โรคริดสีดวงทวารกับการรักษา

[5 มกราคม 2545 : 21:19:53]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ญาติมาปรึกษาเกี่ยวกับริดสีดวงทวาร อาการที่เป็นคือ เวลานั่งถ่ายนานขึ้น ต้องใช้มือช่วยในการที่จะทำให้เส้นเลือดดำกลับเข้าไป ซึ่งประวัติพบว่าไม่มีอาการท้องผูก ถ่ายเป็นปกติ เวลาถ่ายก็ไม่มีเลือด แต่สาเหตุที่เป็นเนื่องจากนั่งนานๆ ตอนนี้ทานยา Daflon 1*2 pc เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว และใช้ Proctosedyl เหน็บก่อนนอนทุกคืน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ถามว่าต้องรักษานานแค่ไหน และกับ ยา Essaven ตัวไหนจะรักษาได้ดีกว่ากัน
จาก ดารณี daunteng@hotmail.com
เภสัชกร โรงพยาบาล
โรงพยาบาลสังวิเศษ ตรัง
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การประเมินประสิทธิผลของการใช้ยา
IP [ 203.147.xxx.xxx ]

[26 ม.ค. 53 : 14:23:03] นศภ.กัลยาภรณ์ รัตนไพจิต /รศ.ดร. โพยม วงศ์ภูวรักษ์ pretty348@hotmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
จากข้อมูลที่ได้ให้มาคือ ผู้ป่วยต้องใช้มือช่วยในการดันเส้นเลือดดำกลับเข้าไป ถ่ายไม่มีเลือด ดังนั้นผู้ป่วยรายนี้มีความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับ 3 และขณะนี้ผู้ป่วยทานยา
Daflon? 1x2 pc เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วรวมทั้งใช้ Proctosedyl? เหน็บก่อนนอนทุกคืนแต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงแนะนำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อนเปลี่ยนแนวทางการรักษา
ผู้ป่วยรายนี้เป็นริดสีดวงภายในที่มีความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับ 3 ซึ่งมีวิธีการรักษาได้หลายวิธี (2-4) เช่น Sclerotherapy, rubber band ligation , bipolar fiathermy,
direct-current electrotherapy, การผ่าตัด (แบบเดิม )หรือการผ่าตัดด้วยเครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ (stapled hemorrhoidectomy) แต่การผ่าตัดอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือ
เกิดอาการแทรกซ้อนได้มากกว่า(2) ซึ่งสำหรับวิธีการรักษาที่แนะนำคือการใช้ยางรัด (rubber band ligation) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้กันและมีการศึกษาถึงประสิทธิภาพของวิธีนี้(2-4,16) เช่น
Wrobleski และคณะ(6) รายงานว่า 80% ของผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นและ 69% ไม่มีอาการของโรคหลังจากติดตามเป็นระยะเวลา 5 ปี, Steinberg และคณะ(7) รายงานว่า 89% ของผู้ป่วยอาการดีขึ้น
แต่เมื่อติดตามเป็นระยะเวลา 5 ปีพบว่ามีเพียง 44% ของผุ้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรค และ 68% ของผู้ป่วยมีการกลับเป็นซ้ำที่ 4 หรือ 5 ปีหลังจากการติดตามแต่อาการจะตอบสนองเมื่อใช้
การรักษาด้วยวิธีนี้ซ้ำ สำหรับอาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย เช่น อาการปวด2 (5%–60%) ซึ่งสามารถใช้ยาบรรเทาปวดได้ ส่วนอาการแทรกซ้อนอื่นๆ2 (<5%) เช่น หนอง ปัสสาวะคั่ง
เลือกออกจากบริเวณแผล, band slippage prolapse ,thrombosis
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยา
•Proctosedyl ?[supp]8,9ประกอบด้วย Hydrocortisone 5 mg, cinchocaine HCl 5 mg, framycetin sulfate 10 mg, aesculin 10 mg ใช้เหน็บทวารหนักในตอนเช้า
ก่อนนอน และหลังจากถ่ายอุจจาระ จากข้อมูลในเอกสารกำกับยาแนะนำให้ใช้ในระยะสั้น(ไม่เกิน 7 วัน) เพื่อบรรเทาอาการปวด อักเสบ ระคายเคือง คันเนื่องจากริดสีดวงทวารหนัก
มีข้อห้ามใช้ในเด็กและหญิงตั้งครรภ์
•Daflon ? 500 mg [film-coated tab] 8,9 : Micronized purified flavonoid fraction 500 mg ซึ่งประกอบด้วย diosmin 450 mg (เป็นสารในกลุ่ม flavonoid)
และ hesperidin 50 mg(เป็นสารในกลุ่ม bioflavonoid) ข้อบ่งใช้และการบริหารยา : การรักษา Acute hemorrhoidal attacks รับประทานยา 6 เม็ด/วัน เป็นเวลา 4 วัน,
แล้วตามด้วย 4 เม็ด/วันเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นรับประทานวันละ 2 เม็ด, การรักษา Chronic hemorrhoids รับประทานยา 2 เม็ด/วัน สามารถใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์
ระมัดระวังการใช้ในหญิงให้นมบุตร
•Essaven ? [cap] 8 ประกอบด้วย Aescin conc 90 mg, rutin 20 mg, EPL substance 75 mg (เป็นสารในกลุ่ม Bioflavonoids ) ข้อบ่งใช้และการบริหารยา
รักษาโรคริดสีดวงทวาร 2x3 pc เป็นระยะเวลา 14 วัน หลังจากนั้น 1x3 pc

ยาแต่ละตัวมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคริดสีดวงทวาร และจากการค้นหาข้อมูลไม่พบการศึกษาเปรียบเทียบถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยระหว่างยา
แต่จะมีเป็นการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาในการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เพิ่มเติม
โรคริดสีดวงทวารหนัก
ทวารหนักเป็นส่วนที่ติดต่อมาจากลำไส้ใหญ่ และมาเปิดออกนอกร่างกาย มีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยเส้นรอบวงที่เรียกว่า Dentate Line 1 ริดสีดวงทวารหนักมี 2 ชนิดดังนี้ 1,2
1. ริดสีดวงภายใน คือ ริดสีดวงที่อยู่เหนือ dentate line ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีเส้นใยประสาท
2. ริดสีดวงภายนอก คือ ริดสีดวงที่อยู่ใต้ dentate line ซึ่งบริเวณนี้มีเส้นใยประสาท งสามารถมองเห็นหรือคลำพบหัวริดสีดวงทวาร(ก้อนสีน้ำเงินเนื่องจากการเกิด thrombus)ได้จากภายนอกซึ่งจะอยู่บริเวณรอบๆ รูทวาร
สาเหตุของการเกิดโรค1,2 เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อย รับประทานน้ำน้อย ใช้เวลาในการนั่งถ่ายนาน ท้องผูกหรือท้องเสียเป็นประจำ หญิงตั้งครรภ์ นั่งหรือยืนนานๆ
อาการของริดสีดวงทวารหนัก1,2 ได้แก่ เลือดแดงสดออกมาตามมากับอุจจาระ, ทวารหนักเปียกแฉะโดยรอบ ๆ และคัน, ก้อนยื่นออกมาจากทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระ, คลำได้ก้อนที่บริเวณทวารหนัก, เจ็บปวดรอบทวาร (ปกติโรคนี้มมักจะไม่เจ็บ แต่จะเจ็บเมื่อเกิดก้อน thrombus)
การจัดระดับของโรคริดสีดวงทวารหนัก1,2
ระดับที่ 1 ริดสีดวงภายใน ซึ่งหัวริดสีดวงยังอยู่ภายในทวารหนัก มีอาการเลือดออก
ระดับที่ 2 ริดสีดวงภายในซึ่งหัวริดสีดวงย้อยออกมานอกทวารหนักเวลาเบ่งและกลับเข้าได้เองเมื่อหยุดเบ่ง โดยจะมีอาการเลือดออกหรือไม่ก็ได้
ระดับที่ 3 ริดสีดวงภายใน ซึ่งหัวริดสีดวงย้อยออกมาเวลาเบ่งและต้องดันกลับจึงจะเข้า
ระดับที่ 4 ริดสีดวงภายใน หัวริดสีดวงโตมากและย้อยออกมาอยู่นอกทวารหนักตลอดเวลาดันไม่เข้า,
การจัดระดับความรุนแรงของโรคริดสีดวงทวารที่ความถูกต้องมีความสำคัญในการรักษาเนื่องจากจะเลือกวิธีการรักษาตามอาการและระดับความรุนแรงของโรคสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย2 ซึ่งการรักษาโรคริดสีดวงทวารมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น
• การรักษาด้วยการใช้ยา1 จะใช้เพื่อบรรเทาอาการโดยมีหลายกลุ่ม เช่น บรรเทาปวดเฉพาะที่, ทำให้หลอดเลือดหดตัว, หล่อลื่น, ฝาดสมาน, เสตียรอยด์ ในกรณีผู้ป่วยที่ซื้อยามาใช้เองแนะนำให้ซื้อยาให้จำเพาะเจาะจงกับบริเวณรวมทั้งอาการที่เป็น และแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยและกากใย น้ำ ความสะอาด และลักษณะสุขนิสัยที่ดีในการถ่าย เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งถ่ายนานร่วมด้วย หลังจากนั้น 1 สัปดาห์หากอาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนการรักษา
• การรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด2-4 เช่น rubber band ligation (การใช้ยางรัด) , cryotherapy, infrared photocoagulation, bipolar fiathermy, direct-current electrotherapy
• การผ่าตัดริดสีดวงทวาร2-4 : conventional excisional surgery เป็น gold standard5, stapled hemorrhoidectomy
จากข้อมูลที่ได้ให้มาคือ ผู้ป่วยต้องใช้มือช่วยในการดันเส้นเลือดดำกลับเข้าไป ถ่ายไม่มีเลือด ดังนั้นผู้ป่วยรายนี้มีความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับ 3 และขณะนี้ผู้ป่วยทานยา Daflon? 1x2 pc เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วรวมทั้งใช้ Proctosedyl? เหน็บก่อนนอนทุกคืนแต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงแนะนำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อนเปลี่ยนแนวทางการรักษา

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยา
การศึกษาถึงประสิทธิภาพ Daflon? (diosmin 450 mg /hesperidin 50 mg) :
จากการศึกษาของ Godeberge P. และคณะ11พบว่าผู้ป่วยนอก 120 รายที่มีประวัติ acute hemorrhoids มาก่อนที่จะทำการศึกษา 2 เดือนถูกสุ่มเพื่อได้รับ
diosmin 450 mg และ hesperidin 50 mg (Daflon?) วันละ 2 ครั้งหรือยาหลอก อาการและอาการแสดงของโรคริดสีดวงทวารถูกวัดโดยบันทึกเป็นคะแนนตามความรุนแรง
ก่อนทำการศึกษาและที่ 2 เดือนหลังจากเริ่มทำการศึกษา พบว่าทั้งอาการและอาการแสดงของโรคริดสีดวงทวารลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) และไม่มีรายการ
การเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง
จากการศึกษาของ Ho YH และคณะ12ซึ่งเป็นการศึกษาแบบ randomized, placebo-controlled study, ในผู้ป่วย 228 รายหลังผ่าตัดริดสีดวงทวารซึ่งถูกสุ่ม
ได้รับ diosmin/hesperidin 500 mg (Daflon?) 2 เม็ด วันละ 3 ครั้งใน 3 วันแรก หลังจากนั้นให้รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 4 วัน หรือได้รับยาหลอก
พบว่า diosmin ลดอุบัติการณ์การเกิด secondary hemorrhage หลังจากทำ elective hemorrhoidectomy และไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์
จากการศึกษาของ Thanapongsathorn และคณะ13 เป็นการศึกษาแบบ double-blind, placebo-controlled study พบว่าในผู้ป่วยที่มีอาการแบบเฉียบพลัน
diosmin มีประสิทธิภาพมากกว่ายาหลอกในทำให้อาการแสดงดีขึ้นเมื่อเพิ่มร่วมเข้ากับการได้รับ bulk laxatives เพื่อรักษา first-และ second-degree internal hemorrhoids.
และไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์
จากการศึกษาของ Cospite M และคณะ14 เป็นการศึกษาแบบ randomized, double-blind เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพทางคลินิกและความปลอดภัยของ
Daflon? เทียบกับยาหลอกในผู้ป่วย acute hemorrhoid 100 ราย พบว่ากลุ่มที่ได้รับ diosmin 450 milligrams (mg)/hesperidin 50 mg (Daflon?) มีประสิทธิภาพ
ดีกว่าในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) และไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์

การศึกษาถึงประสิทธิภาพของ Essaven? ในรูปแบบ capsule : ไม่มี
จึงนำเสนอการศึกษาถึงประสิทธิภาพของ Aescin ซึ่งเป็นสารสำคัญใน Essaven? จากบทความของ CESARE R 15 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ aescin ได้กล่าวถึง
การศึกษาอของ Pirard J และคณะ แบบ double blind placebo-controlled เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ aescin ในผู้ป่วย acute haemorrhoids
ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับ aescin film-coated tablets 40 mg วันละ 3 ครั้งจำนวน 38 ราย และกลุ่มที่ได้รัยาหลอก 34 ราย เป็นเวลา 2 เดือน พบว่าผู้ป่วย 31 ราย (81.6%) และ
11 ราย(32.4%)ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก รายงานว่ามีอาการดีขึ้น เมื่อการตรวจโดยการส่องกล้องพบว่าการเกิดเลือดออกในกลุ่มที่ได้รับ aescin ดีขึ้น 29 ราย (94.8%) และ
13 ราย(61.8%)ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก สำหรับอาการบวมดีขึ้นในกลุ่มที่ได้รับ aescin 29 ราย (86.9%) และ12 รายในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (38.3%) อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติ (P < 0:01). ซึ่งผู้ป่วยอาการดีขึ้นเฉลี่ยหลังจาก 6 วันในกลุ่มที่ได้รับ aescin สำหรับการส่องกล้องพบว่าผู้ป่วยดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์
Daflon? และ Essaven? มีสารสำคัญในกลุ่ม flavonoid ดังนั้นจึงแสดงการศึกษาแบบ meta-analysis10 ของ Alonso-Coello P และคณะในปี 2006
ถึงประสิทธิภาพของสารในกลุ่ม flavonoids (เช่น diosmin,hidrosmin, hesperidin and rutosides) ในการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก พบว่าสารในกลุ่มflavonoids
ลดความเสี่ยงที่จะยังคงมีอาการ 58% (relative risk (RR) 0.42, 95 % CI 0.28 – 0.61),ลดความเสี่ยงของการเกิดเลือดออก 67% (RR 0.33, 95 % CI 0.19 – 0.57),
ลดความเสี่ยงของการเกิดความเจ็บปวด 65% (RR 0.35, 95% CI 0.18 – 0.69), ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการคัน 35% (RR 0.65, 95 % 0.44 – 0.97)
และลดความเสี่ยงในการเกิดกลับเป็นซ้ำ 47% (RR 0.53, 95% CI 0.41 – 0.69)

การศึกษาถึงประสิทธิภาพของ Proctosedyl ?[supp] : ไม่มี
เอกสารอ้างอิง
1. Juliana C, Rosemary RB.Anorectal disorder. In: Rosemary RB , Nicholas GP, Leslie AS, Karen JT, Gail DN, editors. Handbook of Nonprescription Drugs: An Interactive Approach to Self-Care.14 ed. New York: APhA Publications:2004.p.433-455
2. Madoff RD, Fleshman JW; Clinical Practice Committee, American Gastroenterological Association. American Gastroenterological Association technical review on the diagnosis and treatment of hemorrhoids. Gastroenterology. 2004 May;126(5):1463-73. Review.
3. Cataldo P, Ellis CN, Gregorcyk S, Hyman N, Buie WD, Church J, Cohen J, Fleshner P, Kilkenny J 3rd, Ko C, Levien D, Nelson R, Newstead G, Orsay C, Perry WB, Rakinic J, Shellito P, Strong S, Ternent C, Tjandra J, Whiteford M; Standards Practice Task Force, The American Society of Colon and Rectal Surgeons, USA. Practice parameters for the management of hemorrhoids (revised). Dis Colon Rectum. 2005 Feb;48(2):189-94.
4. Altomare DF, Roveran A, Pecorella G, Gaj F, Stortini E. The treatment of hemorrhoids: guidelines of the Italian Society of Colorectal Surgery. Tech Coloproctol. 2006 Oct;10(3):181-6. Epub 2006 Sep 20.
5. Jayaraman S, Colquhoun PH, Malthaner R. Stapled versus conventional surgery for hemorrhoids. Cochrane Database Syst Rev. 2006 Oct 18;(4):CD005393. Review
6. Wrobleski DE, Corman ML, Veidenheimer MC, Coller JA. Longterm evaluation of rubber ring ligation in hemorrhoidal disease.Dis Colon Rectum 1980;23:478–482.[Abstract]
7. Steinberg DM, Liegois H, Alexander-Williams J. Long term review of the results of rubber band ligation of haemorrhoids. Br J Surg 1975;62:144–146.[Abstract]
8. CMPMedica: MIMSthailand.DrugInfo. Available from: URL: http://www.mims.com. Accessed January 18, 2010
9. Thomson Healthcare, Inc. DrugInfo. Aailable from: URL: http://www.thomsonhc.com. Accessed January 18, 2010
10. Alonso-Coello P, Zhou Q, Martinez-Zapata MJ, Mills E, Heels-Ansdell D, Johanson JF, Guyatt G. Meta-analysis of flavonoids for the treatment of haemorrhoids. Br J Surg. 2006 Aug;93(8):909-20. Review.
11. Godeberge P. Daflon 500 mg in the treatment of hemorrhoidal disease: a demonstrated efficacy in comparison with placebo. Angiology. 1994 Jun;45(6 Pt 2):574-8.[Abstract]
12. Ho YH, Foo CL, Seow-Choen F, Goh HS. Prospective randomized controlled trial of a micronized flavonidic fraction to reduce bleeding after haemorrhoidectomy.Br J Surg. 1995 Aug;82(8):1034-5. [Abstract]
13. Thanapongsathorn W, Vajrabukka T. Clinical trial of oral diosmin (Daflon) in the treatment of hemorrhoids. Dis Colon Rectum. 1992 Nov;35(11):1085-8. [Abstract]
14. Cospite M. Double-blind, placebo-controlled evaluation of clinical activity and safety of Daflon 500 mg in the treatment of acute hemorrhoids. Angiology.1994 Jun;45(6 Pt 2):566-73. [Abstract]
15. Sirtori CR. Aescin: pharmacology, pharmacokinetics and therapeutic profile.Pharmacol Res. 2001 Sep;44(3):183-93. Review.
16. Acheson AG, Scholefield JH. Management of haemorrhoids. BMJ. 2008 Feb 16;336(7640):380-3. Review.

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 1ชั่วโมง
Keywords : hemorrhoid, treatment, daflon, protocedyl, essaven

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved