ยาสูดพ่นในสตรีมีครรภ์

[7 มกราคม 2545 : 17:08:26]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
มียาสูดพ่นชนิดใดบ้างที่สามารถใข้ในสตรีมีครรภ์ (ทั้งยาในกลุ่ม (steroid และ beta และ alpha) และมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง และสามารถใช้ยา theodur ใน case นี้ได้หรือไม่ -
ข้อมูลผู้ป่วย :
เพศ หญิง อายุ - น้ำหนัก - kg สูง - cm
ผู้ป่วยเป็นโรคหอบหืดและตั้งครรภ์ 1 เดือน ผู้ป่วยได้รับยา theodur จากคลินิกมาก่อนแล้วก่อนที่จะทราบว่าตั้งครรภ์
ขอรับข้อมูลโดย : Askrx.net
จาก x -...
เภสัชกร โรงพยาบาล
- เชียงใหม่
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน
IP [ 202.28.2xxx.xxx ]

[28 ก.พ. 45 : 11:56:32] อ.ภ.ญ ขวัญตา ณ.ถลาง,ภ.ก เกียรติศักดิ์ ณัฐธนพงศ์ nkiatisak@hotmail.com IP [ 172.29.2xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การใช้ยาในผู้ป่วยหอบหืด(asthma) ระหว่างการตั้งครรภ์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลักโดยจะต้องมีการพิจารณาถึงยาที่ใช้ว่ามีผลต่อมารดาและทารกในครรภ์หรือไม่ อย่างไร และผลของสภาวะโรคหอบหืด ต่อมารดาและทารกในครรภ์ ในผู้ป่วยหอบหืดถ้ามีการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะถ้ามีอาการของโรครุนแรง หรือควบคุมโรคไม่ได้ อาจมีผลเพิ่มภาวะเสี่ยงของ โรคแทรกซ้อนขณะคลอด( perinatal complication) เช่น เพิ่มอัตราการตายขณะคลอด (perinatal mortality) , คลอดก่อนกำหนด (preterm births) และ น้ำหนักแรกคลอดของทารกต่ำ(low birth weight infant) ได้ ดังนั้นการใช้ยาเพื่อคุมอาการหอบหืดในมารดาที่ตั้งครรภ์จึงอาจเป็นสิ่งจำเป็น โดยจะต้องชั่งระหว่างความเสี่ยง (risk) จากการใช้ยาและความเสี่ยงจากโรค ต่อทารกในครรภ์ ถ้าไม่ได้รับการรักษา
สำหรับยาสูดพ่น (inhaler) ที่นำมาใช้ในการรักษาโรคหอบหืด จะประกอบด้วยยา 2 กลุ่มหลักๆ คือ
1. ยาที่มีฤทธิ์ขยายหลอดลม (Bronchodilators) หรือยากลุ่ม beta2- agonists ถ้าแบ่งตามระยะเวลาในการออกฤทธิ์จะสามารถแบ่ง
ออกได้เป็น
1.1 ยาที่มีระยะเวลาในการออกฤทธิ์สั้น (short acting) ได้แก่ salbutamol ,terbutaline , pirbuterol , metaproterenol
1.2 ยาที่มีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ปานกลาง (intermediate acting) ได้แก่ bitolterol mesylate
1.3 ยาที่มีระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน (long acting) ได้แก่ salmeterol
2 ยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของหลอดลม (anti-inflammatory) ประกอบด้วย
2.1 Inhaled corticosteroids ได้แก่
beclomethasone dipropionate
triamcinolone acetonide
fluticasone propionate
flunisolide
budesonide
2.2 Nonsteroidal antiinflammatory ได้แก่
cromolyn sodium
nedocromil sodium

การเลือกใช้ยาสูดพ่นรักษาหอบหืดในระหว่างตั้งครรภ์
1.ยาที่มีฤทธิ์ในการขยายหลอดลม (beta2- agonists)
Inhaled beta2- agonists นั้นส่วนใหญ่ NAEP(National Asthma Education Program) Working Group on Asthma and Pregnancy แนะนำให้ใช้ได้ (1,3)โดยเฉพาะยาในกลุ่ม short acting เพราะจากการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นหอบหืดจำนวน 259 ราย พบว่า ไม่เพิ่ม การเกิดความพิการที่เป็นมาแต่กำเนิด(congenital malformation) หรือ ภาวะแทรกซ้อนขณะคลอดอื่นๆ(other perinatal complication) นอกจากนี้จากการศึกษาของ Rayburn และ คณะ(5) ถึงผลของการใช้ salbutamol แบบสูดพ่น ต่อผลทางหัวใจ (cardiovascular effects) พบว่า ความดันของแม่ (maternal blood pressures) ,อัตราการเต้นของหัวใจของแม่ และ ทารกในครรภ์ (fetal)ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับยาในกลุ่ม Intermediate และ long acting (bitolterol mesylate และ salmeterol) นั้นการศึกษาถึงการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ยังมีอยู่น้อย
สำหรับข้อควรระวังหรืออาการไม่พึงประสงค์ในการใช้ยากลุ่ม beta2- agonists ระหว่างการตั้งครรภ์ คือ การเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราว (transient maternal hyperglycemia) ที่ทำให้เพิ่มการหลั่ง insulin ตามมา ซึ่งอาจทำให้ทารกแรกคลอด(neonatal) เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) ได้ นอกจากนี้พบว่าการใช้ salbutamol ในขนาดสูง (high dose) อาจทำให้ทารกในครรภ์มีหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ(fatal arrhythemia )ได้
2. ยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของหลอดลม (anti-inflammatory)
Inhaled corticosteroids
ยาที่กลุ่ม NAEP แนะนำให้ใช้ในระหว่างตั้งครรภ์คือ beclomethasone dipropionate (1,2,4)เนื่องจากมีผลการศึกษาทางคลินิกในหญิงตั้งครรภ์มากกว่า corticosteroid ตัวอื่น และการใช้ควรใช้ร่วมกับ spacer เนื่องจากจะช่วยให้ ยาเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้มาก , ลดปริมาณยาที่ตกค้างในช่องปาก(oral deposition) ได้
สำหรับ triamcinolone acetonide ถึงแม้จะมีการศึกษาพบว่า การให้แบบสูดพ่น (metered dose inhalers) ยาจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้น้อย อย่างไรก็ดี ข้อมูลทางด้านความปลอดภัย (safety) และ ประสิทธิผล (efficacy) เมื่อใช้ในระหว่างตั้งครรภ์ยังมีอยู่จำกัด
สำหรับ fluticasone propionate และ flunisolide ซึ่งเป็น potent anti-inflammatory corticosteroids
นั้นยังไม่มีข้อมูลการศึกษาถึงการใช้ในหญิงมีครรภ์
nonsteroidal antiinflammatory
ทั้ง cromolyn sodium และ nedocromil sodium เป็นยาที่ยอมรับให้ใช้ในหญิงมีครรภ์ได้ เนื่องจากยังไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง โดยเฉพาะ cromolyn sodium นั้นเป็นยาที่มีการใช้กันมากว่า 25 ปี ยังไม่พบว่ามีรายงานที่ทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ (congenital defects) อย่างไรก็ตามทั้ง
cromolyn sodium และ nedocromil sodium เป็นยาที่มีประสิทธิภาพด้อยกว่า inhaled steroid ในการต้านการอักเสบของหลอดลม
สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่มีการใช้ยาสเตียรอยด์แบบสูดพ่น คือ การกดการทำงานของต่อมหมวกไต(adrenal suppression) , น้ำหนักเพิ่ม(weight gain) , รบกวนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์(impaired fetal growth) , ความดันโลหิตสูง(hypertension) ,เบาหวาน(diabetes) ,ต้อกระจก(cataracts) และ กระดูกพรุน(osteoporosis) และจากการศึกษาในเด็กพบว่า การใช้ยาสเตียรอยด์แบบสูดพ่น มีผลรบกวนการเจริญเติบโตของเด็กได้
โดยสรุปยาสูดพ่นที่เป็น first line therapy สำหรับในผู้ที่ตั้งครรภ์ ได้แก่ ยากลุ่ม beta2- agonists ที่มีระยะเวลาในการออกฤทธิ์สั้น (short acting) และ inhaled steroid คือ beclomethasone dipropionate เนื่องจากยาดังกล่าวมีการศึกษาถึงการใช้ในหญิงตั้งครรภ์มากกว่าตัวอื่น สำหรับ cromolyn sodium และ nedocromil sodium นั้นสามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ได้แต่เนื่องจากประสิทธิภาพด้อยกว่า inhaled steroid ในการต้านการอักเสบของหลอดลมจึงไม่แนะนำให้ใช้
้เป็น first line therapy
สำหรับความปลอดภัยของการใช้ theophylline ในขณะตั้งครรภ์ นั้นพบว่า Theophylline เป็นยาที่มีการสั่งใช้กันในหญิงมีครรภ์มากว่า 50 ปี พบว่าไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของ
ทารกในครรภ์ (2,3)และtheophylline เป็นยาที่ NAEP Working Group on Asthma and Pregnancy แนะนำให้ใช้เป็น second-line drug โดยใช้ร่วมกับ inhaled corticosteroids ในกรณีที่ผู้ป่วยยังควบคุมอาการหอบหืดได้ไม่ดี อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ Michigan Medicaid (1) ที่สงสัยถึงการใช้ theophyllineว่าอาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์(congenital malformation) เนื่องจากพบรายงานในผู้ป่วย 3 ราย
ข้อควรระวังหรืออาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา theophylline
Theophylline เป็นยาที่มีช่วงที่ให้ผลในการรักษาแคบ (narrow therapeutic range) โดยทั่วไปจะมีช่วงระดับยาในเลือดที่ให้ผลในการรักษาอยู่ที่ 10-15 g/ml สำหรับในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ต้องการระดับยาในเลือดประมาณ 8-12 g/ml อาการเกิดพิษจากยาจะพบได้บ่อยขึ้นถ้าระดับยาในเลือดมากกว่า 20 g/ml (toxic level) ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการสั่น( jitteriness) , คลื่นไส้(neausea) , อาเจียน(vomitting) , ใจสั่น(palpitation) ได้ แม้ระดับยาจะไม่ถึง toxic level นอกจากนี้ theophylline ยังเป็นยาที่มีปฎิกิริยาระหว่างยา (drug interaction) กับยาตัวอื่นได้มาก การใช้ยาจึงต้องมีความระมัดระวัง
สำหรับการจัดแบ่ง pregnancy categories ของยารักษาหอบหืดตาม FDA class ของอเมริกา ดังเอกสารแนบ

เอกสารอ้างอิง
1. Schatz M. Asthma treatment during pregnancy.Drug Safety 1997;16(5) :342-350.
2. Dombrowski MP. Pharmacology therapy of asthma during pregnancy.Obstet Gynecol Clin North Am.1997;24(3):559-575.
3. Sakornbut EL and Tavernier LA.Therapy of asthma during pregnancy. In Yankowitz J, Niebyl JR , (eds). Drug Therapy in Pregnancy , 3rd ed. Philadelphia; Williams & Wilkins ,2001 : 47-62.
4. Esplin MS and Clark SL. Outpatient management of asthma during pregnancy.Clin Obstet Gynecol.1998;41(3): 555-563.
5. Rayburn WF et al. Short-term effects of inhaled albuterol on maternal and fetal circulations. Am J Obstet Gynecol.1994;171(3): 770-773.


ระยะเวลาในการสืบค้น : 5ชั่วโมง
Keywords : asthma and pregnancy
เอกสารประกอบความเห็น

[22 พ.ย. 54 : 15:38:20] อธิก ่ดีั๑นรเสาใแนท IP [ 202.28.8xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Budesonide เป็น first line drug ใน ICSs ต่างหากล่ะ

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved