ธาตุเหล็กกับแคลเซียมในโรคไต

[20 ธันวาคม 2561 : 20:52:47]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
รักษาโรคไตที่โรงพยาบาลหมอให้กินยา เภสัชพูดบ่อยมากว่าให้กินเหล็กกับแคลเซียมแยกกันมีความจำเป็นมากแค่ไหนคะ เพราะว่ากินยาบ่อยมาก เหมือนในคนท้องไหมคะ แล้วทำไมคนท้องไม่ต้องเคี้ยวแคลเซียม
จาก วิกานดา ้ha...
บุคคลทั่วไป โรงพยาบาล
บุคคลทั่วไป กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :อื่น ๆ ประชาชน
IP [ 202.28.1xxx.xxx ]

[21 ธ.ค. 61 : 20:50:11] กาชาด kachat@hotmail.com IP [ 223.207.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
อธิบายพอเข้าใจนะครับ

แคลเซียมที่ให้ในหญิงตั้งครรภ์ ให้เพื่อเสริมแคลเซียม จะเคี้ยวไม่เคี้ยวไม่ว่ากัน แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต แคลเซียมให้เพื่อดักจับฟอสเฟส ดังนั้น การเคี้ยวแคลเซียมในผู้ป่วยโรคไตก็เพื่อเพิ่มพื้นที่การจับฟอสเฟต

[11 เม.ย. 62 : 13:31:47] นศภ. ณัฐธิดา พลฤทธิ์/ผศ.ดร. มาลี โรจน์พิบูลสถิตย์ - IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
โรคไตเรื้อรังมีการทำงานของไตลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างเกิดขึ้นตาม เช่น ภาวะโลหิตจาง ความผิดปกติของสมดุลแร่ธาตุและกระดูก เป็นต้น [1, 2]

ภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็ก พบได้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง มาจากหลายสาเหตุ เช่น การดูดซึมเหล็กบริเวณทางเดินอาหารลดลง การสูญเสียเลือดจากการทำ hemodialysis ซึ่งภาวะโลหิตจางจะเพิ่มความเสี่ยงกลับนอนโรงพยาบาลและเพิ่มอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้ ดังนั้นในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ประเมินแล้วว่าควรได้รับการเสริมธาตุเหล็ก โดยขนาดยาที่ใช้รับประทานจะอยู่ในช่วง 60-120 มก. ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง [2]

แคลเซียมที่ใช้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง มีเป้าหมายเพื่อควบคุมระดับฟอสเฟตในเลือดให้ลดลง โดยแคลเซียมออกฤทธิ์จับกับฟอสเฟตที่มากับอาหารที่รับประทาน ทำให้ลดการดูดซึมฟอสเฟตจากทางเดินอาหารแล้วขับออกจากร่างกายไปทางอุจจาระ [2] ดังนั้นการรับประทานแคลเซียมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจึงจำเป็นต้องรับประทานพร้อมอาหาร และต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนเพื่อช่วยให้แคลเซียมจับกับฟอสเฟตในอาหารได้ดีในทันทีโดยย่นระยะเวลาในการแตกตัวของตัวยา [2, 3] ตามแนวทางการรักษาโรคไตเรื้อรัง แนะนำให้ใช้ยาที่จับฟอสเฟตที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบไม่เกิน 1,500 มก./วัน หรือหากคิดโดยรวมปริมาณแคลเซียมจากอาหารและยา (จับฟอสเฟต) ต้องไม่เกิน 2,000 มก./วัน [4] วิธีการรับประทานแคลเซียมในผู้ป่วยไตเรื้อรังจึงไม่เหมือนกับการใช้ในหญิงมีครรภ์ ซึ่งการใช้ในหญิงมีครรภ์โดยทั่วไปมักให้ 1.5–2 กรัมต่อวัน โดยแบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้ง พร้อมอาหาร [5-7] มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มระดับแคลเซียม และไม่จำเป็นต้องเคี้ยวเนื่องจากไม่ได้ต้องการให้ไปจับกับฟอสเฟตในอาหาร

ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาธาตุเหล็กพร้อมกับแคลเซียมจะเกิดปัญหาในเรื่องของการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา 2 ชนิดนี้ โดยแคลเซียมจะลดปริมาณการดูดซึมของธาตุเหล็กลงร้อยละ 60 ซึ่งโดยปกติธาตุเหล็กเป็นยาที่มีการดูดซึมต่ำ มีการดูดซึมมากที่สุดเพียงร้อยละ 40 ของธาตุเหล็กทั้งหมดที่รับประทานเข้าไป [8] ดังนั้นการกินยา 2 ชนิดจะต้องเว้นช่วงห่าง โดยให้กินยาธาตุเหล็ก 1 ชม. ก่อนหรือ 2 ชม. หลังจากยาแคลเซียม ดังนั้นจึงแนะนำให้กินแคลเซียมตามมื้ออาหารโดยกินพร้อมอาหาร (เคี้ยวให้ละเอียดก่อน) และให้กินยาธาตุเหล็กก่อนอาหาร 1 ชม. หรือหลังอาหาร 2 ชม.

เอกสารอ้างอิง

[1] สมฤทัย วัชราวิวัฒน์. เภสัชบำบัดในโรคไตเรื้อรัง (Pharmacotherapy in Chronic Kidney Disease).กรุงเทพฯ: เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น; 2560. หน้า 71-93.
[2] Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzkee GR, Wells BG, Posey LM.
Pharmacotherapy a pathophysiologic approach. 10 th edition. New York: McGrawHill;2016. 609-37.
[3] Schiller LR, Santa Ana CA, Sheikh MS, Emmett M, Fordtran JS. Effect of the
time of administration of calcium acetate on phosphorus binding. N Engl J Med. 1989;320(17):1110-3.
[4] National Kidney Foundation. K/DOQI clinical practice guidelines for bone metabolism and disease in chronic kidney disease. Am J Kidney Dis. 2003 Oct;42(4 Suppl 3):S1-201.
[5] Marion, DW. Management of hyperphosphatemia in chronic kidney disease. In: Post TW, Ed. UpToDate. Waltham: UpToDate; 2019. Accessed 2019, March 2.
[6] MIMS Online [database on the Internet]. MIMS Thailand; 2019 - [cited 2019
March 3]. Calcium carbonate; [1 screen]. Available at: https://www.mims.com/thailand/drug/info/ calcium carbonate/?type=brief&mtype=generic.
[7] World Health Organization. Calcium supplementation during pregnancy to reduce the risk of pre-eclampsia. 2016: [1 screen]. Available at: https://www.who.int/elena/titles/guidance_ summaries/calcium_pregnancy/en/. Accessed February 5, 2019.
[8] Hurrell R, Egli I. Iron bioavailability and dietary reference values. Am J Clin Nutr. 2010;91(5):1461S-1467S.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved