มีราคาถูกกว่า ส่วนยาtinidazole มี half-lifeที่ยาวกว่า และมีอาการข้างเคียงของทางเดินอาหารน้อยกว่า[2],[4] และใช้ได้ผลในผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาmetronidazole[2]
2.Bacterial Vaginosisหรือช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีตกขาวเพิ่มขึ้น [1],[2] กลิ่นเหม็นคาวปลา [1],[4] สีขาวหรือสีเทา[2],[5] ไม่คัน [1] ปัสสาวะแสบขัด แต่บางรายอาจไม่มีอาการแสดง[5]
ยาที่ใช้รักษา เช่น ยาmetronidazole 500 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน[1-5] ส่วนการให้รับประทาน metronidazole 2 กรัม ครั้งเดียว ปัจจุบันไม่แนะนำแล้ว เพราะประสิทธิภาพการรักษาต่ำ[2]
ส่วนยารักษาทางเลือกอื่น(Alternative regiment) เช่น ยาclindamycin 300 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน[2-5] หรือ tinidazole 1 g รับประทานวันละครั้ง นาน 5 วัน หรือ 2 g รับประทานวันละครั้ง นาน 3 วัน[2],[4],[5]
3.Vulvovaginal Candidiasis หรือช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อรา เกิดจากเชื้อราในกลุ่ม Candida[4] โดยส่วนใหญ่เป็น Candida albicans[2-4] (80-92%)[3] อาการที่พบ เช่น คัน แสบ และระคายเคืองช่องคลอด ช่องคลอดบวมแดง ตกขาวมีสีขาวข้นคล้ายนมบูด[1-5] ยาที่ใช้รักษามีทั้งในรูปแบบสอดช่องคลอดและรูปแบบรับประทาน[1],[5] เช่น clotrimazole 500 mg สอดช่องคลอดครั้งเดียว หรือ clotrimazole 100 mg สอดช่องคลอด 2 เม็ด วันละ 1 ครั้ง นาน 3 วัน หรือใช้ยาfluconazole 150 mg รับประทานครั้งเดียว หรือitraconazole 200 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 1 วัน[1-5] และหากผู้ป่วยกลับซ้ำมากกว่า 4 ครั้งต่อปี ให้ fluconazole 100-200 mg รับประทานครั้งเดียว และกินซ้ำวันที่ 4 และ 7 และหากผู้ป่วยยังมีอาการอยู่ให้ทำการรักษาต่อเนื่องโดย fluconazole 100-200 mg กินครั้งเดียวต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกันนาน 6 เดือน[4],[5]
จากการสืบค้นจากฐานข้อมูล Pubmed ยังไม่พบการรักษาอาการตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อด้วยเลเซอร์ แต่พบการศึกษาที่ใช้เลเซอร์เพื่อรักษาอาการตกขาวจาก cervical ectopy (อาการที่พบในผู้ที่มีภาวะcervical ectopy เช่น ตกขาวสีใสหรือขุ่นเล็กน้อย คันช่องคลอด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะขัด ปัสสาวะมากตอนกลางคืน และปัสสาวะบ่อย[6-7] ) การศึกษานี้ศึกษาในผู้ป่วย 200 คน ที่เป็น benign cervical ectopy และมีอาการ ได้แก่ ตกขาวผิดปกติ, มีเลือดออก, ปากมดลูกอักเสบซ้ำ และปวดอุ้งเชิงกราน โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง ultrasound therapy (US) กับ laser therapy ติดตามผลข้างเคียงหลังได้รับการรักษาในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 และติดตามผลการรักษาในสัปดาห์ที่ 12 ผลการศึกษาพบว่า อัตราการหายของอาการไม่มีความแตกต่างกันทั้ง 2 กลุ่ม (กลุ่มที่ได้รับ US 97.33% และกลุ่มที่ได้รับ เลเซอร์ อยู่ที่ 98.81%) และการรักษาภาวะcervical ectopy ทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างเช่นเดียวกัน ส่วนอาการข้างเคียง เช่น ตกขาว และ เลือดออกทางช่องคลอด ในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย US พบน้อยกว่า กลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยเลเซอร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)[8]
ข้อมูลเท่าที่สืบค้นได้ไม่พบการรักษาภาวะตกขาวจากการติดเชื้อด้วยเลเซอร์ แต่มีการศึกษาการรักษาภาวะตกขาวจาก Cervical ectopyด้วยเลเซอร์ ซึ่งมีรายละเอียดดังข้างต้น
เอกสารอ้างอิง
[1] Spence D, Melville C. Vaginal discharge. British Medical Journal. 2007;335(7630):1147-1151.
[2] Marrazzo JM, Holmes KK. Sexually Transmitted Infections. In: Kasper D, Fauci A, Hauser S, Longo D, Jameson JL, Loscalzo J, eds. Harrison’s Principles of internal medicine. 19th ed. New York: McGraw-hill; 2015:1099-103.
[3] Brown TER., Dresser LD. Gynecology and obstetric disorder. In DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM, eds. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 10th ed. New York: McGraw-hill; 2017.1858-94.
[4] Centers for disease control and prevention. 2015 Sexually Transmitted Diseases Treatment Guidelines. 2015; [ 4 screens]. Available at: https://www.cdc.gov/std/tg2015/vaginal-discharge.htm. Accessed Mar 3, 2018.
[5] กลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2558. กรุงเทพ: กราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2558: 62-71.
[6] Marrazzo JM, Holmes KK. Sexually Transmitted Infections. In: Kasper D, Fauci A, Hauser S, Longo D, Jameson JL, Loscalzo J, eds. Harrison’s Principles of internal medicine [book on the Internet]. 18th ed. New York: McGraw Hill Lange; 2012 [cited 2018 Mar 3]; Available from: http://accessmedicine.mhmedical.com/content.aspx?sectionid=79734209&bookid=1130&jumpsectionID=98713747&Resultclick=2#1120796766.
[7] Machado Junior LC, Dalmaso AS, Carvalho HB. Evidence for benefits from treating cervical ectopy: literature review. Sao Paulo Med J. 2008 Mar 6;126(2):132-9.
[8] Chen J, Zhou D, Liu Y, Peng J, Li C, Chen W, Wang Z. A comparison between
ultrasound therapy and laser therapy for symptomatic cervical ectopy. Ultrasound Med Biol. 2008 Nov;34(11):1770-4.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet : Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : vaginal discharge and laser

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved