กลไกของสาร Alloxan

[19 มกราคม 2561 : 13:46:32]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
อยากว่าสาร alloxan มีกลไกการทำให้เกิดโรคเบาหวานอย่างไร
จาก ประภาสิริ บุญโชติ may...
นักศึกษา สถานศึกษา
นักศึกษาปี 4 อุบลราชธานี
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
IP [ 110.168.xxx.xxx ]

[11 มี.ค. 61 : 6:20:43] นศภ.ฮัซวานี หมาดอหิน/อ.ณัฐาศิริ ฐานะวุฑฒ์ ้hazwanee.mardarhin@gmail.com IP [ 171.7.24xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Alloxan (2,4,5,6-tetraoxypyrimidine;2,4,5,6-pyrimidinetetrone)[2] เป็นสารที่เป็นอนุพันธ์ของออกซิจีเนต ไพริมิดีน (oxygenated pyrimidine) มีโครงสร้างคล้ายน้ำตาลกลูโคส สามารถผ่านเข้าสู่เบตาเซลล์ของตับอ่อนโดยผ่านตัวขนส่งโปรตีนที่มีชื่อว่า Glucose transporter 2 (GLUT2) สารนี้ทำให้เกิดพิษโดยตรงกับเบตาเซลล์ (beta-cell) ของตับอ่อน นอกจากนี้ยังมีผลต่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ glucokinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาการย้ายหมู่ฟอสเฟตจาก ATP ไปยังน้ำตาลกลูโคส ได้เป็น กลูโคส-6-ฟอสเฟต ซึ่งเป็นปฎิกิริยาแรกในวิถีไกลโคไลซิส[3] จึงสามารถชักนำทำให้เกิดภาวะเบาหวานในหนูทดลองได้และใช้เป็น experimental model ของ insulin dependent diabetes mellitus[1],[4]
เมื่อฉีด alloxan ในสัตว์ทดลองจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด โดยในระยะแรกหลังจากการฉีด alloxan จะทำให้เกิดภาวะน้ำตาในเลือดต่ำชั่วคราวเป็นระยะเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งอาจเป็นผลจากการมี insulin เพิ่มขึ้นชั่วคราว (transient hyperinsulinemia) ระยะที่สอง (1 ชั่วโมงหลังจากให้ alloxan) จะมีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดและมีการลดลงของ insulin เกิดเป็นภาวะ hyperglycemia ระยะนี้จะคงอยู่ประมาณ 2-4 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากพิษของสาร alloxan ต่อเบตาเซลล์ ระยะที่สามจะกลับมาสู่ภาวะ hypoglycemia phase (เกิดขึ้น 4-8 ชั่วโมงหลังจากให้ alloxan) เนื่องจากการมี insulin เพิ่มขึ้นในกระแสเลือด ซึ่งเป็นผลจากผลของ alloxan ทำให้เกิดการแตก secretory granule และมีการทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ จึงทำให้เกิด severe transitional hypoglycemia ซึ่งการตายของ pancreatic islet cell จะเกิดขึ้นอย่างถาวรและระยะที่สี่เป็นระยะของ permanent diabetic hyperglycemic phase (หลังจากได้รับ alloxan 24-48 ชั่วโมง)[2],[4]
สำหรับกลไกของ alloxan-induced diabetes อาจเกิดผ่านกลไกดังนี้[2]
1. ลดการตอบสนองของ islet cells ต่อ glucose
2. ทำให้เกิด superoxide radical และ reactive hydroxyl radicals
3. การเกิด reactive oxygen species (ROS) ทำให้มีการทำลาย DNA ของ pancreatic islets
4. เกิดความไม่สมดุลของ calcium homeostasis

เอกสารอ้างอิง
1. Kanokwan Jarukamjorn, Thinnakorn Lao-ong, Waranya Chatuphonprasert. Diabetic Induction in Experimental Mouse Model.Thai Pharm Health Sci J 2011;6(3):229-239
2. Lenzen S. The mechanisms of alloxan- and streptozotocin-induced diabetes.
Diabetologia 2008 Feb;51(2):216-26.
3.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์. (2561). กลูโคไคเนส.ค้นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2561, จากhttp://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/5063/glucokinase
4. Rohilla A, Ali S. Alloxan Induced diabetes : mechanisms and effect. International journal of reach in pharmaceutical and biomedical sciences 2012;3(2):2229-3701

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference : Internet
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : alloxan,diabetes

[12 มี.ค. 61 : 12:57:01] นศภ. ฐานิศา กมลานนท์/ผศ.ดร.วรนุช แสงเจริญ  tnskmfilm@hotmail.com IP [ 180.183.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Alloxan เป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง มีชื่อทางเคมี 2,4,5,6-Tetraoxypyrimidine; 2,4,5,6-pyrimidinetetrone มีโครงสร้างทางเคมีเป็น Oxygenated pyrimidine derivative; barbituric acid derivative (5-ketobarbituric acid) มีค่าครึ่งชีวิตสั้น เท่ากับ 1.5 นาที ที่พีเอช 7.4 อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส สลายตัวได้เป็น alloxanic acid มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน เป็นสารเคมีที่ชอบน้ำ จึงไม่สามารถแพร่กระจายผ่านเข้าไปยังชั้นไขมันของ plasma membrane ได้[1] และเนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลของ alloxan มีลักษณะรูปร่างที่คล้ายคลึงกับน้ำตาลกลูโคสจึงสามารถถูกนำเข้าไปและสะสมได้ในเบต้าเซลล์ของตับอ่อน ซึ่งจะถูกขนส่งต่อเข้าไปยังของเหลวภายในเซลล์ (cytosol) โดยผ่านตัวพา GLUT2 glucose transporter ในพลาสมาเมมเบรนของเบต้าเซลล์[1,2] กลไกของ alloxan ที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวาน จะประกอบด้วย 2 กลไกดังนี้[1,2,3]
1.ยับยั้งเอนไซม์กลูโคไคเนส (Glucokinase inhibition) โดยในตำแหน่ง 5-CO group ของ alloxan[3] จะเกิดปฏิกิริยากับ two –SH group ในโมเลกุลน้ำตาลตำแหน่ง binding site หรือ active site ของเอนไซม์กลูโคไคเนส และเกิดการสร้างพันธะแบบ disulfide bond เชื่อมต่อกันระหว่าง 2 โมเลกุล ส่งผลให้เอนไซม์ดังกล่าวหมดฤทธิ์ ซึ่งปกติแล้วเอนไซม์
กลูโคไคเนสจะลดการเกิดกลูโคสออกซิเดชันและสร้าง ATP โดย ATP จะเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ซึ่งเมื่อเอนไซม์ดังกล่าวถูกยับยั้งก็จะไม่เกิดการสร้าง ATP ส่งผลให้ไม่สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้ ร่วมกับการหลั่งอินซูลินสามารถถูกกระตุ้นได้โดยกลูโคสที่ผ่านการเกิดปฏิกิริยากับเอนไซม์กลูโคไคเนส ซึ่งเมื่อเอนไซม์ดังกล่าวถูกยับยั้งจะส่งผลให้กลูโคสไม่สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน (inhibition of glucose-induced insulin secretion) ได้เช่นเดียวกัน กลไกดังกล่าวถือเป็นผลกระทบทางสรีรวิทยาที่สำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวาน
2.เกิดพิษต่อเบต้าเซลล์ในตับอ่อน (Beta cell toxicity) เนื่องจากในเบต้าเซลล์ของตับอ่อนจะมีสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวให้อิเล็กตรอน เรียกว่า ตัวรีดิวซ์ (reducing agent) โดยเฉพาะ reduced glutathione (GSH) ซึ่งเมื่อ alloxan เข้าไปสะสมในเบต้าเซลล์ของตับอ่อน reduced glutathione (GSH) จะเข้าไปเกิดปฏิกิริยารีดักชันกับ alloxan ได้เป็น dialuric acid และ oxidized glutathione และในขณะเดียวกัน dialuric acid จะเกิดปฏิกิริยาออโต้ออกซิเดชัน (Autoxidation) กลับไปเป็น alloxan ซึ่งการเกิดปฏิกิริยาดังกล่าวจะก่อให้เกิด superoxide radicals (O2•-), hydrogen peroxide (H2O2) และ hydroxyl radicals (OH•) ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้ จะส่งผลทำให้ DNA บนเบต้าเซลล์ของตับอ่อนแตกออก เป็นสาเหตุให้เกิดการทำลาย DNA ท้ายสุดแล้วจากผลดังกล่าวจะก่อให้เกิดการตายของเบต้าเซลล์ของตับอ่อน (necrosis beta cell)
สรุปจากกลไกทั้งสองของ alloxan พบว่า alloxan สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ จากกลไกแรกที่มีผลยับยั้งเอนไซม์กลูโคไคเนส (Glucokinase inhibition) ทำให้ไม่เกิดการสร้าง ATP และกลูโคสไม่สามารถเกิดปฏิกิริยากับเอนไซม์กลูโคไคเนสได้ ส่งผลให้ไม่สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้ และกลไกที่สองคือเกิดพิษต่อเบต้าเซลล์ในตับอ่อน ทำให้เกิดการตายของเบต้าเซลล์ นำไปสู่ภาวะที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ดังนั้นจากกลไกดังกล่าวทั้งสองของ alloxan จึงเป็นสาเหตุที่เหนี่ยวนำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้

เอกสารอ้างอิง
1.Lenzen S. The mechanisms of alloxan- and streptozotocin-induced diabetes. Diabetologia. 2008 Feb;51(2):216-26.
2.Rohilla A, Ali S. Alloxan Induced Diabetes: Mechanisms and Effects. file:///C:/Users/DELL/Downloads/Alloxaninduceddiabetesmechanismsandeffects%20(2).pdf (accessed 15 February 2018 ).
3.Lenzen S, Panten U. Alloxan: history and mechanism of action. Diabetologia. 1988 Jun;31(6):337-42.


เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : alloxan, mechanism, diabetics, induced, mechanisms

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved