ยา colchicine

[2 พฤศจิกายน 2560 : 9:19:59]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
กิน colchicine แล้วมีอาการท้องเสีย จึงสงสัยว่า จะท้องเสียเฉพาะช่วงแรกที่กิน (กินไปต่อเนื่องแล้วอาการลดลง) หรือว่าจะท้องเสียไปตลอดคะ
และ ถ้าท้องเสียไปตลอดต่อเนื่อง ควรทำอย่างไร หรือกินยาอะไรแทนดีคะ
จาก พิชชาพร เมธีรัตนาพิพัฒน์ tha...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
- พิจิตร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :อื่น ๆ ประชาชน
IP [ 182.53.9xxx.xxx ]

[3 พ.ย. 60 : 12:02:08] Samsam samsam@gmail.com IP [ 180.180.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Colchicine เป็นยามีการสั่งในหลายข้อบ่งใช้ ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาอาการปวดข้อเก๊าท์ อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อย คือ ระบบทางเดินหาร เช่น ไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการท้องเสีย พบได้ร้อยละ 23-77 ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะพบได้ในช่วงแรกของการกินยา หรือว่ากินยาในขนาดสูง

[23 พ.ย. 60 : 14:10:21] นศภ. รมณีย์ พันธุ์สัมฤทธิ์/รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ payom.w@psu.ac.th IP [ 10.147.4xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ยา colchicine มีข้อบ่งใช้ต่อการรักษาและป้องกันโรคเกาต์ และรักษาโรค Familial Mediterranean Fever[1] โดยในประเทศไทยจะใช้ในผู้ป่วยโรคเกาต์เป็นหลัก ดังนั้นจะขอเน้นเกี่ยวกับโรคเกาต์เป็นหลัก
โรคเกาต์เกิดจาก การที่ผู้ป่วยมีระดับของกรดยูริกในกระแสเลือดสูงเป็นเวลานาน เมื่อระดับของกรดยูริกเพิ่มขึ้นจนเกินจุดอิ่มตัว ทำให้เกิดการตกผลึกขึ้นในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในน้ำไขข้อและข้อต่อที่เป็นกระดูกอ่อน ทั้งนี้เนื่องจาก กรดยูริกสามารถละลายในเลือดได้ดีกว่าละลายในน้ำไขข้อ และกรดยูริกสามารถละลายได้น้อยลงในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ผลึกดังกล่าวที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งระคายเคืองต่อร่างกาย ซึ่งจะกระตุ้นกระบวนการอักเสบ ทำให้เกิดภาวะข้ออักเสบเฉียบพลันขึ้น[2]
สำหรับกลไกของ colchicine ต่อโรคเกาต์คือ การไปรบกวนการทำงานของโครงร่างเซลล์ การป้องกันการกระตุ้นและการเคลื่อนย้ายของเซลล์เม็ดเลือดขาว[1] ทำให้ลดการอักเสบของเกาต์
การรับประทาน colchicine สามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหารได้ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย[1,3] ซึ่งการเกิดอาการข้างเคียงนี้ขึ้นกับขนาดยา colchicine ที่ได้รับ[3] พบอุบัติการณ์อาการท้องเสีย 23-77%[1]
การศึกษาควบคุมแบบสุ่มที่ปกปิดข้อมูลสองทาง แบ่งผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่หนึ่ง ได้รับ colchicine ในขนาดต่ำ (1.2 mg ตามด้วย 0.6 mg ใน 1 ชม.; ขนาดรวม 1.8 mg ใน 1 ชม.) กลุ่มที่สอง ได้รับ colchicine ในขนาดสูง (1.2 mg ตามด้วย 0.6 mg ทุกชั่วโมงเป็นระยะเวลา 6 ชม.; ขนาดรวม 4.8 mg ใน 6 ชม. ขึ้นไป) และกลุ่มที่สาม ได้รับยาหลอก จากผู้เข้าร่วมการศึกษา 185 ราย พบอุบัติการณ์ท้องเสียในกลุ่มที่ได้รับ colchicine ในขนาดสูง 40 รายจาก 52 ราย (76.9%) และในกลุ่มที่ได้รับ colchicine ในขนาดต่ำ 17 รายจาก 74 ราย (23%) ส่วนในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก 8 รายจาก 59 ราย (13.6%) ซึ่งอุบัติการณ์ท้องเสียในกลุ่มที่ได้รับ colchicine ในขนาดสูง เกิดมากกว่ากลุ่มที่ได้รับ colchicine ในขนาดต่ำอย่างมีนัยสำคัญ[4]
การเกิดภาวะพิษจากยา colchicine พบได้ไม่บ่อยนัก แต่มีความรุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิต โดยอาการพิษระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง จะพบได้ เมื่อผู้ป่วยได้รับยา colchicine เกินขนาดเล็กน้อย ทำให้มีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง สำหรับอาการพิษระดับความรุนแรงมาก พบในผู้ป่วยที่ได้รับยา colchicine เกินขนาดปริมาณมาก ทำให้เกิดอาการ ที่สามารถแบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้[5]
1. ระยะที่ 1 (0-24 ชม.) เกิดอาการในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย(มีเลือดปน) ปวดท้อง ภาวะขาดน้ำ เม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดสูง ความดันโลหิตต่ำ
2. ระยะที่ 2 (1-7 วัน) ระบบอวัยวะล้มเหลว ทำให้มีอาการดังนี้ เสี่ยงต่อการตายของกล้ามเนื้อหัวใจเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ สับสน โคม่า ชัก เม็ดเลือดขาวทุกชนิดในกระแสเลือดต่ำ ไตวาย ตับวาย ติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดบาดเจ็บเฉียบพลัน เสียสมดุลเกลือแร่ กล้ามเนื้อสลาย โดยผู้ป่วยที่ได้รับยา colchicine เกินกว่าขนาดมาก อาจเสียชีวิตในระยะนี้ได้
3. ระยะที่ 3 (7 วันขึ้นไป) ระยะฟื้นตัว หรือ เสียชีวิต ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้ ผมร่วง ปวดกล้ามเนื้อ ปลายประสาทอักเสบ โดยการเสียชีวิตของผู้ป่วยมักเกิดจากสาเหตุ คือ การหายใจล้มเหลว ช็อค หัวใจเต้นผิดจังหวะ การทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดล้มเหลว
ตำราทางการแพทย์เกี่ยวกับกระดูกและข้อ แนะนำให้หยุดยา colchicine ทันที เมื่อมีอาการท้องเสีย และรักษาอาการท้องเสียตามอาการ[6-7] เช่น การรับประทานน้ำเกลือแร่
สำหรับการรักษาอาการเกาต์เฉียบพลัน องค์กรกระดูกและข้อของประเทศอเมริกา (ACR) แนะนำให้ใช้ ยา colchicine, ยาในกลุ่ม NSAIDs, และยาในกลุ่ม corticosteroid เป็นอันดับแรกในรักษาอาการปวด[8]
สำหรับยา colchicine องค์กรกระดูกและข้อของประเทศอเมริกา แนะนำให้รับประทานในขนาด 1.2 mg ตามด้วย 0.6 mg ใน 1 ชม.ต่อมา และ 12 ชม. ต่อมา อาจให้ colchicine เป็นยาในการป้องกันการเกิดเกาต์ได้ ในขนาด 0.6 mg วันละ 1-2 ครั้ง จนกระทั่งอาการเกาต์หายไป[8]
สรุปได้ว่าการรับประทาน colchicine สามารถเกิดอาการข้างเคียงของระบบทางเดินอาหาร คือ ท้องเสียได้[1,3] โดยพบอุบัติการณ์ 23-77%[1] ซึ่งการเกิดอาการท้องเสียขึ้นกับขนาดยาที่รับประทาน ดังนั้นเมื่อรับประทาน colchicine แล้วเกิดอาการท้องเสีย หากยังคงรับประทานต่อ อาการท้องเสีย อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หากผู้ป่วยเกิดพิษจากยา colchicine อาการท้องเสียเป็นอาการที่อาจพบได้ในระยะแรกของการเกิดพิษ[5] แม้การเกิดพิษจากยา colchicine พบได้ไม่บ่อยนัก แต่มีความรุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ข้อมูลจากตำรากระดูกและข้อ แนะนำให้หยุดยา colchicine ทันทีเมื่อเกิดอาการท้องเสีย และรักษาอาการท้องเสียตามอาการ[6]เช่น การรับประทานน้ำเกลือแร่ สำหรับยาทดแทนยา colchicine ในการรักษาอาการเกาต์เฉียบพลันได้แก่ ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ยา naproxen, ยา indomethacin, ยา sulindac หรือยาในกลุ่ม corticosteroid เช่น ยา prednisolone และยา prednisone[8] ทั้งนี้ การใช้ยาเหล่านี้ต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกร ไม่ควรหยุดยา colchicine และเปลี่ยนไปใช้ยาอื่นเอง เนื่องจากยาทุกชนิดมีข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนใช้ยา
เอกสารอ้างอิง

1. Savarese DMF. Colchicine. In: Uptodate, Zand JM (Ed), Uptodate, Waltham, MA. (Accessed on November 11, 2017.)
2. Rosenberg AE. Bones, joints, and soft tissue tumours. In: Kumur V, Abas AK, Fausto N. Robbins and Cotran pathologic basis of disease. 7th ed. Philadelphia: Elsevier Saunders; 2004.
3. Fravel MA, Ernst ME, Clark EC. Gout and Hyperuricemia. In: Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM, eds. Pharmacotherapy. 9th edition. New York: McGraw-Hill education; 2014. 1505-23.
4. Terkeltaub RA, Furst DE, Bennett K, Kook KA, Crockett RS, Davis MW. High versus low dosing of oral colchicine for early acute gout flare: Twenty-four-hour outcome of the first multicenter, randomized, double-blind, placebo-controlled, parallel-group, dose-comparison colchicine study. Arthritis Rheum. 2010 Apr;62(4):1060-8.
5. Colchicine. (2017). DRUGDEX®System. Retrieved November 11, 2017, from http: micromedexsolutions.com. Greenwood Village, CO: Thomson Micromedex.
6. Schumacher HR, Chen LX. Gout and other crystal-associated arthropathies. In: Fauci AS, Langford CA, eds. Harrison’s rheumatology. 3rd ed. New York: McGraw-Hill education; 2013: 246.
7. Allen H. Colchicine for gout attacks. 2015[cited 11 November 2017]. Available from: https://patient.info/medicine/colchicine-for-gout-attacks.
8. Khanna D, Khanna PP, FitzGerald JD, Singh MK, Bae S, Neogi T, et al. 2012 American College of Rheumatology Guidelines for Management of Gout Part II: Therapy and Anti-inflammatory Prophylaxis of Acute Gouty Arthritis. Arthritis care & research. 2012;64(10):1447-1461.

ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : colchicine, diarrhea, gout, treatment

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved