Tramol vs Ultracet

[19 มิถุนายน 2560 : 17:34:22]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
อยากทรายว่ายา Tramol (50mg Tramadol) กับยา Ultracet (37.5mg Tramadol + 325mg Paracetamol) ต่างกันอย่างไรในแง่ของฎทธิ์ยา ตัวไหนมีฤทธิ์ในการลดปวดได้ดีกว่ากันเมื่อเทียบปริมาณ 1 เม็ดเท่ากัน

ขอบคุณครับ
จาก สรวิศ พรหมมาศ sor...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
็Home กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
IP [ 118.174.xxx.xxx ]

[7 เม.ย. 61 : 12:09:26] นศภ.พัชรพร โภคาวัฒนา/รศ.ดร. ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ 5610712025@email.psu.ac.th IP [ 172.22.4xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
- ความปวดสามารถจำแนกได้หลายประเภท โดยหากจำแนกตามระยะเวลาการปวดจะแบ่งเป็นความปวดชนิดเฉียบพลัน (acute pain) และความปวดชนิดเรื้อรัง (chronic pain) โดยความปวดชนิดเฉียบพลันคือความปวดที่เพิ่งเกิดขึ้น และมีระยะเวลาของความปวดไม่เกิน 3 เดือน มักมีสาเหตุที่ชัดเจนโดยสาเหตุมักสัมพันธ์กับการบาดเจ็บ การผ่าตัด หรือโรค ส่วนความปวดชนิดเรื้อรังคือความปวดที่ดำรงต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 เดือน [1, 2] หากจำแนกความปวดโดยใช้กลไกทางสรีรวิทยาของระบบประสาทจะสามารถแบ่งความปวดได้เป็น nociceptive pain (ความปวดที่เกิดจากการกระตุ้นตัวรับความปวด (nociceptor) ตามอวัยวะรับความรู้สึกส่วนต่างๆของร่างกาย) โดยตัวกระตุ้นที่ทำให้ปวด เรียกว่า noxious stimulus เช่น ถูกหยิกแรงๆ มีดบาด ความเย็น ความร้อน สารเคมี เป็นต้น [1, 2, 3] ส่วน neuropathic pain คือความปวดที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลายหรือส่วนกลางโดยไม่มีตัวกระตุ้นทำให้ปวด เกิดขึ้นตามเส้นประสาทที่ได้รับการบาดเจ็บหรือเคยบาดเจ็บมาก่อน เช่น มีการกดทับ การติดเชื้อ เบาหวาน เป็นต้น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเมทาบอลิซึมของเซลล์ประสาทรับความรู้สึกและตัวรับที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาทนั้น เป็นผลให้เกิดกระบวนการรับรู้ที่ผิดไป จึงกลายเป็นความปวดได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความปวดชนิดเรื้อรัง [2, 3]

- การจัดการความปวดจะขึ้นอยู่กับชนิดของความปวด ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดชนิดเฉียบพลันและด nociceptive pain จะเริ่มการรักษาโดยยาแก้ปวดในกลุ่ม non-opioids เช่น paracetamol, aspirin, diclofenac, naproxen, ibuprofen, celecoxib เป็นต้น ในผู้ป่วยที่ยังควบคุมอาการปวดไม่ได้จะปรับเปลี่ยนเป็นยากลุ่ม weak opioids (เช่น codeine, tramadol) จนถึง strong opioids (เช่น morphine, pethidine, fentanyl) ผู้ป่วยที่มีอาการปวดชนิดเรื้อรังมักให้การรักษาด้วยยาในกลุ่ม opioids โดยให้ยาตามระดับความปวดของผู้ป่วย [1, 2, 4] ส่วนความปวดชนิด neuropathic pain มักตอบสนองได้ดีต่อกลุ่มยาเสริม (adjuvant drugs) ได้แก่ ยาต้านอาการซึมเศร้า (antidepressants เช่น amitriptyline, desipramine, nortriptyline, fluoxetine, paroxetine) และยากันชัก (anticonvulsants เช่น carbamazepine, phenytoin, sodium valproate, gabapentin, topiramate) และอาจมีการใช้ร่วมกับยาชาเฉพาะที่ (local anesthetics) หรือยากลุ่ม non-opioids แต่ใช้เพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น [2]

- Tramadol เป็นยาระงับปวดในกลุ่ม weak opioids โดยออกฤทธิ์ระงับปวดผ่าน 2 กลไก กลไกแรกกระตุ้น mu opioids receptor แบบ weak agonist และกลไกที่ 2 ออกฤทธิ์ยับยั้งการเก็บกลับของสารสื่อประสาท serotonin และ norepinephrine ในไขสันหลัง [2, 3, 4] ซึ่งฤทธิ์ระงับปวดส่วนใหญ่จะผ่านมาทางกลไกที่ 2 [2] tramadol สามารถระงับอาการปวดได้ทั้งในความปวดชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง แต่มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ ปากแห้ง ท้องผูก ขนาดยาที่แนะนำให้ใช้เริ่มต้น 25 mg จากนั้นปรับเพิ่มขนาดยาตามการตอบสนองของผู้ป่วย ในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังและต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องอาจใช้ยา 50-100 mg ทุก 4-6 ชั่วโมง ขนาดยาสูงสุดไม่ควรเกิน 400 mg/วัน [5] tramadol ที่มีจําหน่ายในประเทศไทยมีทั้งรูปแบบแคปซูล รูปแบบยาเม็ด รูปแบบยาฉีด และรูปแบบเม็ดที่ผสมกับ paracetamol [4]

- Paracetamol หรือ acetaminophen เป็นยาระงับปวดในกลุ่ม non-opioids เหมาะกับการใช้ระงับปวดที่เกิดขึ้นเฉียบพลันและไม่รุนแรง กลไกการออกฤทธิ์ระงับปวดของ paracetamol ยังไม่ชัดเจน อาจจะออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลางโดยยับยั้งการสร้าง nitric oxide ผ่านทาง N-methyl-D-aspartate (NMDA) receptor และยับยั้ง cyclo-oxygenase (COX) ชนิด COX-2 และ COX-3 [2] ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่คือ 10-15 mg/kg/ครั้ง (ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 1 g/ครั้ง) และไม่เกิน 4 g/วัน[6, 7] (รายละเอียดของการใช้ยา สามารถดูได้จากประกาศกระทรวงสาธารณสุขตามลิงก์ที่แนบต่อไปนี้: http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/%E0%B8 %A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%89.7.pdf [8])

- องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration; USFDA) พบอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันค.ศ. 1998-2003 ซึ่งมีสาเหตุสัมพันธ์กับการใช้ยา paracetamol เกินขนาดถึงร้อยละ 48 และจากรายงานสรุปรวมจาก 5 การศึกษาพบว่าผู้ป่วยประมาณ 56,000 รายที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน 26,000 รายที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และ 458 รายที่เสียชีวิตจากการใช้ยา paracetamol เกินขนาด USFDA จึงมีมาตรการในการลดความเสี่ยงนี้ โดยแนะนำให้ใช้ paracetamol ขนาด 325 mg แทน 500 mg และรับประทานแต่ละครั้งไม่ให้เกิน 650 mg และขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 2,600 mg/วัน หรือแนะนำการรับประทานยา paracetamol ขนาด 325 mg ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงของผู้บริโภคในการใช้ยา paracetamol เกินขนาด และเป็นขนาดยาที่แนะนำในกรณีที่ผู้บริโภคมีความไวต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับด้วย [9] การรับประทานยา paracetamol ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของผู้ที่มีอาการปวดและใช้ยาในช่วงสั้นๆ มักทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์น้อย ที่พบได้บ่อย เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน และอาการผื่นแพ้ (พบน้อยกว่าร้อยละ 5) [6]

- การเกิดพิษต่อตับจากการใช้ยา paracetamol มักเกิดจากการใช้ยาในขนาดสูงกว่าปกติ ใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือมีโรคตับอยู่แล้ว หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อตับ เช่น ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร เป็นต้น ดังนั้นในกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ จึงควรระมัดระวังการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน [6] paracetamol ที่มีจําหน่ายในประเทศไทยมีทั้งรูปแบบยาเม็ด รูปแบบยาฉีด รูปแบบยาน้ำ รูปแบบยาเหน็บทวาร ปัจจุบันมี paracetamol ที่ออกฤทธิ์ได้นาน 8 ชั่วโมง เรียกว่า extended release และรูปแบบเม็ดที่ผสมกับ codeine หรือ tramadol [2]

- จากข้อมูลเอกสารกำกับยา Tramal® มีชื่อสามัญทางยาคือ tramadol ประกอบด้วยตัวยาสำคัญคือ tramadol HCl 50 มิลลิกรัม รูปแบบที่มีจำหน่ายในประเทศไทยภายใต้ชื่อการค้า Tramal® มี 2 รูปแบบ ได้แก่ Tramal® (tramadol HCl 50 mg) โดยรับประทานยาครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง และ Tramal Retard® (tramadol HCl 100 mg) โดยรับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง[7] ยานี้มีข้อบ่งใช้เอกสารกำกับยาคือ บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง ผลไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย (มากกว่า 10%) ได้แก่ คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และผลไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย (1-10%) ได้แก่ ท้องผูก คลื่นไส้ ง่วงนอน โดยอาการเหล่านี้จะพบเพิ่มขึ้นในผู้ที่กินยาติดต่อกันเป็นเวลานาน ยานี้มีข้อควรระวังในการใช้คือ ไม่แนะนำให้ใช่ในเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี หลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดอาการชักเนื่องจากยา tramadol เพิ่มความเสี่ยงในการชักได้ การใช้ยานี้เป็นเวลาติดต่อกันนานๆอาจก่อให้เกิดการติดยา และในกรณีของยารูปแบบ Tramal Retard® ให้รับประทานยาทั้งเม็ด ห้ามบดหรือเคี้ยวยา[7, 10]

- จากข้อมูลเอกสารกำกับยา Ultracet® เป็นยารูปแบบยาเม็ด ประกอบด้วยตัวยาสำคัญคือ tramadol HCl 37.5 มิลลิกรัมและ paracetamol 325 มิลลิกรัม ใช้ในการบรรเทาอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรงในระยะเวลาสั้นๆ โดยรับประทานยา 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 8 เม็ด/วัน และไม่รัประทานยานี้ติดต่อกันนานเกิน 5 วัน ผลไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย (มากกว่า 3%) เช่น ท้องผูก คลื่นไส้ ง่วงนอน เวียนศีรษะ ยานี้มีข้อควรระวังในการใช้คือ ไม่แนะนำให้ใช่ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่ใช้ในผู้ป่วยที่รับประทานยา tramadol หรือ paracetamol อยู่ก่อนแล้ว หลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดอาการชักเนื่องจากยา Tramadol เพิ่มความเสี่ยงในการชักได้ [11]

- สำหรับตัวอย่างการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยเปรียบเทียบระหว่างการใช้ยา tramadol รูปแบบตัวยาเดี่ยวกับยา tramadol รูปแบบที่ใช้ร่วมกับ paracetamol เช่น

1. จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดปวดในผู้ป่วย day-care laparoscopic surgery ที่ได้รับ tramadol รูปแบบฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ (ขนาด 1 mg/kg) เดี่ยวๆจำนวน 30 คน (กลุ่ม T) กับผู้ป่วยที่ได้รับ tramadol (ขนาด 1 mg/kg โดยฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ) ร่วมกับ paracetamol (ขนาด 1 g รูปแบบรับประทาน) จำนวน 30 คน (กลุ่ม TP) พบว่าประสิทธิภาพในการลดปวด หลังได้รับการบริหารยาในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันโดยมีค่าเฉลี่ย pain scores (2.43+1.77 [group T] vs 3.13+1.25 [group TP] ;P=0.08) ส่วนผลข้างเคียงด้านการเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับ tramadol ร่วมกับ paracetamol ต่ำกว่าในผู้ป่วยที่ได้รับ tramadol เดี่ยวๆอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.001) [12]

2. จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดปวดในผู้ป่วยเด็ก (อายุ 1-8 ปี) ที่มีอาการปวดหลังผ่าตัดบริเวณช่องท้อง โดยเปรียบเทียบ tramadol (ขนาด 0.25 mg/kg/hr เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ) เดี่ยวๆจำนวน 62 คน (กลุ่ม A) กับ tramadol (ขนาด 0.25 mg/kg/hr เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ) ร่วมกับ paracetamol (ขนาด 90 mg/kg เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ในรูปแบบยาเหน็บทวารหนัก) จำนวน 62 คน (กลุ่ม B) พบว่าประสิทธิภาพในการลดปวดอ้างอิงจากค่า pain scores ในชั่วโมงที่ 4, 6 และ 8 ในผู้ป่วยกลุ่ม B มีค่าน้อยกว่าผู้ป่วยในกลุ่ม A อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ชั่วโมงที่ 4: 3.39+0.96 [group A] vs 2.16+0.75 [group B] ;P<0.001, ชั่วโมงที่ 6: 4.65+1.07 [group A] vs 2.45+0.95 [group B] ;P<0.001, ชั่วโมงที่ 8: 3.13+1.75 [group A] vs 1.65+1.39 [group B] ;P<0.001) ส่วนด้านผลข้างเคียงเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้อาเจียนไม่แตกต่างกัน [13]

- ผลจากการศึกษาดังกล่าวข้างต้นให้ข้อมูลที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้นยังเป็นการศึกษาที่บริหารยา tramadol โดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ และ paracetamol รูปแบบยาเม็ดรับประทานและเหน็บทวารหนัก จึงไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่ายาในรูปแบบผสมและยาเดี่ยวมีประสิทธิภาพแตกต่างกันหรือไม่ นอกจากนั้น ข้อมูลเท่าที่สืบค้นได้ ไม่พบการศึกษาที่เปรียบเทียบประสิทธิภาพยาในรูปแบบรับประทานโดยตรง

- จากการที่การใช้ paracetamol อย่างไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดพิษต่อตับได้ และจากรายงานของ USFDA พบอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันจากการใช้ยาเกินขนาด เช่น มีการใช้ผลิตภัณฑ์ยาที่มีส่วนประกอบของ paracetamol หลายผลิตภัณฑ์ในเวลาเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ จึงมีการแนะนำให้ใช้ยาในรูปแบบยาเดี่ยว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับ [9] ทั้งนี้การใช้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว
เอกสารอ้างอิง
[1] Herndon CM, Strickland JM, Ray JB. Pain Management. In DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM, eds. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 10th ed. McGraw-Hill Education; 2017:909-26.
[2] ศศิกานต์ นิมมานรัชต์. ตำราความปวดและการระงับปวดในเวชปฏิบัติ: Textbook of Pain Management in Clinical Practice. พิมพ์ครั้งที่ 2 สงขลา; ชานเมืองการพิมพ์, 2554.
[3] วรรณา ศรีโรจนกุล, เพ็ญแข เกตุมาน, วิมลลักษณ์ สนั่นศิลป์, ปราณี รัชตามุขยนันต์, ปราโมทย์ เอื้อโสภณ และ สหัสา หมั่นดี. Pain. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. 2557.
[4] ปิยะดา บุญทรง. Opioids. ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2555.
[5] Tramadol: Drug information. In: Post TW, ed. UpToDate. Waltham: UpToDate; 2018. (Accessed on February 22, 2018.)
[6] (Acetaminophen) Paracetamol: Drug information. In: Post TW, ed. UpToDate. Waltham: UpToDate; 2018. (Accessed on February 22, 2018.)
[7] Kastrup EK, Johnson PB, Meives CA, Cohn CM, Williams AL, Kennedy M, et al. Drug Facts and Comparisons, St. Louis: Wolters Kluwer Health; 2017.
[8] ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 124;ตอนพิเศษ 97ง. 4 เมษายน 2560. Available from: http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%89.7.pdf (Accessed on March 29, 2018.)
[9] Drug Safety and Risk Management Advisory Committee. Acetaminophen Overdose and Liver Injury - Background and Options for Reducing Injury. US FDA. Available from: https://www.fda.gov/ohrms /dockets/ac/09/briefing/2009-4429b1-01-FDA.pdf. (Accessed on March 30, 2018.).
[10] New Zealand Data Sheet: Tramal. Available from: www.medsafe.govt.nz/profs/Datasheet/t/ TramalcapSRtabinjoraldrops.pdf. (Accessed on February 22, 2018.)
[11] ULTRACET® Tablets (tramadol hydrochloride/acetaminophen): Full Prescribing Information. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2011/021123s005lbl .pdf. (Accessed on February 22, 2018.)
[12] Ali M, Khan FA. Comparison of analgesic effect of tramadol alone and a combination of tramadol and paracetamol in day-care laparoscopic surgery. European Journal of Anesthesiology,2009;26(6), 475-479. Available from: http://ecommons.aku.edu/pakistan_fhs_mc_anaesth/47 (Accessed on February 22, 2018.)
[13] Ali S, Sofi K, Dar AQ. Comparison of intravenous infusion of tramadol alone with combination of tramadol and paracetamol for postoperative pain after major abdominal surgery in children. Anesth Essays Res. 2017;11:472-6. Available from: DOI: 10.4103/aer.AER_23_17 (Accessed on February 22, 2018.)

Keywords : Tramal, Ultracet, Tramadol, Tramadol alone, Tramadol combine with Paracetamol, Efficacy, Pain reliever
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved