กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทานnorfloxacin แล้วไม่ดีขึ้นค่ะ

[10 มกราคม 2560 : 21:05:13]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบค่ะ เภสัชกรแนะนำให้ทาน norfloxacin หลังอาหารค่ะ ทานมาได้ 3 วันแล้วแต่เหมือนยังมีอาการแสบๆด้านในท่อปัสสาวะ และเหมือนมีน้ำปัสสาวะค้างในกระเพาะค่ะ ตอนนี้ยายังเหลือสำหรับทานอีกสองวัน ถ้าทานจนหมดแล้วยังไม่ดีขึ้นต้องทานต่อหรือเปลี่ยนเป็นตัวอื่นคะ
จาก สาว sao...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางราชการ
กระทรวงเกษตร กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
IP [ 49.49.24xxx.xxx ]

[12 ก.ย. 60 : 10:33:09] นศภ. ปทิตตา วิหะกะรัตน์/รศ. ดร. ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ . IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (cystitis) เป็นการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง อาการที่พบ เช่น เจ็บหรือแสบขณะถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ออกหรือติดขัด อาจมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ มีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย หรือปวดบริเวณหัวหน่าว[1]

เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ[1,2] เช่น E. coli นอกจากนี้อาจพบเชื้อ Staphylococcus saprophyticus ,Proteus mirabilis, Klebsiella sp, Enterococci และ group B Streptococci

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ[1] เช่น เป็นผู้ที่มีความผิดปกติของระบบโครงสร้างของทางเดินปัสสาวะ เช่น มีการอุดตัน เป็นนิ่ว ท่อปัสสาวะตีบ ต่อมลูกหมากโต เนื้องอก หรือ ใส่สายสวนปัสสาวะ การตั้งครรภ์ โรคเบาหวาน เป็นต้น

ยาที่ใช้รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ[2] ตัวอย่างเช่น
1. nitrofurantoin 100 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน
2. trimethoprim-sulfamethoxazole 160/800 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน
3. Fosfomycin trometamol 3 กรัม รับประทานครั้งเดียว
4. ยากลุ่ม Fluoroquinolones เช่น ofloxacin, ciprofloxacin และ levofloxacin รับประทานยานาน 3 วัน และ
5. ยากลุ่ม β-lactams ได้แก่ amoxicillin-clavulanate, cefdinir, cefaclor และ defpodoxime-proxetil รับประทานนาน 3-7 วัน[2]

การเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย และประวัติแพ้ยา ความร่วมมือในการรับประทานยา และข้อมูลเชื้อดื้อยาในแต่ละพื้นที่[2]

จากแนวทางการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ[2] ได้แนะนำให้ใช้ยา norfloxacin เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาการใช้ยา norfloxacin 400 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน เปรียบเทียบกับการใช้ยานาน 7 วัน ในผู้หญิงที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน[3] พบว่าประสิทธิภาพในระยะสั้น (การกำจัดเชื้อในช่วง 3-13 วันหลังใช้ยา) ของทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน (93.8% เทียบกับ 96.6% ตามลำดับ) แต่เมื่อติดตามผลการใช้ยาต่อไป (accumulated efficacy โดยติดตามนานสุด 45 วันหลังจากรักษา) พบว่ากลุ่มที่ใช้ยานาน 3 วัน มีประสิทธิภาพของการกำจัดเชื้อต่ำกว่ากลุ่มที่ใช้ยานาน 7 วัน อย่างมีนัยสัญทางสถิติ (81.3% เทียบกับ 91.7% ตามลำดับ p<0.004) แต่อัตราการกลับเป็นซ้ำหรือการติดเชื้อซ้ำ และการทนต่อยา พบว่าทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน

โดยสรุป จากแนวทางการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ แนะนำให้ใช้ยา norfloxacin ขนาด 400 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน และมีประสิทธิภาพที่ดีในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน ในกรณีที่ยังคงมีอาการหรืออาการแสดงของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หลังจากรักษาด้วยยาต้านจุลชีพจนครบแล้ว แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นอกจากการใช้ยาแล้ว ผู้ที่มีอาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบควรมีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม เช่น การดื่มน้ำมากๆ ไม่กลั้นปัสสาวะ รักษาสุขอนามัยที่ดี หลีกเลี่ยงการสวมใส่ชุดชั้นในและเสื้อผ้าที่รัดรูป เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง
1. Coyle EA, Prince RA.Urinary tract infections. In: Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM, editors. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 10th ed. McGraw-Hill Medical; 2017.p. 1829-44.
2.Gupta K, Hooton TM, Naber KG, Wullt B, Colgan R, Miller L, et al. International Clinical Practice Guidelines for the Treatment of Acute Uncomplicated Cystitis and Pyelonephritis in Women: A 2010 Update by the Infectious Diseases Society of America and the European Society for Microbiology and Infectious Diseases. Clin Infect Dis 2011;52(5):e103-e120.
3. Falck G. Double-blind comparison of 3-day versus 7-day treatment with norfloxacin in symptomatic urinary tract infections. The Inter-Nordic Urinary Tract Infection Study Group. Scand J Infect Dis [internet]. 1988 [cited 2017 Jun 12];20(6):619-24. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/?term=Double-blind+Comparison+of+3-day+versus+7-day+Treatment+with+Norfloxacin+in+Symptomatic+Urinary+Tract+Infections.

ระยะเวลาในการสืบค้น : 4 ชั่วโมงชั่วโมง
Keywords : Urinary Tract Infections, cystitis, norfloxacin, f

[20 ต.ค. 60 : 22:47:22] นศภ.นัสรียะห์ สาเล็ง/รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ - IP [ 113.53.6xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Norfloxacin เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่ม fluoroquinolone มีข้อบ่งใช้รักษาภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน (uncomplicated urinary tract infection) ภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบซับซ้อน (complicated urinary tract infection) และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ที่มีสาเหตุจากเชื้อ N. gonorrhoeae โดยขนาดยาที่ใช้รักษาภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน ที่มีสาเหตุจากเชื้อ E. coli, K. pneumoniae, P. mirabilis คือ 400 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน แต่ถ้ามีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ คือ 400 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 – 10 วัน
และภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบซับซ้อน ขนาดยาที่แนะนำ คือ 400 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 10 – 21 วัน [1]
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นการติดเชื้อเฉพาะที่ ซึ่งหากไม่มีความผิดปกติของโครงสร้างและการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ จะเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน (uncomplicated urinary tract infection) การเลือกยาต้านจุลชีพส่วนใหญ่มักทำโดยไม่ทราบผลเพาะเชื้อ ดังนั้นหลักในการเลือกยาต้านจุลชีพต้องคำนึงถึงเชื้อที่พบบ่อยและมักเป็นสาเหตุของโรค และข้อมูลความไวของเชื้อดังกล่าวต่อยาในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้คำนึงถึงข้อมูลยา เช่น อาการไม่พึงประสงค์ ระยะเวลาในการให้ยา การบริหารยา และราคายา เป็นต้น [2]
เชื้อก่อโรคในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในไทยส่วนใหญ่คือ E. coli คิดเป็นร้อยละ 75 – 90 และมีอุบัติการณ์การดื้อยาที่เพิ่มขึ้นตามการใช้ยาต้านจุลชีพที่มากขึ้น ซึ่งมีการดื้อต่อยา cotrimoxazole ในอัตราที่สูง ทำให้ยาต้านจุลชีพในกลุ่ม fluoroquinolones เป็นตัวเลือกแรกในการนำมาใช้รักษาโรคนี้ [2] จากข้อมูลศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติประเทศไทย (national antimicrobial resistance surveillance center, Thailand; NARST) รายงานข้อมูลจากโรงพยาบาล 68 แห่ง ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม ค.ศ.2017 พบว่า เชื้อ E. coli ที่แยกจากปัสสาวะ มีความไวต่อยากลุ่ม fluoroquinolones ที่มีรายงาน ประกอบด้วยยา norfloxacin และ ciprofloxacin มีความไวเป็นร้อยละ 40.4 และ 39.2 ตามลำดับ ซึ่งมากกว่ายา cotrimoxazole ที่มีความไวต่อยาร้อยละ 39.1 [3] และยากลุ่มนี้ยังให้ผลการรักษาที่ดี เนื่องจากความเข้มข้นของยาในปัสสาวะมีค่าสูง ซึ่งสูงกว่าความเข้มข้นของยาในเลือดมาก [2]
ตามแนวทางการรักษาของ Infectious Diseases Society of America (IDSA) 2011 แนะนำยา cotrimoxazole เป็นลำดับแรกๆในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบชนิดไม่ซับซ้อน (acute uncomplicated cystitis) สำหรับพื้นที่ที่มีการดื้อยาของเชื้อน้อยกว่าร้อยละ 20 [4] แต่ในประเทศไทยยา cotrimoxazole ใช้ไม่ได้ เพราะเชื้อก่อโรคของภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ดื้อต่อยานี้เกินร้อยละ 30 ดังนั้นในประเทศไทยจึงแนะนาให้ใช้ยากลุ่ม fluoroquinolones [5]
แนวทางการวินิจฉัยและรักษาภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection; UTI) ในหน่วยบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แนะนำยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานสำหรับการติดเชื้อระบบปัสสาวะส่วนล่าง (lower urinary tract infection) ในผู้ป่วยที่เป็นครั้งแรก แนะนาให้ใช้ยากลุ่ม fluoroquinolone ได้แก่ norfloxacin, ofloxacin หรือ ciprofloxacin
ขนาดยาที่แนะนำ norfloxacin 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 3 วัน ofloxacin 200-400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 3 วัน และ ciprofloxacin 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 3 วัน หากใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ตรวจปัสสาวะ (urinalysis; UA) หากพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ (pyuria) หรือ พบแบคทีเรียในปัสสาวะ ให้ส่งปัสสาวะเพาะเชื้อและให้ยาเดิมต่อไปจนกว่าผลเพาะเชื้อจะออก หลังจากเพาะเชื้อได้หากเชื้อดื้อยาให้เปลี่ยนยาตามผลเพาะเชื้อจนครบ 7 วัน และนัดมาติดตามอาการและตรวจปัสสาวะซ้ำ หากเชื้อไวต่อยาที่ให้ ต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ [5]
ดังนั้น หากรับประทานยา norfloxacin 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้รับประทานต่อไปอีกจนยาหมด เนื่องจากมีข้อมูลว่าสามารถให้ยารักษาภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อนที่อาจเกิดจากเชื้ออื่นๆได้ เป็นระยะเวลา 7 – 10 วัน [1] และในประเทศไทยเชื้อก่อโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบยังมีความไวต่อยากลุ่ม fluoroquinolones [3] นอกจากนี้มีการศึกษา พบว่ายากลุ่ม fluoroquinolones มีประสิทธิภาพในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันชนิดไม่ซับซ้อนในผู้หญิงไม่แตกต่างกัน [6] การพิจารณาเปลี่ยนยานั้นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ และหากรับประทานยาจนหมดแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ตรวจปัสสาวะเพื่อส่งตรวจและหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม [5]



เอกสารอ้างอิง

1. Corbett AH, Dana WJ, Fuller MA, eds. Drug information Handbook with International trade names index 25th ed. Ohio: Lexi-comp; 2016. p.1471-72.
2. ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร, สุทธิพร ภัทรชยากุล, โพยม วงศ์ภูวรักษ์, มาลี โรจน์พิบูลสถิตย์, ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์, สุชาดา สูรพันธุ์ และคณะ (บรรณาธิการ). (2559). Trends in infectious disease pharmacotherapy 2016. กรุงเทพฯ: บริษัท ประชาชน จำกัด. หน้า 204-12.
3. National Antimicrobial Resistance Surveillance center Thailand (NARST). Percent susceptibility of organisms Isolated from urine, 68 hospitals, Jan - Mar 2017. Retrieved from http://narst.dmsc.moph.go.th/
4. Gupta K, Hooton TM, Naber KG, Wullt B, Colgan R, Miller LG, et all. International clinical practice guidelines for the treatment of acute uncomplicated cystitis and pyelonephritis in women: A 2010 update by the infectious diseases society of america and the european society for microbiology and infectious diseases. Clin Infect Dis, 52. 2011; 5: e103-20.
5. คณาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2555). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection) ในหน่วยบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์. สืบค้นจาก medinfo2.psu.ac.th/commed/web/pdf/5/Urinary%20tract%20infection.pdf
6. Rafalsky VV, Andreeva IV, Rjabkova EL. Quinolones for uncomplicated acute cystitis in women (Review). Cochrane Database of Systematic Reviews. 2006, Issue 3.





เอกสารที่ทำการสืบค้น
: DISdatabase : Internet
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : norfloxacin urinary tract infection

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved