การเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิด

[14 สิงหาคม 2560 : 17:41:54]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
อยากทราบว่าหากเริ่มยาคุมไปแล้ว แต่ไม่ได้เริ่มในช่วง 1-5 วันแรกของการมีประจำเดือน จะเกิดผลอย่างไร
จาก - -...
เภสัชกร โรงพยาบาล
ร้านขายยา สงขลา
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน
IP [ 1.47.225xxx.xxx ]

[14 ส.ค. 60 : 18:04:24] นศภ.กนกวรรณ ศรัทธามนู/ผศ.ดร. มาลี โรจน์พิบูลสถิตย์ - IP [ 1.47.225xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
หลักการของการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดตามคำแนะนำของ World health Organization (WHO) และ Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ได้แนะนำวิธีการรับประทาน 2 วิธี คือ [1], [2]
1. เริ่มยาคุมกำเนิดภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน โดยไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นเพิ่มเติม
2. เริ่มยาคุมกำเนิดหลังจากมีประจำเดือนมากกว่า 5 วัน โดยต้องงดการมีเพศสัมพันธ์หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยเป็นเวลา 7 วัน (ฮอร์โมนชนิดรวม) หรือ 2 วัน (ฮอร์โมนชนิดเดี่ยว)
เหตุผลในการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดควรเริ่มภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิด ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ estrogen และ progestin โดย estrogen จะยับยั้งการหลั่ง follicle stimulating hormone (FSH) เพื่อไม่ให้ follicle (ไข่) เจริญเติบโต การให้ยาคุมกำเนิดตั้งแต่ช่วงแรกจะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของไข่ได้ซึ่งโดยวงจรปกติไข่จะโตเต็มที่ในวันที่ 5-7 ของรอบเดือน ส่วน progestin จะยับยั้ง luteinizing hormone (LH) เพื่อป้องกันการตกไข่ [3] ดังนั้นหากเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดหลังวันที่ 5 เป็นต้นไป follicle อาจมีการเจริญเติบโตแล้ว จึงทำให้ยาคุมกำเนิดไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ follicle ได้สมบูรณ์ และอาจเกิดการตกไข่ตามมา ดังเช่นการศึกษาของ สมเกียรติ สีตวาริน และคณะ[4] เปรียบเทียบการตกไข่ของการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมแบบขนาดยาต่ำ (ethinyl estradiol 20 mcg และ gestodene 75 mcg) ระหว่างการเริ่มในวันที่ 1 และวันที่ 7 ของรอบเดือน ในหญิงสุขภาพดี อายุระหว่าง 23-44 ปี จำนวน 160 ราย พบว่าการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดในวันที่ 1 และวันที่ 7 ส่งผลให้เกิดการตกไข่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยกลุ่มที่เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดในวันที่ 1 (77 ราย) ไม่เกิดการตกไข่เลย ขณะที่กลุ่มที่เริ่มกินยาคุมกำเนิดในวันที่ 7 (78 ราย) เกิดการตกไข่ 8 ราย (p=0.06) จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดช้า อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดไม่เพียงพอในการป้องกันการตกไข่ ดังนั้นหากรับประทานยาคุมกำเนิดหลังจากมีประจำเดือนมากกว่า 5 วัน แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงขึ้น
ในแง่ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ระหว่างการรับประทานยาคุมกำเนิดภายใน 5 วัน กับมากกว่า 5 วัน หลังจากมีประจำเดือน พบว่าสามารถคุมกำเนิดได้ไม่ต่างกัน ดังเช่นการศึกษาของ Westhoff C และคณะ ปี ค.ศ. 2007 [5] เปรียบเทียบการตั้งครรภ์ระหว่างการเริ่มภายใน 7 วันแรกของการมีประจำเดือน กับการเริ่มวันใดก็ได้โดยไม่สนใจรอบการมีประจำเดือน ในหญิงสุขภาพดี อายุน้อยกว่า 25 ปี จำนวน 1,716 ราย ติดตามผลการศึกษาเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่ากลุ่มที่เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดวันใดก็ได้โดยไม่สนใจรอบการมีประจำเดือน (802 ราย) เกิดการตั้งครรภ์ 66 ราย และกลุ่มที่เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดใน 7 วันแรกของการมีประจำเดือน (788 ราย) เกิดการตั้งครรภ์ 72 ราย (hazard ratio=0.90; 95%CI 0.64-1.25)
ผลด้านความปลอดภัยพบว่าการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดภาย 5 วัน และ 5 วัน หลังจากมีประจำเดือน ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ (irregular bleeding) ไม่แตกต่างกัน ดังเช่นการศึกษาของ Westhoff C และคณะ ปี ค.ศ. 2002 [6] เปรียบเทียบการเกิดเลือดออกระหว่างการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดภายใน 7 วันแรกของการมีประจำเดือนกับการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดหลังประจำเดือนมาแล้วมากกว่า 7 วัน ในหญิงสุขภาพดี อายุ 18-35 ปี จำนวน 113 ราย ติดตามผลการศึกษาเป็นระยะเวลา 90 วัน พบว่ากลุ่มที่เริ่มยาคุมกำเนิดหลังประจำเดือนมาแล้วมากกว่า 7 วัน (50 ราย) มีจำนวนวันเฉลี่ยที่เกิดการเลือดออกผิดปกติ 20.1 วัน และ กลุ่มที่เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดภายใน 7 วันแรกของการมีประจำเดือน (54 ราย) มีจำนวนวันเฉลี่ยที่เกิดการเลือดออกผิดปกติ 18.2 วัน (mean difference 1.9; 95%CI -0.9 ถึง 4.8)
สรุปการเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดสามารถเริ่มภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน หรือมากกว่า 5 วันได้แต่ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เช่น งดการมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ถุงยางอนามัย เป็นเวลา 7 วันสำหรับยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (หรือ 2 วันสำหรับยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงขึ้น โดยให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์และอาการไม่พึงประสงค์ (ในด้านการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ) ไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง
1. World health organization 2016. Selected practice recommendations for contraceptive use 3rd edition 2016. Available at: http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/252267/1/9789241565400-eng.pdf. Accessed on July 19, 2017.
2. Curtis KM, Jatlaoui TC, Tepper NK, Zapata LB, Horton LG, Jamieson DJ, Whiteman MK.
MMWR Recomm Rep. 2016 Jul 29; 65(4):1-66.
3. Shrader SP, Ragucci KR. Contraception. In: Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Weels BG, Posey LM, eds. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 10th ed. New York: The McGraw-Hill Companies; 2017: p. 1254.
4. SITAVARIN S, JAISAMRARN U, TANEEPANICHSKUL S. A Randomized Trial on the Impact of Starting Day on Ovarian Follicular Activity in Very Low Dose Oral Contraceptive Pills Users. J Med Assoc Thai 2003; 86: 442-448.
5. Westhoff C, Heartwell S, Edwards S, Zieman M, Cushman L, Robilotto C, et al. Initiation of Oral Contraceptives Using a Quick Start Compared With a Conventional Start A Randomized Controlled Trial. Obstet Gynecol. 2007 Jun;109(6):1270-6.
6. Westhoff C, Morroni C, Kerns J, Murphy PA. Bleeding patterns after immediate vs.
Conventional oral contraceptive initiation: a randomized, controlled trial. Fertil Steril. 2003 Feb; 79 (2):322-9.

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference : Internet
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : initiation of contraceptive pill

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved