สามารถใช้ยาสอดช่องคลอดร่วมกับยารับประทานฆ่าเชื้อรารักษาตกขาวจากเชื้อราได้ไหมครับ

[17 มกราคม 2560 : 22:45:42]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
สามารถใช้ยาสอดช่องคลอดร่วมกับยารับประทานฆ่าเชื้อรารักษาตกขาวจากเชื้อราได้ไหมครับ
จาก India bos...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
ร้านค้า กำแแพงเพชร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :อื่น ๆ
IP [ 159.192.xxx.xxx ]

[13 ก.พ. 60 : 18:56:43] นศภ.ศรัลญา พานิช/ดร.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ . IP [ 183.89.2xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ภาวะตกขาวจากเชื้อราหรือเชื้อราในช่องคลอด (Vulvovaginal Candidiasis) มีสาเหตุมาจากเชื้อราในกลุ่ม Candida และส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Candida albicans แต่อาจเกิดจากเชื้อ Candida ชนิดอื่น เช่น Candida krusei อาการโดยทั่วไปของภาวะตกขาวจากเชื้อรา เช่น คัน ตกขาวมีลักษณะคล้ายตะกอนนม มีอาการปัสสาวะแสบขัด และเจ็บช่องคลอด[1]

จากแนวทางการรักษาภาวะติดเชื้อในช่องคลอดของ Centers for Disease Control and Prevention ประเทศสหรัฐอเมริกา และแนวทางการรักษาของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีรายละเอียดโดยย่อดังนี้[1,2]
1. เชื้อราในช่องคลอดชนิดไม่มีภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้ใช้ยาอย่างใดอย่างหนึ่ง[2] ได้แก่
1.1 Fluconazole 150 mg รับประทานครั้งเดียว หลังอาหาร[1,2,3] หรือ
1.2 Itraconazole 200 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 1 วัน[2] หรือ
1.3 Clotrimazole 500 mg สอดช่องคลอดครั้งเดียว หรือ Clotrimazole 100 mg สอดช่องคลอด ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 1 ครั้ง นาน 3 วัน[2,3]
2. เชื้อราในช่องคลอดชนิดมีภาวะแทรกซ้อน[1,2]
2.1 ผู้ที่มีภาวะเชื้อราในช่องคลอดซึ่งมีการกลับเป็นซ้ำตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปใน 1 ปี แนะนำให้รักษาด้วยยาทาหรือยาสอดช่องคลอดเป็นระยะเวลานานมากขึ้น เช่น 7-14 วัน[1] หรือรักษาด้วยยา fluconazole รูปแบบรับประทานขนาด 100 - 200 mg ในวันที่ 1, 4 และ 7 และเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำให้รับประทาน fluconazole (100 - 200 mg) 1 เม็ดต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 เดือน[1,2]
2.2 สำหรับผู้ที่มีอาการบวมแดงของแคมอย่างมาก มีรอยถลอกจากการเกา และมีรอยแตกของแคม แนะนำให้รักษาด้วยยากลุ่ม azole รูปแบบทาหรือสอดช่องคลอด[1] หรือ fluconazole 150 mg รับประทาน 2 ครั้ง (ครั้งที่ 2 รับประทานห่างจากครั้งแรก 72 ชั่วโมง)[1,2,3]
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเชื้อราในช่องคลอดที่เกิดจากเชื้อ Candida krusei แนะนำรักษาด้วยยา กลุ่ม azole ที่ไม่ใช่ fluconazole เช่น ยาเฉพาะที่ clotrimazole หรือ miconazole หรือ terconazole หรือ ยารับประทาน Itraconazole[4]

จากรายละเอียดข้างต้นซึ่งเป็นข้อมูลแนวทางการรักษาเชื้อราในช่องคลอดในปัจจุบัน แนะนำใช้ยาทาช่องคลอด หรือ ยาสอดช่องคลอด หรือยารับประทาน เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น[1,2,3] สำหรับประสิทธิภาพของยารับประทานและยาเฉพาะที่ มีการศึกษาพบว่าให้ผลการรักษาไม่แตกต่างกัน[5] อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นข้อมูล ไม่พบการศึกษาที่ศึกษาถึงประสิทธิภาพของการใช้ยาสอดช่องคลอดร่วมกับยารับประทาน fluconazole ในการรักษาเชื้อราในช่องคลอด แต่มีเพียง 1 การศึกษาที่เปรียบเทียบระหว่าง ketoconazole 400 mg รับประทาน (แบ่งรับประทานเป็น ketoconazole 200 mg วันละ 2 ครั้ง) เป็นเวลา 5 วัน ร่วมกับ miconazole 100 mg สอดช่องคลอด เป็นเวลา 14 วัน เทียบกับ การใช้ยา ketoconazole 400 mg รับประทาน (แบ่งรับประทานเป็น ketoconazole 200 mg วันละ 2 ครั้ง) เพียงอย่างเดียว เป็นเวลา 5 วัน หรือ การใช้ยา miconazole 100 mg สอดช่องคลอด เพียงอย่างเดียว เป็นเวลา 14 วัน ผลการศึกษาพบว่าการใช้ยา ketoconazole รับประทาน ร่วมกับการใช้ยา miconazole สอดช่องคลอด มีประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ยา miconazole สอดช่องคลอด เพียงอย่างเดียว หรือการใช้ยา ketoconazole รับประทาน เพียงอย่างเดียว (อัตราการรักษาให้ปราศจากเชื้อ (mycological cure rate) เป็น 94%, 76% และ 80% ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามข้อด้อยของการศึกษานี้ คือ ไม่ได้มีการคัดเลือกตัวอย่างแบบสุ่ม ดังนั้นผลการศึกษาที่ได้อาจมีอคติ[6] และในปัจจุบัน ketoconazole ไม่ได้เป็นยาที่แนะนำให้ใช้ในการรักษาเชื้อราในช่องคลอด[1,2,3,4] นอกจากนั้น ketoconazole ยังมีอาการข้างเคียงที่สำคัญ เช่น ผื่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และพิษต่อตับ[7]

โดยสรุป การรักษาภาวะเชื้อราในช่องคลอดตามแนวทางในการรักษาปัจจุบัน แนะนำให้ใช้ยาทาช่องคลอด หรือยาสอดช่องคลอด หรือยารับประทาน เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเพียงพอต่อการรักษา[1,2,3] โดยการรักษาด้วยยารูปแบบสอดช่องคลอดมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเทียบเท่ากับการรับประทานยา fluconazole[5]
เอกสารอ้างอิง
[1] Centers for Disease Control and Prevention. Vulvovaginal Candidiasis. 2015. Available at: https://www.cdc.gov/std/tg2015/candidiasis.htm#box3. Accessed January 30, 2017.
[2] สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. 2558; [3 screens]. Available at: http://www.silomclinic.in.th/file/56172cc9dc819.pdf. Accessed January 30, 2017.
[3] Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM. Pharmacotherapy A Pathophysiologic Approach. 9th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2014.1911-14.
[4] Lexicomp. Candida vulvovaginitis [Internet]. United States of America: UpToDate®; 2017 [cited 2017 February 1]. Available form: https://www.uptodate.com/contents/candida-vulvovaginitis.
[5] Sobel, JD, Brooker D, Stein GE, Thomason JL, Wermeling DP, Bradley B, et al. Single oral dose fluconazole compared with conventional clotrimazole topical therapy of candida vaginitis. Am J Obstet Gynecol. 1995 Apr;172(4 Pt 1):1263-8.
[6] Sharma JB, Buckshee K, Gulati N. Oral Ketoconazole and Miconazole Vaginal Pessary Treatment for Vaginal Candidosis. Australian and New Zealand Journal of Obstetrics and Gynaecology. 1991 Aug;31(3):276-8.
[7] Lexicomp. Ketoconazole (systemic): Drug information [Internet]. United States of America: UpToDate®; 2017 [cited 2017 February 12]. Available form: https://www.uptodate.com/contents/ketoconazole-systemic-drug-information?source=preview&search=ketoconazole&anchor=F8120668#F8120668.
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : topical antifungal, oral antifungal, vulvovaginal

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
อาจารย์ ดร.ภญ.ฐิติมา ด้วงเงิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved