พาราเซตามอล และ ไอบูโพรเฟน ให้ในการลดไข้ร่วมกัน

[29 ธันวาคม 2561 : 14:54:51]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
มีไข้สูงมา 1 วัน ไป รพ.
ได้ยา พาราเซตามอล ให้รับประทานทุก 6 ชั่วโมง
และยา ไอบูโพรเฟน รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
อยากทราบว่ามีความซ้ำซ้อนในส่วนของการใช้ในการลดไข้หรือไม่
จาก ปกรณ์ บุญมี for...
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
- เชียงใหม่
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
IP [ 171.4.23xxx.xxx ]

[4 เม.ย. 62 : 13:01:30] นศภใปุณยวีร์ กิจชาญวิทย์/ ผศ.ดร.มาลี  - IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
กลไกการออกฤทธิ์ของยาทั้ง 2 ชนิดในการลดไข้ ได้แก่ paracetamol สามารถแพร่เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้ดี ยาไปยับยั้งการสร้าง Prostaglandins โดยคาดว่ายามีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ COX-3 ในระบบประสาทส่วนกลางที่สมองส่วน Hypothalamus ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การที่มี prostaglandins ลดลงส่งผลทำให้ลดไข้ได้[1] และกลไกการออกฤทธิ์ของยา Ibuprofen มาจากการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ COX-1 และ COX-2 เป็นผลให้มีสารตั้งต้นการสร้าง prostaglandin ลดลง เป็นผลให้มีฤทธิ์ลดไข้ แก้ปวด และต้านการอักเสบได้[2] จากกลไกการออกฤทธิ์เพื่อลดไข้ที่แตกต่างกันของยา Paracetamol และ Ibuprofen จึงไม่จัดว่าเป็นการใช้ยาซ้ำซ้อน
จากการสืบค้นข้อมูลพบว่ามีการศึกษาเปรียบเทียบการรักษาไข้ในเด็กด้วยยา 3 รูปแบบ คือ paracetamol, ibuprofen, และ paracetamol ร่วมกับ ibuprofen ในผู้ป่วยเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน 6 ปี มีไข้ระหว่าง 37.8-41.0 C (วัดทางรักแร้) วัดผลการศึกษาด้วย ระยะเวลาที่ไม่มีไข้ หลังให้ยา 4 ชั่วโมงแรก และ เวลาที่ไม่มีไข้ใน 24 ชั่วโมง รวมทั้งอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น ผลการศึกษา พบว่า paracetamol ร่วมกับ ibuprofen ดีกว่า paracetamol อย่างเดียว โดยไข้ลดในเวลาที่น้อยกว่า 55 นาที และได้ผลดีกว่า ibuprofen อย่างเดียวแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนระยะเวลาทั้งหมดที่มีไข้ใน 24 ชั่วโมง พบว่าการได้ยาทั้ง 2 ชนิดร่วมกันสามารถลดระะยะเวลาการมีไข้ได้มากที่สุด อาการข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ท้องเสียและอาเจียน แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วพบว่าการเกิดผลข้างเคียงใรผู้ป่วยเด็กที่ได้รับยาแต่ละรูปแบบไม่มีความแตกต่างกันในการเกิดผลข้างเคียง[3] แม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาของการใช้ยาร่วมกันจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้ยาเพียงตัวใดตัวหนึ่ง แต่ในแนวทางการรักษาได้ระบุให้เลือกใช้ยา paracetamol หรือ ibuprofen ตัวใดตัวหนึ่งในการรักษาไข้ เนื่องจากการได้รับยา 2 ชนิดร่วมกันอาจทำให้ผู้ดูแลหรือผู้ป่วยเกิดความสับสนในเรื่องของขนาดยา และระยะเวลาที่จะต้องได้รับของยาแต่ละชนิด ซึ่งอาจนำไปสู่การได้รับยาเกินขนาดได้ นอกจากนี้แม้ผลการศึกษาจะพบว่าการเกิดอาการข้างเคียงไม่แตกต่างจากการใช้ยาแบบเดี่ยวแต่ก็ยังคงเป็นกังวลว่าอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาทั้ง 2 ร่วมกันซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายมากกว่าผลข้างเคียงจากการเลือกใช้ยาเพียงชนิดเดียว[4]
ทางด้านการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการลดไข้ของยา Acetaminophen 975 mg/tab , Ibuprofen 800 mg/tab และ Acetaminophen (975 mg) + Ibuprofen (800 mg) ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากได้รับความเสียหายในสมอง โดยวัดผลจากอุณหภูมิร่างกายที่ลดลงภายใน 6 ชั่วโมงหลังได้รับยา ผลการศึกษาพบว่า Ibuprofen แบบเดี่ยว และการใช้ Acetaminophen แบบเดี่ยวมีความสามารถในการลดไข้ได้ไม่แตกต่างกัน ส่วนการได้รับยา Ibuprofen ร่วมกับ Acetaminophen ลดไข้ได้ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ยาทั้ง Ibuprofen แบบยาเดี่ยวและการใช้ยา paracetamol แบบยาเดี่ยวเช่นกัน ทางด้านอาการข้างเคียงที่ผู้วิจัยได้ทำการติดตามผลภายใน 7 วัน พบว่าไม่มีผู้ป่วยรายใดที่มีผลการทำงานของตับและไตลดลง และไม่มีผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมองเนื่องจากการใช้ยาด้วย[5]
โดยสรุปหากการไดKรับยา paracetamol และ ibuprofen เพื่อลดไข้ไม่ได้จัดแนการได้รับยาซ้ำซ้อน
เนื่องจากยาทั้ง 2 ชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน มีการศึกษาถึงการใชKยาทั้ง 2 ร่วมกันเพื่อลด
ไข้ทั้งในผู้ป่วยเด็กและผูKป่วยได้ผลว่าการได้รับยา 2 ขนานร่วมกันจะสามารถลดไข้ได้เร็วกว่า และไม่
พบว่ามีอาการข้างเคียงมากกว่าการเลือกใชKยาตัวใดตัวหนึ่ง แต่ในแนวทางการรักษาโดยทั่วไปไม่แนะนำให้
ใช้ยาทั้ง 2 ร่วมกันในการลดไข้ทั่วไปในเด็กเนื่องจากอาจก่อให้เกิดความสับสนในการรับประทานยาที่อาจ
นำไปสู่การได้รับยาเกินขนาดได้ ส่วนผู้ใหญ่อาจมีการใช้เพื่อลดไข้ในผู้ป่วยบางประเภทที่มีความจำเป็นต้อง
ควบคุมอุณหภูมิร่างกายอย่างเคร่งครัด เช่น ผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บทางสมอง

เอกสารอ้างอิง
1. Regina M. Mechanism of Action of Acetaminophen: Is There a Cyclooxygenase 3?. Clinical Infectious Diseases 2000;S207.
2. Standford Health Care. THERAPEUTIC DUPLICATION. PATIENT SAFETYGRAM, 2016.
3. Hay AD, et al. Paracetamol plus ibuprofen for the treatment of fever in children (PITCH) : randomized controlled trial. BMJ 2008; 337:a1302.
4. Feret BM, Krinsky DL, Ferreri SP, Hemstreet B, et al. Handbook of Nonprescription Drugs An Interactive Approach to Self-Care. 18th ed. Washington, DC: American Pharmacists Association; 2015.
5. Mullins ME, Empey M, Jaramillo D, Sosa S, Human T, Diringer MN. A Prospective Randomized Study to Evaluate the Antipyretic Effect of the Combination of Acetaminophen and Ibuprofen in Neurological ICU Patients. Neurocrit Care 2011;15:375–378.

ระยะเวลาที่ใช้ในการสืบค้น 4 ชั่วโมง
Keywords : Antipyretics, Ibuprofen vs paracetamol, Ibuprofen paracetamol combination for fever,
Alternative medication for fever, Medical treatment of fever, Childhood fever management, antipyretic regimen

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved