การเริ่มยา Antiratroviral

[8 พฤศจิกายน 2560 : 18:35:35]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
สามารถเริ่มยา antiretrovaral ในผู้ป่วยHIVs ขณะที่CD4+ สูงๆ(400-800)ได้หรือไม่
จาก กรเทพ kor...
นักศึกษา สถานศึกษา
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การศึกษา/ให้ความรู้แก่บุคลากรการแพทย์
IP [ 202.28.7xxx.xxx ]

[16 พ.ย. 60 : 10:57:22] นศภ.รมณีย์ พันธุ์สัมฤทธิ์/ดร. ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ nattasiri@pharmacy.psu.ac.th IP [ 10.147.0xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
จากแนวทางการดูแลรักษาโรคติดเชื้อเอชไอวีของประเทศไทย[1] และต่างประเทศ[2] แนะนำให้เริ่มยา ARV ในผู้ติดเชื้อทุกรายในทุกจำนวน CD4 เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตทั้งที่เป็น AIDS-related event และ non–AIDS-related event และการเริ่มยา ARV ยังมีประโยชน์ในการป้องกันการแพร่เชื้อ
อย่างไรก็ตาม การเริ่มยา ARV ต้องพิจารณาถึงความพร้อมของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยต้องเข้าใจถึงประโยชน์และผลข้างเคียงจากยา เข้าใจความสำคัญของการรับประทานยาอย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอและต่อเนื่อง และพร้อมที่จะเริ่มยา[1-2] แต่ในบางกรณีการเริ่มยา ARV อาจถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากปัจจัยทางคลินิก หรือปัจจัยที่เกี่ยวกับปัญหาทางจิตใจ อย่างไรก็ตาม ควรเริ่มการรักษาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้[2] โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะต่างๆ เช่น หญิงตั้งครรภ์, AIDS-defining conditions คือ HIV-associated dementia (HAD) และ AIDS-associated malignancies, การติดเชื้อฉวยโอกาสแบบเฉียบพลัน, CD4 ต่ำ (เช่น <200 cells/mm3), HIV-associated nephropathy (HIVAN), การติดเชื้อแบบเฉียบพลัน, ผู้ที่ติดเชื้อ hepatitis B virus หรือ hepatitis C virus ร่วมด้วย[2]
สำหรับการศึกษาที่สนับสนุนการให้ยา ARV ในผู้ป่วยป่วยติดเชื้อ HIV ที่มี CD4 สูงๆนั้น มีหลายการศึกษา เช่น
1. การศึกษาควบคุมแบบสุ่มของ INSIGHT START Study Group ในผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีระดับ CD4 มากกว่า 500 cells/mm3 จำนวน 4,685 ราย โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่หนึ่ง ได้รับการเริ่มยา ARV ทันที (กลุ่ม immediate initiation) ส่วนกลุ่มที่สอง เริ่มยา ARV เมื่อ CD4 ลดลงเหลือ 350 cells/mm3 หรือมีการเกิด AIDS-related event หรือตั้งครรภ์ (กลุ่ม deferred initiation) โดยผลลัพธ์หลัก (primary outcome) ที่ติดตาม คือการเกิด serious AIDS-related event และ serious non-AIDS-related event พบว่า กลุ่มแรกเกิดผลลัพธ์หลัก 42 ราย (1.8%; 0.6 events per 100 person-years) ส่วนกลุ่มที่สองเกิดผลลัพธ์หลัก 96 ราย (4.1%; 1.38 events per 100 person-years) โดยกลุ่มแรกมีความเสี่ยงในการเกิดทั้ง serious AIDS-related event และ serious non-AIDS-related event น้อยกว่ากลุ่มที่สอง (HR = 0.28 และ 95%CI 0.15-0.50 และ HR = 0.61 และ 95%CI 0.38-0.97 ตามลำดับ) นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ในกลุ่มย่อย (subgroup analysis) ตาม อายุ เพศ เชื้อชาติ รายได้ ระดับ CD4 เริ่มต้น ระดับ HIV RNA เริ่มต้น การสูบบุหรี่ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่ามีค่า hazard ratios เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับข้อมูลดังกล่าวข้างต้น กล่าวคือ การเริ่มการรักษา ARV เร็ว จะลดความเสี่ยงของการเกิดทั้ง serious AIDS-related event และ serious non–AIDS-related event สำหรับการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงระดับ 4 ไม่มีความแตกต่างกันในทั้งสองกลุ่ม ส่วนค่า CD4 นั้นพบว่า กลุ่มแรกมี CD4 มากกว่ากลุ่มที่สองโดยเฉลี่ย 197 cells/mm3 และร้อยละของผู้ป่วยที่มี viral load ≤ 200 copies/ml ในกลุ่มแรกมีมากกว่ากลุ่มที่สอง[3]
2. การศึกษาควบคุมแบบสุ่มของ TEMPRANO ANRS 12136 Study Group ในผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มี CD4 ต่ำกว่า 800 cells/mm3 ทั้งหมด 2,056 ราย โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่ง เลื่อนการเริ่มยา ARV ออกไปจนกว่าจะเข้าเกณฑ์การเริ่มยาขององค์กรอนามัยโลก กลุ่มที่สองจะเหมือนกลุ่มแรกแต่ได้รับ isoniazid preventive therapy ร่วมด้วย กลุ่มที่ 3 มีการเริ่มยา ARV ทันที และกลุ่มที่ 4 มีการเริ่มยา ARV ทันที ร่วมกับได้รับ isoniazid preventive therapy สำหรับผลลัพธ์หลัก (primary outcome) ของการศึกษา คือ all-cause deaths ที่ 30 วัน, AIDS diseases, non-AIDS defining cancer, และ non-AIDS defining invasive bacterial disease พบว่า กลุ่มที่เริ่มยา ARV ทันทีจะมีความเสี่ยงในการเกิดผลลัพธ์หลักต่ำกว่ากลุ่มที่เลื่อนการเริ่มยา ARV ออกไป (HR = 0.56; 95%CI 0.41-0.76) โดยการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ความรุนแรงระดับ 3 หรือ 4 ที่ 30 เดือน ไม่มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ ในกลุ่มที่เริ่มยา ARV ทันที มีระดับ CD4 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยจาก 481 cells/mm3 เป็น 728 cells/mm3 ที่ 30 เดือน สำหรับกลุ่มที่เลื่อนการเริ่มยา ARV ออกไป มีค่าเฉลี่ยของระดับ CD4 ลดลงจาก 472 cells/mm3 เป็น 428 cells/mm3 ที่ 12 เดือน และหลังจากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 511 cells/mm3 ที่ 30 เดือน เมื่อพิจารณาเฉพาะผู้ป่วยที่มี CD4 มากกว่าหรือเท่ากับ 500 cells/mm3 พบว่ากลุ่มที่เริ่มยา ARV ทันทีจะมีความเสี่ยงในการเกิดผลลัพธ์หลักน้อยกว่ากลุ่มเริ่มยาช้า (HR 0.56; 95% CI 0.33-0.94) และกลุ่มที่เริ่มยาช้า มีค่าเฉลี่ยของระดับ CD4 ลดลงจาก 617 cells/mm3 เป็น 533 cells/mm3 ที่ 6 เดือน และหลังจากนั้นมีค่าคงที่ ส่วนกลุ่มที่เริ่มยา ARV ทันที มีค่าเฉลี่ยของระดับ CD4 เพิ่มขึ้นจาก 617 cells/mm3 เป็น 810 cells/mm3 ที่ 30 เดือน[4]
โดยสรุป จากแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV ในปัจจุบัน แนะนำให้เริ่ม ARV ในผู้ป่วยทุกราย โดยไม่คำนึงถึงระดับของ CD4 และมีหลักฐานการศึกษาพบว่าการเริ่มยาเร็วสามารถเพิ่มระดับ CD4 ลดปริมาณ viral load และลดการเกิด serious AIDs-related event & serious non-AIDS-related event ได้ดีกว่าการเริ่มยาเมื่อมี CD4 ต่ำๆ อย่างไรก็ตาม การเริ่มยาควรคำนึงถึงความพร้อมของผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

เอกสารอ้างอิง
1. สุเมธ องค์วรรณดี, ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล, อัญชลี อวิหิงสานนท์, เอกจิตรา สุขกุล, รังสิมา โล่ห์เลขา.
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2560. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด; 2560: บทที่ 3 การดูแลรักษาผู้ใหญ่ติดเชื้อเอชไอวี (Management of HIV-Infected Adult); 74.
2. Panel on Antiretroviral Guidelines for Adults and Adolescents. Guidelines for the Use of Antiretroviral Agents in Adults and Adolescents Living with HIV. Department of Health and Human Services. Available at http://www.aidsinfo.nih.gov/ContentFiles/AdultandAdolescentGL.pdf. Accessed [13 November 2017]
3. INSIGHT START Study Group, Lundgren JD, Babiker AG, Gordin F, Emery S, Grund
B, et al. Initiation of Antiretroviral Therapy in Early Asymptomatic HIV Infection. N Engl J Med. 2015 Aug 27;373(9):795-807.
4. TEMPRANO ANRS 12136 Study Group, Danel C, Moh R, Gabillard D, Badje A, Le
Carrou J, et al. A Trial of Early Antiretrovirals and Isoniazid Preventive Therapy in Africa. N Engl J Med. 2015 Aug 27;373(9):808-22.

ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : HIV guideline, CD4, Initiation of Antiretroviral

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved