สารกันเสียในเครื่องอางปลอดสารก่อมะเร็ง

[13 พฤศจิกายน 2560 : 11:58:37]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ดิฉันอยากทดลองทำโลชั่นทาผิวใช้เองอ่ะ อยากสอบถามว่า
1.อ่านเจอในเวบว่าสารกันเสียกลุ่มพาราเบนอาจเป็นสารก่อมะเร็งค่ะอยากทราบว่าจริงไหมค่ะ
2.ควรใช้สารกันเสียตัวไหนดีค่ะจึงจะปลอดภัยค่ะ
จาก ผิง Mar...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
เอกชน ตรัง
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน
IP [ 118.173.xxx.xxx ]

[19 เม.ย. 61 : 22:29:15] นศภ.นพรัตน์ , นศภ.ปาณิสรา/ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์  pim.pkt59@gmail.com IP [ 172.22.4xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
คำถาม1 อ่านเจอในเว็บว่าสารกันเสียกลุ่มพาราเบนอาจเป็นสารก่อมะเร็งค่ะอยากทราบว่าจริงไหมค่ะ
คำตอบ พาราเบนเป็นสารกันเสียที่นิยมใช้ในเครื่องสำอางอยู่เป็นประจำ โดย propylparaben และ methyl parabenเป็นชนิดที่มีการใช้มากที่สุด และมีความนิยมใช้ paraben ชนิดต่างๆในตำรับเครื่องสำอางตามลำดับคือ methyl- > ethyl- > propyl- > butyl- > benzyl-paraben โดย paraben ช่วยทำให้ได้สูตรตำรับที่ดีเนื่องจากparabenไม่มีกลิ่นหรือรส ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสี(discoloration) มีค่าpHที่ใกล้เป็นกลาง และไม่ทำให้เกิดการแข็งตัว(hardening)หรือเกิดการขุ่น(muddying)ในตำรับ
จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง (ฉบับที่ 10) ระบุว่าสารกลุ่มพาราเบนซึ่งได้ถูกจัดให้เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสําอาง คือ
1.Isopropylparaben (INCI) Isopropyl 4-hydroxybenzoate (CAS No. 4191-73-5) Sodium salt or Salts of Isopropylparaben
2.Isobutylparaben (INCI) Isobutyl 4-hydroxybenzoate (CAS No. 4247-02-3)Sodium salt or Salts of Isobutylparaben (CAS No. 84930-15-4)
3.Phenylparaben (INCI) Phenyl 4-hydroxybenzoate (CAS No. 17696-62-7)
4.Benzylparaben (INCI) Benzyl 4-hydroxybenzoate (CAS No. 94-18-8)
5.Pentylparaben (INCI) Pentyl 4-hydroxybenzoate (CAS No. 6521-29-5) [2]
เนื่องจาก paraben มีความสามารถในการเป็น weak estrogenic และมีความสามารถในการเข้าถึงเนื้อเยื่อทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อโรคมะเร็งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งเต้านม เนื่องจากในผู้ที่ตรวจพบ paraben ในผู้ที่มีเนื้อเยื่อเต้านมเพิ่มขึ้น ในปี ค.ศ. 2004 Harvey และ Darbre ชี้ให้เห็นว่า เครื่องสำอาง ครีมหรือโลชั่นที่ใช้สารกันเสีย เช่น parabens ที่ใช้ในบริเวณใต้วงแขน อกหรือเต้านมอาจทำให้อัตราการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นในสตรี และในการศึกษาเมื่อของ Barr et al. 2012 การมีระดับสาร propylparaben (16.8 ng/กรัมของเนื้อเยื่อ), methylparaben (16.6 ng/กรัมของเนื้อเยื่อ) , butyl- (5.8 ng/กรัมของเนื้อเยื่อ) ethyl- (3.4 ng/กรัมของเนื้อเยื่อ) และ isobutylparabens (2.1 ng/กรัมของเนื้อเยื่อ) ในเนื้อเยื่อที่สูงมาก โดยตรวจพบในเนื้อเยื่อมะเร็งเต้านม 160 ชิ้นจากผู้ป่วย 40 ราย โดยตัวอย่างเนื้อเยื่อเหล่านี้ได้มาจากผู้หญิง 40 คนที่ได้รับการผ่าตัดระหว่างปี 2548 ถึงปี พ.ศ. 2551 และ พบว่า parabens มีฤทธิ์กระตุ้นการเกิด proliferative จากการใช้สายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ MCF-7 นักวิจัยหลายคนแนะนำว่าสารเคมีเหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็นสาร Xenoestrogenic ที่ทำให้เกิดมะเร็ง (Okubo et al. 2001; Byford et al. 2002 ; Pugazhendhi et al. 2007) การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่ามี parabens ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 5 ชนิดซึ่งตรวจพบใน 160 ตัวอย่างเนื้อเยื่อของเต้านมของมนุษย์ (Barr et al. 2012) เพียงอย่างเดียวหรือร่วมกันสามารถกระตุ้นการขยายตัวของเซลล์ MCF-7 ในหลอดทดลอง (Darbre and Fernandez 2013) [3]
จาก the scientific Committee on Consumer Safety (SCCS) ได้ระบุไว้ว่ายังมีข้อจำกัดและยังไม่มีข้อมูลในการประเมินความปลอดภัยของ isopropyl 4-hydroxybenzoate, isobutyl 4-hydroxybenzoate และรูปแบบเกลือ ,pentylparaben , phenylparaben และ benzyl 4-hydroxybenzoate นอกจากนั้นยังไม่สามารถประเมินความเสี่ยงต่อมนุษย์ได้ ดังนั้นจึงควรจัดอยู่ในกลุ่ม Annex II(เป็นภาคผนวกที่มีการระบุรายชื่อสารต้องห้ามของกฎระเบียบพื้นฐานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใน EU ) เพื่อแสดงว่าไม่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง [4]
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสารกันเสียกลุ่ม paraben บางชนิดมีข้อมูลว่าสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งได้ดังแสดงตามข้อมูลการวิจัยข้างต้น แต่สารกันเสียกลุ่ม paraben บางชนิดยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าสามารถเป็นสารก่อมะเร็งได้จริงหรือไม่

คำถาม2 ควรใช้สารกันเสียตัวไหนดีค่ะจึงจะปลอดภัยค่ะ
คำตอบ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการระบุชื่อและกำหนดความเข้มข้นสูงสุดของวัตถุกันเสียที่สามาถใช้ได้ในเครื่องสำอางพร้อมใช้ โดยสามารถดูรายชื่อวัตถุกันเสียได้จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดวัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง พ.ศ. 2560 และสามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ https://www.thaicosmetic.org/documents/moph-announcement-preservative.pdf[5]
นอกจากนี้ทางกฎระเบียบพื้นฐานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใน EU ได้ระบุรายชื่อสารกันเสียที่สามารถนำมาใช้ในเครื่องสำอางได้โดยระบุอยู่ใน Annex V ซึ่งเป็นภาคผนวกที่มีการระบุรายชื่อสารกันเสีย โดยได้ระบุข้อจำกัด ข้อควรระวังรวมถึงกําหนดปริมาณมากที่สุดที่สามารถใส่ได้ในผลิตภัณฑ์ซึ่งสอดคล้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเช่นกัน [6]
ดังนั้นสารกันเสียที่สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว คือสารกันเสียที่ระบุตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยแนะนำให้ใช้ในปริมาณและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการกําหนดไว้

เอกสารอ้างอิง
1.Soni MG, Carabin IG, Burdock b , GA. Safety assessment of esters of p-
hydroxybenzoic acid (parabens). Food and Chemical Toxicology 43 (2005)
985–1015.
2.กระทรวงสาธารณะสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง (ฉบับที่ ๑๐) ; เข้าถึงได้จาก: http://www.fda.moph.go.th/sites/Cosmetic/Shared%20Documents/InterestingLaws/ประกาศกระทรวง/กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง_(ฉบับที่_10).PDF. เข้าถึงเมื่อวันที่ 7เมษายน พ.ศ.2561.
3.Karpuzoglu E, Holladay SD, Gogal RM Jr. Parabens: potential impact of low-affinity
estrogen receptor binding chemicals on human health. J Toxicol
EnvironHealth B CritRev. 2013;16(5).
4.Lecce R, Regazzoni L, Mustazza C, Incarnato G, Porrà R, Panusa A. Screening of
preservatives by HPLC-PDA-ESI/MS: A focus on both allowed and recently
forbidden compounds in the new EU cosmetics regulation. J Appl
Toxicol. 2014 Sep;34(9):925-38.
5.กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดวัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็น ส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง พ.ศ. ๒๕๖๐.เข้าถึงได้จาก:
https://www.thaicosmetic.org/documents/moph-announcement-preservative.pdf. เข้าถึงเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2561.
6.Lores M, Llompart M, Alvarez-Rivera G, Guerra E, Vila M, Celeiro M, et al. Positive
lists of cosmetic ingredients: Analytical methodology for regulatory and safety
controls. AnalyticaChimica Acta. 2016;915:6-8.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved