ยา tenofovir ในผู้ป่วยหมอบอกว่ามีโปรตีนรั่วไตไม่ค่อยดี

[21 กันยายน 2560 : 0:15:00]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
น้าฉันเป็น HIV หมอให้กินยา tenofovir เปลี่ยนยาเป็นให้กินทุกวัน เว้นวันเสาร์วันเดียว นี่น้าฉันจะเป็นอะไรมั้ยค่ะ มีคนบอกว่าถ้าไม่กินยาทุกวันจะดื้อยา แบบนี้ฉันจะดื้อยามั้ย
จาก A nok...
บุคคลทั่วไป โรงพยาบาล
ชาวบ้าน นครปฐม
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :อื่น ๆ ประชาชน
IP [ 118.172.xxx.xxx ]

[19 ม.ค. 61 : 10:23:09] นศภ.วริศรา ชินวงศ์เวท/รศ.ดร. โพยม วงศ์ภูวรักษ์ . IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การดื้อยาต้านไวรัสเอชไอวี คือ การที่ยาต้านไวรัสไม่สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ เช่น มีการสร้างเอนไซม์ที่แตกต่างไปจากเดิม ทำให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสชนิดเดิมไม่ได้ผล โดยทั่วไปแล้ว การดื้อยาต้านไวรัสเอชไอวี สามารถพบได้ทั้งในผู้ติดเชื้อที่ไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน แต่ได้รับเชื้อดื้อยามาจากผู้อื่น เช่น คู่นอนของตนเอง จากแม่สู่ลูก เป็นต้น หรือในผู้ติดเชื้อที่เคยรักษาหรือกำลังได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี แต่การรักษาล้มเหลว ซึ่งปัจจัยที่ทำให้การรักษาล้มเหลว อาจเกิดจากผู้ติดเชื้อเอง หรือ เกิดจากสูตรยาต้านไวรัสเอชไอวี เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวีก่อนเริ่มรักษามีปริมาณมาก จำนวนเม็ดเลือดชนิด CD4 ก่อนเริ่มการรักษาต่ำ (เป็นการบ่งบอกว่าผู้ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ) ประสิทธิภาพของยา อาการไม่พึงประสงค์ของยา รวมถึงความร่วมมือในการใช้ยาอย่างต่อเนื่องของผู้ป่วย[1]
การติดเชื้อเอชไอวี พบว่าการรับประทานยาต้านเอชไอวีอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและตรงเวลามีความสำคัญมาก เนื่องจากจะทำให้ปริมาณไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือดน้อยจนอยู่ในระดับที่วัดไม่ได้ และยังสามารถป้องกันการกลายพันธุ์และทำให้ดื้อยายากขึ้นด้วย โดยทั่วไปสูตรยาต้านเอชไอวีจะประกอบด้วยยา 3 ชนิดขึ้นไป หรือเรียกว่า HAART (Highly active antiretroviral therapy)[1,2] ขนาดยาในการรักษาจะพิจารณาจากน้ำหนักตัว การทำงานของไตและการทำงานของตับร่วมด้วย เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้ขนาดยาที่เหมาะสมและเกิดอาการข้างเคียงจากยาน้อยที่สุด[3]
สำหรับยา tenofovir (TDF) เป็นยาชนิดหนึ่งในสูตรยา HAART มีข้อบ่งใช้ในการรักษาการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ขนาดยาปกติที่ใช้รักษา คือ 300 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการทำงานของไตปกติ แต่หากผู้ป่วยมีการทำงานของไตลดลงต้องมีการปรับขนาดยาโดยลดจำนวนครั้งในการใช้ยาตามค่าการทำงานของไตที่ลดลง เช่น รับประทานยาวันเว้นวัน, สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และไม่สามารถใช้ยาได้ในกรณีที่การทำงานของไตลดลงรุนแรง[3] เนื่องจากการใช้ยา tenofovir จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดพิษต่อไต สัมพันธ์กับการเกิดภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (proteinuria) และความผิดปกติของท่อไต (tubular dysfunction) ดังการศึกษาของ Chadwick DR. และคณะ[4] ศึกษาการเกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะและความผิดปกติของท่อไตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ใช้ยา tenofovir จำนวน 330 ราย พบจำนวนผู้ป่วยมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะในผู้ใช้ยา 2.74 เท่าของผู้ที่ไม่ใช้ยา และพบจำนวนผู้ป่วยมีความผิดปกติของท่อไตในผู้ใช้ยา 3.43 เท่าของผู้ไม่ใช้ยา เช่นเดียวกับการศึกษาของ Salome T.และคณะ[5] ศึกษาในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวี 6 เดือนขึ้นไป จำนวน 953 ราย พบว่าผู้ป่วยที่ใช้ยา tenofovir เกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้ยา tenofovir (เกิดโปรตีนรั่วในผู้ที่ใช้ยา tenofovir ร้อยละ 22, ในผู้ที่ไม่ใช้ยา tenofovir ร้อยละ 11.3)
ดังนั้น จากแนวทางการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน ผู้ป่วยควรรับประทานยาต้านเอชไอวีอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและตรงเวลาตามการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือดให้อยู่ในระดับที่วัดไม่ได้และป้องกันการดื้อยาในอนาคต สำหรับขนาดยา tenofovir อาจแตกต่างกันขึ้นกับการทำงานของไตของผู้ป่วยแต่ละคน โดยอาจรับประทานวันละ 1 ครั้ง วันเว้นวัน หรือ สองครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับขนาดยาที่เหมาะสมและเกิดอาการข้างเคียงจากยาน้อยที่สุด
เอกสารอ้างอิง
1. ภัทรินทร์ พิทักษ์โชติวรรณ, วิลาสินี กมลมิตร. การดื้อยาต้านไวรัสเอชไอวี. 2017[cited 2018 Jan 17]. Available from: http://ccpe.pharmacycouncil.org/index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=255.
2. Corbett AH, Dana WJ, Fuller MA, Gallagher JC, Golembiewski JA, Gonzales JP, et al. Drug information handbook with international trade names index. 25th. United States: Wolters Kluwer: 2016-2017.
3. เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม, ธันยวีร์ ภูธนกิจ, โอภาส พุทธเจริญ, กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, วินัย รัตนสุวรรณ, ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2560. 2560[cited 2018 Jan 17]. Available from: http://www.thaiaidssociety.org/images/PDF/hiv_thai_guideline_2560.pdf.
4. Chadwick DR, Sarfo FS, Kirk ES, Owusu D, Parris V, Phillips R. Tenofovir is associated with increased tubular proteinuria and asymptomatic renal tubular dysfunction in Ghana. 2015[cited 2018 Jan 17]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4666076/pdf/12882_2015_Article_192.pdf.
5. Salome T, Kasamba I, Mayanja BN, Kazooba P, Were J, Kaleebu P, et al. The effect of Tenofovir on renal
function among Ugandan adults on long-term antiretroviral therapy: a cross-sectional enrolment analysis. 2016[cited 2018 Jan 17]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5006584/pdf/12981_2016_Article_113.pdf.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Tertiary Reference : Secondary Reference : Primary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : Tenofovir, Proteinuria

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved