ผู้เป็นโรค SLE สามารถทานยา alpha D3 ได้หรือไม่

[28 พฤษภาคม 2560 : 9:39:21]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
แม่เคยเปนโรคไตอายุ 15 ปีแต่รักษาหายแล้วคะ ต่อมาเมื่ออายุ 20 ปีแม่เป็นโรค SLE แม่กินยามานานกว่า 20 ปี แต่ตอนนี้หมอบอกอาการของแม่ทรงตัวไม่ต้องทานยาต่อแล้วคะ ตอนนี้แม่อายุ 55 ปีแล้วคะ แกมีอาการกระดูกพรุนและไขข้ออักเสบคะ แกไปพบหมอโรคกระดูก หมอได้ให้ยา alpha D3 มาคะ อยากถามว่าแม่สามารถทานยาตัวนี้ได้ปกติรึเปล่าคะ และจะมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงไหมคะ
จาก บี bri...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางราชการ
กระทรวงยุติธรรม เชียงใหม่
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การรับประทาน/ใช้ยา ที่ถูกต้อง
IP [ 171.4.23xxx.xxx ]

[6 ต.ค. 60 : 22:58:31] นศภ. นทกัญ ยอดรัตน์ /รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ - IP [ 172.24.7xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) ในผู้ป่วยสูงอายุมักมีสาเหตุเกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศ (sex hormone) การขาดวิตามินดี (vitamin D)
การสังเคราะห์ฮอร์โมนแคลซิไทรออล (calcitriol) ลดลง หรืออาจจะเกิดจากการใช้ยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoid) เป็นต้น[1]

ภาวะกระดูกพรุนที่เกิดจากการใช้ยากลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoid-induced osteoporosis) มีสาเหตุมาจากการรบกวนสมดุลของแคลเซียม (calcium)
โดยยาลดการดูดซึมของแคลเซียมในทางเดินอาหาร, เพิ่มการขับออกแคลเซียมที่ไต รบกวนการทำงานของเซลล์ชื่อ ออสทีโอบลาส (osteoblast) ซึ่งมีหน้าที่สร้างกระดูก
เพิ่มการสลายกระดูก (bone resorption) โดยการกระตุ้นเซลล์ที่ชื่อ ออสทีโอคลาส (osteoclast)[1,4] และ ทำลายเซลล์กระดูกที่เรียกว่า ออสทีโอไซต์ (osteocyte)[4]
โดยมีอัตราการสูญเสียมวลกระดูกสูงสุดในช่วงเดือนแรก และมีอุบัติการณ์การเกิดกระดูกหักได้มากถึง 30-50% ในกรณีที่ใช้ยาในระยะเวลานาน[1]

ยา alpha D3 มีชื่อสามัญทางยาว่า alfacalcidol (1α-hydroxy vit D3) มีข้อบ่งใช้สำหรับภาวะกระดูกเสื่อมเนื่องจากไตวายเรื้อรัง (renal osteodystrophy),
ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไปที่เกี่ยวข้องกับกระดูก (hyperparathyroidism with bone disease), ภาวะกระดูกอ่อน (osteomalacia),
ภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) เป็นต้น[2,3]

แอลฟ่าแคลซิดอล (alfacalcidol) เป็นอนุพันธ์ของวิตามินดี มีส่วนช่วยเพิ่มมวลกระดูก (bone marrow density) โดยการกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟต
จากทางเดินอาหาร จากการศึกษาพบว่า แอลฟ่าแคลซิดอลมีประสิทธิภาพเพิ่มมวลกระดูกได้มากกว่าวิตามินดีจากธรรมชาติ แต่ประสิทธิภาพด้านการดูดซึมแคลเซียมที่ทางเดินอาหารเท่ากัน[1]

ข้อห้ามใช้สำหรับยานี้ ได้แก่ ผู้ป่วยที่เคยมีภาวะวิตามินดีเป็นพิษ (vitamin D toxicity) ผู้ที่แพ้วิตามินดีหรืออนุพันธ์ของวิตามินดี ผู้ที่แพ้ถั่วลิสง เนื่องจากแคปซูลของยาประกอบด้วย
น้ำมันจากถั่วลิสง รวมถึงเกิดการแพ้ข้ามกันได้ระหว่างถั่วลิสงและถั่วเหลือง[3]

ผลข้างเคียงที่เกิดจากยานี้ได้แก่ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (hypercalcemia) เนื่องจากยาเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมและฟอตเฟส (phosphate) จากทางเดินอาหาร
จึงควรติดตามระดับแคลเซียมและฟอตเฟสในเลือดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะโรคไตเรื้อรัง นอกจากนี้สามารถเจอภาวะแคลเซียมในปัสสาวะสูงได้เช่นกัน[3]

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงส่งผลให้เกิดการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย น้ำหนักลด ปัสสาวะมาก ปวดหัว กระหายน้ำ สำหรับในผู้ป่วยที่มีภาวะโรคไตจะทำให้เพิ่มระดับฟอสเฟตในกระแสเลือดได้[3]

จากการศึกษาในผู้ป่วย 145 คน ที่ได้รับเพรดนิโซโลน (prednisolone) ซึ่งเป็นยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ โดยได้รับยามากกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวัน และแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ได้รับ แอลฟ่าแคลซิดอล 1 ไมโครกรัม ทุกวันจำนวน 74 คน และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก 71 คน พบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 12 เดือนกลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอลสามารถ
เพิ่มมวลกระดูกได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอลมีมวลกระดูกเพิ่มขึ้น 0.4% และกลุ่มที่ได้รับยาหลอกมีมวลกระดูกลดลง 5.7% (p=0.02)[1]

จากการศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับยากลูโคคอร์ติคอยด์ในระยะยาว โดยการแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับ แอลฟ่าแคลซิดอล 1 ไมโครกรัม ร่วมกับแคลเซียม 500 มิลลิกรัมต่อวัน จำนวน 103 คน
และกลุ่มที่ได้รับวิตามินดี 3 1000 อินเตอร์เนชั่ลนอลยูนิต (IU) ร่วมกับแคลเซี่ยม 500 มิลลิกรัมต่อวัน จำนวน 101 คน พบว่าในระยะเวลา 3 ปี กลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอล มีมวลกระดูกสันหลังส่วนเอว (lumbar)
เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับวิตามินดี 3 คือ 2.4% เทียบกับ -0.8% (p<0.0001) และมีการเพิ่มขึ้นในส่วนของมวลกระดูกต้นขา (femoral neck) ทั้ง 2 กลุ่ม
โดยกลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอล สามารถเพิ่มมวลกระดูกต้นขาได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับวิตามินดี 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ 1.2% เทียบกับ 0.8% (p<0.006) นอกจากนี้พบว่าการแตกหักของกระดูดสันหลังใหม่
ในกลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอล เท่ากับ 16 ตำแหน่ง ในผู้ป่วย 10 คน และกลุ่มที่ได้รับวิตามินดี 3 เท่ากับ 35 ตำแหน่ง ในผู้ป่วย 25 คน และอุบัติการณ์การเกิดการแตกหักของกระดูกสันอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง
ในกลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอล เท่ากับ 9.7% เทียบกับ 24.8% ในกลุ่มที่ได้รับวิตามินดี 3 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอล มีอุบัติการณ์การเกิดการแตกหักของกระดูกสันหลังน้อยกว่า
กลุ่มที่ได้รับวิตามินดี 3 และพบว่าผลข้างเคียงจากยาที่เกิดขึ้นทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน ผลข้างเคียงที่เกิดมีความรุนแรงในระดับน้อยถึงปานกลาง ได้แก่ อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น
อาการไม่สบายท้องซึ่งเป็นอาการที่เกิดได้บ่อยที่สุด ในกลุ่มที่ได้รับแอลฟ่าแคลซิดอล ทั้งหมด 103 คน พบภาวะอาการไม่สบายท้อง 15 คน ท้องผูก 5 คน ท้องเสีย 2 คน คลื่นไส้ 5 คน ปวดหัว 3 คน
ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง 3 คน และภาวะแคลเซียมในปัสสาวะสูง 3 คน[4]

สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีภาวะกระดูกพรุน ที่มีสาเหตุมาจากการใช้ยารักษาโรค SLE คือยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ การรักษาภาวะกระดูกพรุนโดยยา alpha D3 หรือแอลฟ่าแคลซิดอลจะมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยรายนี้
เนื่องจากสามารถเพิ่มมวลกระดูกสันหลังในส่วนเอว และกระดูกหน้าขาได้มากกว่าการได้รับวิตามินดีในรูปแบบปกติ นอกจากนี้มีอุบัติการณ์การเกิดการแตกหักของกระดูกได้น้อยกว่าในกลุ่มที่ได้รับวิตามินดีในรูปแบบปกติเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่เกิดจากยานี้ได้แก่การเกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งภาวะนี้ส่งผลให้เกิดการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย น้ำหนักลด ปัสสาวะมาก ปวดหัว กระหายน้ำ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคไต
จะทำให้เพิ่มระดับฟอสเฟตในกระแสเลือดสูงได้ ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้มีประวัติเคยเป็นโรคไตในอดีตจึงควรติดตามอาการดังกล่าว และติดตามระดับแคลเซียม ฟอตเฟส ในเลือดอย่างใกล้ชิด
เอกสารอ้างอิง
1. Schacht E, Richy F and Reginster J-Y. The therapeutic effects of alfacalcidol on bone strength,
muscle metabolism and prevention of falls and fracture. Journal of Musculoskeletal and Neuronal Interactions 2005; 5(3):373-84.
2. Mims Thailand. Alpha D3®. Mims [internet]. 2017 [cited 2017 September 22]. Available from
http://www.mims.com/thailand/drug/info/alpha%20d3/?type=brief
3. Medicine and Healthcare Product Regulatory Agency. Alfacalcidol 0.25 micrograms capsules PL 19053/0010,
alfacalcidol 0.5 micrograms capsules PL 19053/0011, alfacalcidol 1 micrograms capsules PL 19053/0012 [internet]. 2009
[cited 2017 September 22]; Available from: http://www.mhra.gov.uk/home/groups/par/documents/websiteresources/con065723.pdf
4. Ringe JD, Faber R, Fahramand P and Schacht E. Alfacalcidol versus plain vitamin D in the treatment of
glucocorticoid/inflammation-induce osteoporosis. The Journal of Rheumatology 2005; 76:33-40
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet : อื่น ๆ
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : alfacalcidol, osteoporosis

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
อาจารย์ ดร.ภญ.ฐิติมา ด้วงเงิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved