การให้ dTในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

[20 มกราคม 2560 : 23:21:12]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
สวัสดีครับ รบกวนสอบถามข้อมูลการฉีดวัคซีน ดังนี้ครับ
เด็กชายอายุ 4 ปี 2 เดือน ประวัติการฉีดวัคซีนที่ผ่านมา ฉีด วัคซีน 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 9 เดือน 1.6 ปี 2.6 ปี ขาดวัคซีน 4 ขวบ นัดมาฉีด 12/1/60
เด็กคนนี้เกิดอุบัติเหตุหัวแตก มารับการรักษา ที่ er วันนที่ 3/1/60 เย็บแผล และพยาบาลฉีดวัคซีน ป้องกัน บาดทะยัก (dT) 1 เข็ม และไม่นัด เข็ม 2 และ 3 คำถามคือ
1. เด็กคนนี้ฉีด วัคซีน dT ไปแล้ว ในวันมาทำแผล เมื่อถึงวันนัดมาฉีดวัคซีน (dtp5+opv5) ต้องฉีดอีกหรือไม่
2. มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีน dT ในบาดแผลครั้งนี้หรือไม่เมื่อเด็กได้รับวัคซีนครบมาตามเกณฑ์
3. dT และ DTP มีข้อจำกัดการใช้กับเด็กเล็กอย่างไรครับ
จาก กำพล Und...
บุคลากรอื่นทางด้านการแพทย์ โรงพยาบาล
แปลงยาว ฉะเชิงเทรา
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การศึกษา/ให้ความรู้แก่บุคลากรการแพทย์
IP [ 223.204.xxx.xxx ]

[7 มี.ค. 60 : 14:25:04] นศภ.รพีพรรณ/รศ.ดร. โพยม วงศ์ภูวรักษ์ payom.w@psu.ac.th IP [ 172.22.2xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP) โดยส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปวัคซีนรวม ซึ่งมีองค์ประกอบของวัคซีนต่างกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆดังนี้

ก. Tetanus toxoid (TT)

ข. Diphtheria-tetanus toxoid (DT) ซึ่งมีทั้ง DT และ dT ดังนี้
DT (Pediatric): มี diptheria toxoid 25-30 Lf units และ tetanus Toxoid 5-10 Lf units
dT (Adult): มี diptheria toxoid 1-2 Lf units และ tetanus Toxoid 5-10 Lf units

ค. Diphtheria-tetanus-pertussis vaccine (DTP) ซึ่งมีทั้ง DTwP และ DTaP ดังนี้
DTwP (วัคซีนไอกรนชนิดทั้งเซลล์) : โดย DTwP ในปริมาตร 0.5 ml. มี diphtheria toxoid 25-30 Lf และ tetanus toxoid 5-10 Lf และ Bordetella pertussis (whole cell) ในปริมาณ 20,000 ล้านตัว
DTaP (เฉพาะบางส่วนของเชื้อไอกรนชนิดที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้) : วัคซีน DTaP มีสัดส่วนของ toxoid ของเชื้อคอตีบและบาดทะยักเหมือน DTwP แต่ส่วนประกอบของเชื้อไอกรนมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต

ง. Diphtheria-tetanus-pertussis vaccine สูตรเด็กโตหรือผู้ใหญ่ (Tdap) โดยลดปริมาณของวัคซีนไอกรนและคอตีบเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ แต่ยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี [1]

จากข้อมูลวัคซีนจำเป็นที่ต้องให้กับเด็กทุกคนที่แนะนำจากสมาคมโรคเด็กติดเชื้อแห่งประเทศไทยปี 2560 กำหนดให้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก (DPwT) ติดต่อกัน 3 เข็ม ในช่วงอายุ 2, 4, 6 เดือน และฉีดกระตุ้นเข็มที่ 4 เมื่ออายุ 18 เดือน และเข็มที่ 5 เมื่ออายุ 4-6 ปี โดย 3 เข็มแรกเป็น primary immunization และเข็มที่ 4 และ 5 เป็น booster [1] โดยวัคซีน dT เป็น booster ทุก 10 ปี และกรณีเด็กอายุ 4 ปีที่เคยได้วัคซีนสูตรรวมคือ DTP+OPV ครบ 4 เข็มมาแล้ว หากครั้งนี้ได้วัคซีน dT จึงป้องกันเฉพาะโรคคอตีบกับบาดทะยักเท่านั้น แต่ยังขาดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไอกรนและโรคโปลิโอ จึงควรได้รีบวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไอกรนและโรคโปลิโอด้วย โดยในปัจจุบันไม่มีวัคซีนป้องกันไอกรนรูปแบบชนิดเดี่ยวแต่จะอยู่ในรูปวัคซีนชนิดรวม [5] โดยสามารถให้ DTP+OPV ครั้งที่ 5 ได้ แต่ไม่ควรได้รับเกิน 6 ครั้งก่อนอายุ 7 ปี เนื่องจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักบ่อยมากเกินไปจะทำให้เกิด Arthus reaction ซึ่งเป็นปฏิกิริยาบวมแดงเฉพาะที่ได้ [4,8]
และสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กที่มีแผลและฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักครบ 4 เข็ม จะมีภูมิคุ้มกันพอสำหรับบาดแผลที่ไม่รุนแรงมากไปถึงประมาณ 10 ปี [7] อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนป้องกันโรคชนิด DTP ยังแนะนำให้ฉีดกระตุ้นเข็มที่ 5 เมื่ออายุ 4-6 ปี
ดังนั้นถ้าเด็กได้รับบาดเจ็บ มีแผลที่ไม่ฉกรรจ์ ในช่วงอายุ 5 ปีแรก ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโรคบาดทะยักอีก ยกเว้นในรายที่บาดแผลมีขนาดใหญ่มาก รุนแรงและสกปรกมาก และได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานมากกว่า 5 ปีมาแล้ว จึงให้ฉีดเฉพาะวัคซีนป้องกันบาดทะยักกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกครั้ง [1,2]

ข้อจำกัดในเด็กอายุ 3-5 ปี พบว่ามีข้อห้ามและข้อพึงระวังดังนี้

ก. การฉีดวัคซีน DTwP, DTaP, Tdap [1,3]
ข้อห้ามคือ ผู้ที่มีภาวะ Encephalopathy ภายใน 7 วัน หลังจากฉีดวัคซีนครั้งก่อน (กรณีนี้ให้งดวัคซีนไอกรนและให้ฉีด DT แทน)
ข้อพึงระวัง คือ ผู้ที่มีไข้มากกว่า 40.5 องศาเซลเซียส ภายในเวลา 48 ชม. หลังจากการฉีดวัคซีนครั้งก่อน, หมดสติ (collapse) หรือภาวะตัวอ่อนปวกเปียก ไม่ตอบสนอง (shock-like) เช่น hypotonic hyporesponsive episode ภายในเวลา 48 ชม. หลังฉีดวัคซีนครั้งก่อน, ชักภายในเวลา 3 วันหลังฉีดวัคซีนครั้งก่อน, ร้องกวนมากนานกว่า 3 ชม. ภายใน 48 ชม. หลังฉีดวัคซีนครั้งก่อน, ความผิดปกติของระบบประสาทแบบก้าวหน้าหรือไม่คงที่ เช่น infantile spasm หรือลมชักควบคุมไม่ได้ (กรณีนี้ ให้งดวัคซีนไอกรนและให้ฉีด DT หรือ dT แทน) และในผู้ป่วยที่เคยเป็น Guillain-Barre syndrome ซึ่งเกิดขึ้นภายใน 6 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนครั้งก่อน

ข. การฉีดวัคซีน DT และ dT ในเด็กอายุ 3-5 ปี [1,3]
ข้อห้ามคือ ผู้ที่มีปฏิกิริยาแพ้รุนแรงเช่น anaphylaxis จากการฉีดในครั้งก่อนและเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีน
ข้อพึงระวังคือ ผู้ป่วยที่เคยเป็น Guillain-Barre syndrome ซึ่งเกิดขึ้นภายใน 6 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนครั้งก่อน

หมายเหตุ (*Lf ย่อมาจาก Limits of flocculation เป็นหน่วยวัดความเข้มข้นของ toxin หรือ toxoid
โดยอาศัยวิธีการตกตะกอนของวัคซีนเมื่อทำปฏิกิริยากับ 1 หน่วยมาตรฐานของ antitoxin)

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. หน้า 93-99. 2556
2. Sease JM. Vaccines, Toxoids, and other immunobiologics. In: Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM, editors. Pharmacotherapy handbook. 9th ed. New york: McGrawHill; 2015. 506.
3. วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน. ใน: กนกทิพย์ ทิพย์รัตน์, กมลวิช เลาประสพวัฒนา, บรรณาธิการ. ตำราวัคซีนและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค 2556. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2556. น.165-169.
4. WHO. Combination vaccines for childhood immunization. MMWR Recomm Rep. 1999; 48:1-14.
5. TIMS (Thailand). MIMS. 137th ed. Bangkok: UBM Medica; 2014.
6. CDC. Food and Drug Administration approval of use of diphtheria and tetanus toxoids and acellular pertussis vaccine. MMWR 1991; 40:881-2.
7. Peebles TC, Levine L, Eldred MC, et al. Tetanus - toxoid emergency boosters: a reappraisal. New Engl J Med. 1969; 280: 575-81.
8. Edsall, G, Elliot MW, Peebles TC, Levine L, Eldred MC. Excessive use of tetanus toxoid boosters. JAMA 1967; 202:17-9.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference : Internet
ระยะเวลาในการสืบค้น : 3ชั่วโมง
Keywords : children, dt, DTP

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
อาจารย์ ดร.ภญ.ฐิติมา ด้วงเงิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved