การกิน Metformin (500 mg) 2*3 pc ถือว่าเกินขนาดหรือไม่

[25 มีนาคม 2560 : 13:36:17]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ขนาดยา metformin (500 mg) 2x3 pc ถือว่าเกินขนาดหรือไม่ และให้ผลการรักษาที่แตกต่างกับ 2*2 pc หรือ 2-1-2 หรือไม่อย่างไรครับ พอมีผลการศึกษาที่ได้ศึกษาขนาดยา และเปรียบเทียบขนาดยาต่างๆกันไว้หรือไม่
จาก สหรัฐ ang...
เภสัชกร โรงพยาบาล
วิจิตรวากร กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ทราบขนาดรับประทาน/ใช้ยา
IP [ 171.4.24xxx.xxx ]

[4 ก.ค. 60 : 12:33:13] นศภ. รังสิมาฐ์ เรืองวัฒนาไชย/ ดร.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ - IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Metformin เป็นยาลดระดับน้ำตาลในเลือดในกลุ่ม biguanides มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 [1-3] โดยอาจใช้เป็นยาเดี่ยวร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดอื่นๆ เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเป้าหมาย [2, 3] อาการข้างเคียงที่พบ เช่น อาการข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร (เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย) ปวดศีรษะ อาการอ่อนเปลี้ย (asthenia) และ lactic acidosis (ผู้ป่วย acute congestive heart failure ผู้ที่มีภาวะ dehydration หรือ excessive alcohol intake หรือมี hepatic หรือ renal impairment หรือมีภาวะ sepsis จะมีความเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงนี้เพิ่มขึ้น) [6]

โดยทั่วไปขนาดยาเริ่มต้นของ metformin คือ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หรือ 850 มิลลิกรัม วันละครั้ง รับประทานพร้อมอาหาร การปรับขนาดยา metformin จะเพิ่มขนาดทุก 1 - 2 สัปดาห์ ตามการตอบสนองของผู้ป่วยจนสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเป้าหมาย หรือจนผู้ป่วยไม่สามารถทนต่ออาการข้างเคียงของยาได้ ขนาดยา metformin ตามที่แนะนำโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 2,550 มิลลิกรัมต่อวัน [1, 2] และหากผู้ป่วยต้องใช้ยาเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม (2 กรัม) แนะนำให้แบ่งให้ยา วันละ 3 มื้อ เพื่อลดอาการข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร [1] นอกจากนั้นขนาดยา metformin จะปรับตามการทำงานของไต กล่าวคือ หากค่า eGFR อยู่ในช่วง 30 - 45 mL/min/1.73 m2 ควรลดขนาดยาลง 50% ร่วมกับติดตามการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด และ เมื่อ eGFR < 30 mL/min/1.73 m2 ควรหยุดใช้ยา metformin [2, 3]

ถึงแม้ว่าขนาดยา metformin ที่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 2,550 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ก็มีการศึกษาทางคลินิกที่ศึกษาการใช้ยา metformin 3,000 มิลลิกรัม เช่น

1) การศึกษาของ Grant PJ ในปี 1996 ซึ่งพบว่า metformin 3,000 มิลลิกรัม สามารถลด FBS และ HbA1c ได้ดีกว่า metformin 1,500 มิลลิกรัม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และจำนวนผู้ป่วยที่ออกจากการศึกษาเนื่องจาก GI side effect ในกลุ่มที่ได้รับ metformin 3,000 มิลลิกรัม มี 13 ราย (จาก 27 ราย) และกลุ่มที่ได้รับ metformin 1,500 มิลลิกรัม มี 8 ราย (จาก 25 ราย) [4]

2) การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยา metformin ขนาด 3,000 มิลลิกรัม เดี่ยวๆ กับ glibenclamide 15 มิลลิกรัม เดี่ยวๆ และ glibenclamide 15 มิลลิกรัม ร่วมกับ metformin 2,400 มิลลิกรัม โดยทั้ง 3 กลุ่มจะแบ่งให้ยา วันละ 3 มื้อ พบว่าการใช้ยา glibenclamide ร่วมกับ metformin สามารถลด FBS และ HbA1c ได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับการใช้ metformin เดี่ยว และ glibenclamide เดี่ยว อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ เช่น hypoglycemia 9 ราย (glibenclamide + metformin 6 ราย glibenclamide เดี่ยว 1 ราย และ metformin เดี่ยว 2 ราย) ท้องเสีย 1 ราย (metformin เดี่ยว) และ อาการไม่สบายท้อง 2 ราย (metformin เดี่ยว 1 ราย และ glibenclamide + metformin 1 ราย) ซึ่งอาการข้างเคียงเหล่านี้จะหายไปเมื่อลดขนาดยา [5]

จากการสืบค้นข้อมูลไม่พบการศึกษาที่เปรียบเทียบการให้ metformin 500 mg 2x3 กับ metformin 500 mg 2x2 หรือ 2x1x2 โดยตรง และจากแนวทางการรักษาโรคเบาหวาน ของ ADA ปี 2017 แนะนำให้เริ่มใช้ยารักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย metformin และให้ปรับขนาดยาตามการตอบสนองของผู้ป่วยจนสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตามเป้าหมาย (FBS 80 - 130 mg/dl, HbA1c < 7 %) หรือจนผู้ป่วยไม่สามารถทนต่ออาการข้างเคียงของยาได้ และมีการแนะนำการใช้ยาชนิดอื่นร่วมด้วย หากระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่ได้ตามเป้า [3]

โดยสรุปการใช้ยา metformin 500 มิลลิกรัม 2x3 (3,000 มิลลิกรัมต่อวัน) เป็นขนาดยาที่สูงกว่าขนาดยาปกติของ metformin ที่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไป [1-3] แต่อย่างไรก็ตามมีการศึกษาทางคลินิกที่ใช้ยา metformin 500 มิลลิกรัม 2x3 (3,000 มิลลิกรัมต่อวัน) โดยไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงดังข้อมูลแสดงข้างต้น อย่างไรก็ตามการให้ metformin ขนาดสูงควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์และควรติดตามการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด และการใช้ยาในขนาดสูงอาจมีโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้มากขึ้น นอกจากการปรับขนาดยา metformin จนถึงขนาดสูงสุดแล้ว การพิจารณาใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดกลุ่มอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น sulfonylurea, thiazolidinedione, DPP-4 inhibitor สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตามเป้าหมายได้ [3]

เอกสารอ้างอิง
1. McEvoy GK. AHFS drug information. Maryland; American Society Of Health-System Pharmacists; 2016: p. 3195
2. Dipiro JT., Talbert RL., Yee GC., Matzke GR., Wells BG and Posey LM Pharmacotherapy: A patho physiologic approach. 10th ed. New York: McGraw-Hill;2017 p.1260-1
3. American Diabetes Association. Standards of Medical Care in Diabetes. Diabetes Care. 2017;40(Suppl 1).
4. Grant PJ. The effects of high- and medium-dose metformin therapy on cardiovascular risk factors in patients with type II diabetes. Diabetes Care. 1996;19(1):64-6.
5. Tosi F, Muggeo M, Brun E, Spiazzi G, Perobelli L, Zanolin E et al. Combination treatment with metformin and glibenclamide versus single-drug therapies in type 2 diabetes mellitus: a randomized, double-blind, comparative study. Metabolism. 2003;52(7):862-7.
6. Borgsdorf LR, Cada DJ, Cirigliano M, et al. Drug Facts and Comparisons, St. Louis: Wolters Kluwer Health; 2017. p.474


ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : metformin high dose and efficacy

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
อาจารย์ ดร.ภญ.ฐิติมา ด้วงเงิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved