สงสัยว่าอาจตั้งท้องและจมูกที่ศัลยกรรมมาอักเสบต้องทานยาฆ่าเชื้อตัวไหนคะ

[14 พฤษภาคม 2560 : 10:17:41]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
สงสัยว่าอาจตั้งท้องและจมูกที่ศัลยกรรมมาอักเสบต้องทานยาฆ่าเชื้อตัวไหนถึงปลอดภัยต่อลูกในท้องคะ หนูแพ้เพนนิซิลลินค่ะ
จาก สาริญ sar...
บุคคลทั่วไป โรงพยาบาล
นาถวิล กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การให้ข้อมูลพิษวิทยา
IP [ 122.155.xxx.xxx ]

[6 ต.ค. 60 : 14:15:59] นศภ. นทกัญ ยอดรัตน์ /รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ - IP [ 10.147.4xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การติดเชื้อที่แผลหลังผ่าตัด (surgical site infections : SSIs) แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1) ติดเชื้อบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (superficial incisional : SSIs) หรือผิวหนังชั้น subcutaneous ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 30 วันหลังมีการผ่าตัด
มีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อ คือ 1.1) มีหนองบริเวณเนื้อเยื่อที่ทำการผ่าตัด
1.2) มีผลเพาะเชื้อเป็นบวก (positive culture) จากการนำของเหลวหรือเนื้อเยื่อบริเวณที่ติดเชื้อมาเพาะเชื้อ
1.3) มีอาการปวด บวม แดง กดเจ็บบริเวณแผลผ่าตัด
1.4) ขึ้นกับการวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญ
2) การติดเชื้อบริเวณเนื้อเยื่อผ่าตัดชั้นที่ลึก (deep incisional infection) จะเกิดอาการแสดงภายใน 30 วัน หรือภายใน 1 ปีหลังผ่าตัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการสอดใส่เครื่องมือหลังผ่าตัด โดยอาการแสดงเหมือนกับการติดเชื้อบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง แต่อาจมีผลกับอวัยวะอื่นๆที่นอกเหนือจากบริเวณที่ผ่าตัดได้[1]

เชื้อก่อโรคที่พบได้บ่อยหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกรวมถึงการผ่าตัดเนื้อเยื่อบริเวณอื่นที่ไม่ใช่ระบบทางเดินอาหารและระบบสืบพันธุ์ ได้แก่ S. aureus[1,2,3] และ
Streptococcal species[1,2] การผ่าตัดบางกรณีอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อดื้อยา Methicillin resistance Staphylococcus aureus (MRSA)
โดยเฉพาะผู้ที่เคยติดเชื้อ MRSA มาก่อน การพบเชื้อ MRSA บริเวณโพรงจมูก หรือเคยได้รับยาต้านเชื้อ (antibiotics) มาก่อน[1]

จากการศึกษาแบบ retrospective review เมื่อปี ค.ศ. 2015 ในผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดเสริมจมูกจำนวน 363 ราย โดยทำการเพาะเลี้ยงเชื้อ (nasal swab culture)
ก่อนทำการผ่าตัด 4-14 วัน พบว่า 284 ราย (78.2%) เป็นเชื้อประจำถิ่น (normal flora), 39 ราย (10.7%) เป็นเชื้อ S. aureus มีเพียง 1 ราย (0.28%) พบเชื้อ MRSA
และผู้ป่วยจำนวน 27 ราย (7.4%) พบเชื้อจำพวก fecal coliform species เช่น Escherichia coli, Enterobacter species และ Citrobacter species
ในกรณีที่พบเชื้อประจำถิ่นก่อนทำการผ่าตัดจะไม่ให้ยาต้านเชื้อ แต่ถ้าพบเชื้อก่อโรคผู้ป่วยจะได้รับยาต้านเชื้อ เช่น trimethoprim - sulfamethoxazole
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่พบเชื้อ coliform species และมีการให้ยาในกลุ่ม fluoroquinolone ในผู้ป่วยที่แพ้ยาเพนนิซิลิน (penicillin) หรือแพ้ยาที่มีส่วนประกอบของซัลฟา[3]
ป่วยจำนวน 174 ราย ที่มาผ่าตัดเสริมจมูกเป็นครั้งแรก หลังจากทำการผ่าตัดพบเชื้อประจำถิ่น 75.3%, S. aureus 10.3% และ coliform specie 15.5%
สำหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดแก้จมูกหรือเสริมจมูกมากกว่า 1 ครั้ง จำนวน 153 ราย เมื่อทำการเพาะเชื้อหลังผ่าตัดพบเชื้อประจำถิ่น 81.0%, S. aureus 12.7%, Coliform species 12.7%
และ MRSA 0.53%[3]

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการติดเชื้อหลังผ่าตัดเสริมจมูก แต่การใช้ยาต้านเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้[3] ดังนั้นการรักษาหรือป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัดเสริมจมูก
ควรจะได้รับยาที่ครอบคลุมเชื้อ S. aureus และ Streptococcal species บางกรณีอาจจะให้ยาที่ครอบคลุมไปถึง Coliform species และ MRSA ซึ่งขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

จาก Practice Guidelines for the Diagnosis and Management of Skin and Soft Tissue Infections, 2014
โดย the Infectious Diseases Society of America (IDSA) แนะนำยา antimicrobial สำหรับ Staphylococcus และ Streptococcus
ในผู้ป่วย skin and soft tissue infections ในผู้ใหญ่ได้แก่ dicloxacillin, cephalexin, erythromycin, clindamycin,
amoxicillin-clavulanate, Retapamulin ointment และ mupirocin ointment ส่วนยาที่ครอบคลุมเชื้อ MRSA ได้แก่ vancomycin,
linezolid, clindamycin, daptomycin, ceftaroline, doxycycline, minocycline, trimethoprim-sulfamethoxazole

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ถามแพ้ยาในกลุ่มเพนนิซิลิน (penicillins) รวมถึงกำลังสงสัยตั้งครรภ์ เมื่อพิจารณาในกรณีของการแพ้ยากลุ่มเพนนิซิลิน และเมื่อพิจารณาตามโครงสร้างยาอาจแพ้ได้ 2 แบบคือ
1) แพ้ยาในส่วนของ beta-lactam ring ซึ่งการแพ้ยาลักษณะนี้อาจทำให้เกิดการแพ้ยาข้ามกลุ่มได้โดยเฉพาะยาอื่นที่มี beta-lactam ring เป็นส่วนประกอบ
2) แพ้ยาในส่วนของ side chain ซึ่งมีผลทำให้เกิดการแพ้ยาข้ามกลุ่มได้เช่นกันโดยเฉพาะยาในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cefalosporin) ในรุ่นแรกและรุ่นที่ 2 ซึ่งมี side chain ที่คล้ายกับยาในกลุ่มเพนนิซิลิน[4]

ยาเซฟาโลสปอริน (cephalosporins) เป็นยาที่มี common beta-lactam ring เหมือนกับยาเพนนิซิลิน ก่อนปี ค.ศ. 1980 มีรายงานว่าร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยที่แพ้ยาเพนนิซิลินจะแพ้ยาเซฟาโลสปอรินด้วย
ต่อมาพบว่าความชุกลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2 อาจเป็นเพราะยาเซฟาโลสปอรินรุ่นใหม่อาจมีวิธีการการเตรียมยาที่ลดการปนเปื้อนของส่วนประกอบของยาเพนนิซิลิน และพบว่าปฏิกิริยาการแพ้ข้ามกลุ่มกับเพนนิซิลิน
จะลดลงตามรุ่นของยาเซฟาโลสปอรินด้วย โดยยารุ่นที่สองของเซฟาโลสปอรินพบปฏิกิริยาการแพ้ข้ามกลุ่มกับเพนนิซิลินร้อยละ 10 และ ยารุ่นที่สามของเซฟาโลสปอรินพบร้อยละ 2-3 อาจเกิดจาก side chain ที่ต่างกับรุ่นแรกมากขึ้น

ยาในกลุ่มคาร์บาพีเน็ม (carbapenems) เช่น me?ropenem, imipenem จากการศึกษาพบว่า มีรายงานการแพ้ยาข้ามกลุ่มระหว่างเพนนิซิลิน กับ meropenem เพียงร้อยละ 0.9

ยาในกลุ่มโมโนแบ็คแตม (monobactams) เช่น aztreonam มีรายงานการแพ้ยาข้ามกลุ่มกับเพนนิซิลินน้อยกว่ายากลุ่มอื่นๆ เพราะลักษณะโครงสร้างของยาเป็น single beta-lactam ring
ที่ไม่มี bicyclic ring เหมือนยากลุ่มเบต้าแลคแตมตัวอื่นๆ จากการศึกษาในผู้ป่วย 78 คน ที่มีการแพ้ยาแบบไม่ฉับพลันต่อยาเพนนิซิลลิน เมื่อนำมาทดสอบการแพ้ยา ทางผิวหนังกับ aztreonam
ไม่มีผู้ป่วยรายใดที่มีปฏิกิริยาการแพ้ต่อยา aztreonam[5] อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยาชนิดนี้ไม่มีใช้ในประเทศไทยแล้ว

ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นการแพ้ยาเพนนิซิลินลักษณะใด จึงควรหลีกเลี่ยงยาชนิดอื่นๆในกลุ่มเพนนิซิลิน รวมถึงยาในกลุ่มเซฟาโลสปอรินซึ่งมีโอกาสเกิดการแพ้ยาข้ามกลุ่มได้สูงกว่ากลุ่มอื่น
ส่วนการใช้ยาในกลุ่มคาร์บาพีเน็ม และโมโนแบ็คแตมขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาและความจำเป็นรวมถึงความเหมาะสมในการใช้ยาของผู้ป่วยแต่ละราย

ดังนั้นในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้ยาในกลุ่มเพนนิซิลิน ยาที่สามารถบริหารยาโดยการรับประทานและมีโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกลุ่มได้น้อยคือ erythromycin, clindamycin
ส่วนยาที่ครอบคลุมเชื้อ MRSA ได้แก่ linezolid, clindamycin, daptomycin, doxycycline, trimethoprim-sulfamethoxazole เป็นต้น

ซึ่งยาแต่ละชนิดมีข้อมูลการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ดังนี้[6]
Erythromycin: สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ได้
Clindamycin : สามารถใช้ในหญิงตั้งคครภ์ได้
Linezolid : สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีข้อดีสำหรับแม่ แต่อาจจะมีความเสี่ยงสำหรับทารกในครรภ์
Daptomycin : มีการศึกษาที่จำกัดในมนุษย์
Doxycycline : ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3
Trimethoprim-sulfamethoxazole : ทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์

โดยสรุปแล้วยาต้านเชื้อชนิดรับประทานที่สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยที่ผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูกแพ้ยาในกลุ่มเพนนิซิลินและอาจจะสงสัยตั้งครรภ์ ได้แก่ ยาในกลุ่ม macrolides เช่น erythromycin, clindamycin
เอกสารอ้างอิง
1. Stevens DL, Bisno AL, Chambers HF, Dellinger EP, Goldstein EJC, Gorbach SL, Hirschmann JV and et al.
Practice Guidelines for the Diagnosis and Management of Skin and Soft Tissue Infections: 2014
Update by the Infectious Diseases Society of America. Clinical Infectious Diseases 2014; 59(2):e10–52.
2. Ariyan F, Martin J, Lal A, Cheng D, Borah GL, Chung KC and et al. Antibiotic Prophylaxis for Preventing
Surgical- Site Infection in Plastic Surgery: An Evidence-Based Consensus Conference Statement from the American
Association of Plastic Surgeons. Plastic and Reconstructive Surgery 2015; 135: 1723-39
3. Yoo DB, Peng GL, Azizzadeh B and Nassif PS. Microbiology and Antibiotics Prophylaxis in Rhinoplasty
A Review of 363 Consecutive Case. JAMA Facial Plast Surge 2015; 17(1): 23-27.
4. Steber CJ. Penicillin and Cephalosporin Cross-Reactivity and Risk for Allergic Reaction. 2015
[cited 2017 september 26]. Available from : https://www.ebmconsult.com/articles/penicillin-allergy-cross-reactivity-cephalosporin-antibiotics.
5. จิรวัฒน์ เชี่ยวเฉลิมศรี ปณิธาน ประดับพงษา วัฒน์ มิตรธรรมศิริ และ อธิก แสงอาสภวิริยะ. ข้อพิจารณาในการวินิจฉัย และวิธีการใช้ยา ในผู้ป่วยที่แพ้ยาเพนนิซิลิน
Diagnosis and Management in Patient with Penicillin Allergy. วารสารแพทย์ทหารบก 2559; 69(3): 137-46.
6. Briggs GG, Freeman RK and Yaffe SJ. Drug in Pregnancy and Lactation. 9. New York: Lippincott Williums & Wikins; 2011.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet : อื่น ๆ
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : skin and soft tissue infection, penicillin allergy

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
อาจารย์ ดร.ภญ.ฐิติมา ด้วงเงิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved