กลอย

[6 มีนาคม 2545 : 11:21:21]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ต้องการรู้เกี่ยวกับสารพิษในกลอย อันตราย การออกฤทธิ์ การสกัดสารพิษออกมา การนำสารพิษมาใช้ประโยชน์ การวิจัยในเรื่องนี้
ข้อมูลพืช สมุนไพร :
ชื่อท้องถิ่น :กลอย ชื่อทั่วไป :กลอย ชื่อวิทยาศาสตร์ :dioscorea
ข้อมูลเพิ่มเติม :สรรพคุณ วิธีการสกัดฤทธิ์ การสลายพิษ
ขอรับข้อมูลโดย : email
จาก กรรณิการ์ ติวเฮือง kannika.tew@chaiyo.com
นักศึกษา โรงพยาบาล
- เลย
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :พิษวิทยา ของ พืช สมุนไพร
IP [ 203.146.xxx.xxx ]

[8 มี.ค. 45 : 18:24:47] ชิตชไม โอวาทฬารพร lchitcha@ratree.psu.ac.th IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
เป็นบทความที่ได้มาจากจุลสารสมุนไพร ของ ม.มหิดลค่ะ

กลอย…..พืชพิษที่รับประทานได้
ศิริพร เหลียงกอบกิจ
กลอยทอด ข้าวเหนียวหน้ากลอย กลอยแกงบวด นับเป็นขนมหวานประเภทหนึ่งที่ทำมาจากหัวกลอย หรือมีกลอยเป็นส่วนผสม แต่เดิมประชาชนทางภาคเหนือในยามที่ขาดแคลนข้าว มักจะนำกลอยมานึ่งผสมกับข้าวเหนียว หรือใช้แทนข้าวเหนียวทั้งหมด (1) ซึ่งเป็นที่ทราบกันในหมู่ผู้ประกอบอาหารจากกลอยว่ากลอยมีพิษต้องใช้กระบวนการในการล้าง หรือกำจัดพิษก่อนนำมารับประทาน แต่ในกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ทราบว่ากลอยมีพิษ
กลอย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dioscorea hispida Dennst. วงศ์ Dioscoreaceae เป็นไม้เถา เลื้อยพันไปบนต้นไม้อื่น ส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินมีขนและหนาม ใบประกอบเรียงสลับ ก้านใบประกอบยาวประมาณ 25 ซม. มีหนาม มีใบย่อย 3 ใบ ปลายแหลม โคนสอบแคบ แผ่นใบกว้าง ดอกเพศผู้ไม่มีก้าน อัดรวมแน่นบนช่อดอก มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียเรียงกันอยู่ห่างๆ บนช่อดอก ไม่มีก้านดอกเช่นกัน ผลยาวประมาณ 5 ซม มี 3 ครีบ เมล็ดมีปีกเฉพาะที่โคน หัวค่อนข้างกลม ส่วนบนและส่วนล่างแบน ไม่ฝังลึกลงในดิน ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินมักเป็นลอนตื้นๆ หัวมีขนาดต่างๆ กัน ผิวสีฟางหรือเทา เนื้อใบสีขาวถึงขาวนวล (2)
กลอยพบได้ทั่วไปในเขตป่าฝน ในเขตร้อน ตั้งแต่ประเทศอินเดียไปจนถึงเทือกเขาหิมาลัย ในหัวกลอยจะมีคาร์โบไฮเดรต ในปริมาณสูง 81.45-81.89% และมีสารพิษ คือไดออสคอรีน (Dioscorine) (3-6) ปริมาณสารพิษจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ที่เก็บ ในช่วงฤดูฝน (เดือนสิงหาคม) กลอยจะมีพิษมากที่สุด และในฤดูร้อน (เดือนเมษายน) จะมีพิษน้อยที่สุด ในช่วงฤดูร้อนกลอย จะเก็บง่าย หัวใหญ่โผล่พ้นดิน จึงไม่ต้องขุดลงไปลึกมาก เถาจะแห้งตาย ชาวบ้านจึงนิยมเก็บหัวกลอยในฤดูร้อน (7-8)



--------------------------------------------------------------------------------
สารพิษในกลอย
ไดออสคอรีน (dioscorine) ซึ่งเป็นสารพิษในกลอย เป็นอัลคาลอยด์กลุ่มโทรเปน (9-10) อาการพิษเริ่มแรกคือ ใจสั่น วิงเวียน คันคอ คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ซีด ตาพร่า ชีพจรเบาเร็ว อึดอัด เป็นลม ตัวเย็น อาจมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ ระยะต่อมากดระบบประสาทส่วนกลาง (4) จากการทดลองของวรา จันทร์ศิริศรี และคณะ (7) โดยฉีดน้ำสกัดกลอยเข้าทางเส้น เลือดดำของหนูถีบจักร พบว่ากลอยจะไปกระตุ้นในระยะแรก แล้วตามด้วยการกดระบบประสาทส่วนกลาง ผลต่อการเคลื่อนไหว (motor activity) ของหนูถีบจักรจะลดลงภายหลังฉีดน้ำสกัดกลอยในขนาดที่เริ่มทำให้เกิดพิษ แต่ถ้าฉีดในขนาดสูงมากจนสัตว์ ทดลองตาย หนูถีบจักรจะชักในระยะแรก แล้วในที่สุดจะตายเนื่องจากระบบการหายใจถูกกด เช่นเดียวกับผลการทดลองของ ขวัญฤดี เดชาติวงศ์ และคณะ (11) เมื่อให้สารสกัดหัวกลอยด้วยเอธิลแอลกอฮอล์ 95% ขนาดน้อยคือ 0.7-0.9 mg/kg และ 1.0-2.0 mg/kg ในหนูถีบจักรและหนูขาวตามลำดับ จะทำให้หนูมีอาการซึมเพียงอย่างเดียว และเมื่อให้ขนาดมากขึ้นจะทำให้หนูมีอาการ กระวนกระวาย หอบ และชัก จนถึงตายได้
ในการศึกษาของบุญยงค์ ตันติสิระ และคณะ (12) พบว่าสารสกัดจากกลอยมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางใน หนูถีบจักรอย่างรุนแรง จนทำให้ชักและตาย (ก่อนเกิดการชักจะทำให้สัตว์ทดลองเคลื่อนไหวน้อย) ขนาดของสารสกัดที่ทำให้ หนูถีบจักรตายครึ่งหนึ่งเท่ากับ 31.6 mg/kg
ผลของไดออสคอรีนต่อความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ผลการศึกษาที่ได้ยังมีความแตกต่างกัน (11,13,14)
นอกจากนี้กลอยบางชนิดยังมีผลึกแคลเซี่ยมออกซาเลต ทำให้เกิดอาการระคายเคือง และบางชนิดมีสารพิษพวกซาโปนิน ซึ่งออกฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือดได้ (6, 15)

--------------------------------------------------------------------------------
การกำจัดพิษจากกลอย
ก่อนที่จะนำกลอยมารับประทาน จำเป็นต้องกำจัดสารพิษออกให้หมด วิธีการกำจัดสารพิษจะมีความคล้ายคลึงกันในแต่ ละชุมชน ดังนี้
ชุมชนทางภาคเหนือ หากเก็บกลอยในฤดูร้อน จะลอกผิวออก ฝานเป็นแผ่นบางๆ นำไปตากจนแห้งเก็บไว้ได้นาน เป็นเดือนหรือเป็นปี ก่อนจะนำมาประกอบอาหาร ก็นำกลอยแห้งนั้นใส่ภาชนะแช่ในน้ำไหลเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน แล้วนำมานวดให้นุ่ม จากนั้นนำไปผึ่งแดดพอหมาดๆ นำกลอยไปใส่ภาชนะแช่น้ำเช่นเดิมทำซ้ำๆ กัน 2-3 ครั้ง จนกลอยนุ่มดีแล้ว จึงนำไปประกอบอาหาร แต่ถ้าเก็บกลอยในฤดูฝนจะมีพิษมาก ภายหลังจากลอกผิวและฝานเป็นชิ้นแล้ว ต้องนำไปแช่ในรางน้ำ หมักไว้ 3 คืนโดยใช้ใบชุม เห็ดเทศคลุมข้างบน และใช้ท่อนหินหรือท่อนไม้ทับไว้จนเนื้อกลอยนุ่ม จากนั้นนำมานวดให้นุ่มมากขั้น (ส่วนใหญ่ใช้วิธีเหยียบ) แล้วหมักไว้เป็นก้อนเช่นนั้น รุ่งขึ้นนำไปแช่น้ำไหลอีก 1 วัน 1 คืน แล้วนำมานวดผึ่งแดดพอหมาด นำกลับไปหมักไว้ใหม่ทำซ้ำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง ก็นำไปประกอบอาหารได้ หรือตากแห้งเก็บไว้รับประทาน (ก่อนนำไปรับประทานต้องนำมาแช่น้ำให้นุ่มแล้วจึงนำไปนึ่งให้สุก เพื่อประกอบอาหารต่อไป)
ชุมชนบริเวณจังหวัดชายทะเล นิยมนำกลอยที่หั่นบางๆ แล้วไปแช่น้ำทะเล เพื่อให้เกลือช่วยทำลายพิษแต่ต้องหมั่น เปลี่ยนน้ำ ส่วนใหญ่ใช้เวลาแช่และทับประมาณ 7 วัน นำไปตากแห้งจะเก็บไว้ได้นาน เมื่อจะนำมาประกอบอาหารก็แช่น้ำอีก 1 หรือ 2 คืน แล้วคั้นน้ำทิ้งก่อนที่จะทำการหุงต้ม (8)
บางคนนำมาแช่ในน้ำเกลือ แล้วถ่ายน้ำทิ้งหลายๆ ครั้ง หรือแช่น้ำไหล 7 วัน หรือมากกว่านี้ก่อนนำมาทำอาหาร (3)

--------------------------------------------------------------------------------
วิธีรักษาอาการพิษ (4,7)
1. ให้ Phenobarbital หรือ Diazepam เพื่อป้องกันอาการชัก แต่ต้องระวังไม่ให้ในรายที่ขนาดของกลอยที่ได้รับนั้น ทำให้เกิดพิษลด motor activity หรือกดระบบประสาทส่วนกลางแล้ว ยาเหล่านี้อาจไปเสริมฤทธิ์แทนที่จะต้านฤทธิ์ของกลอย
2. การหยุดหายใจ อาจแก้โดยใช้ neostigmine
3. รักษาตามอาการ

จุลสารข้อมูลสมุนไพร ปีที่ 15 ฉบับที่ 4 กรกฎาคม 2541
สนใจรายชื่อเอกสารอ้างอิงติดต่อได้ที่สำนักงานข้อมูลสมุนไพรฯ
อาคาร ราชรัตน์ ชั้น 3 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ติดโรงพยาบาลสงฆ์
โทรศัพท์ 6448677-91 ต่อ 4301, 4302

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Internet
ระยะเวลาในการสืบค้น : 0.3ชั่วโมง
Keywords : กลอย

[18 ก.ค. 49 : 15:42:35] ชัยเชียร petrapartners.com IP [ 202.5.90xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ต้องการทำยาไล่แมลงจากกลอยแต่ไม่รู้ว่าจะหาคนสอนได้ที่ไหน

[26 ก.ย. 49 : 11:43:43] นางสาวศิริลักษณ์ คงกล่อม prayprang_pt@hotmail.com IP [ 158.108.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
อยากทราบวิธีการ หรือขั้นตอนในการสกัดสารพิษ Dioscorien ที่พบในกลอย ใช้การวิเคราะห์วิธีใด และอยากทราบว่า พิษชนิดนี้จะพบในพืชวงศ์ Dioscoreaceae ชนิดอื่นหรือเปล่าคะ หรือพบแค่ในกลอยเท่านั้น ช่วยกรุณาตอบคำถามหน่อยนะคะ
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Internet

[14 มิ.ย. 51 : 9:54:24] จุฬาลักษณ์ มิ่งบุญ jub_jang501@hotmail.com IP [ 118.174.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 4  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
นอกจากวิธีการกำจัดพิษกลอยที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีวิธีอื่นที่สามารถกำจัดพิษได้เร็วกว่านี้อีกไหมค่ะ

[14 มิ.ย. 51 : 9:59:20] จุฬาลักษณ์ มิ่งบุญ jub_jang501@hotmail.com IP [ 118.174.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 5  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
นอกจากวิธีการกำจัดพิษกลอยที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีวิธีอื่นที่สามารถกำจัดพิษได้เร็วกว่านี้อีกไหมค่ะ

[17 มิ.ย. 51 : 10:02:32] รักษ์เกียรติ จิรันธร  Staff Team rugkeart.c@psu.ac.th IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 6  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การกำจัดพิษจากกลอยควรล้างให้หมดสารพิษดังนั้นไม่ควรเร่งรีบในกระบวนการล้างเพราะถ้าเกิดยังมีสารพิษอยู่จะเกิดอันตรายมากดังที่เคยเป็นข่าวในหนังสือพิมท์
ผมว่าเราควรใช้หลักการล้างที่ผ่านน้ำไหลชะสารพิษจะดีที่สุดและไม่เป็นอันตราย
ผมมีข้อมูลของกลอยให้ดังนี้นะครับ

ระยะเวลาในการสืบค้น : 0.2ชั่วโมง

[2 ก.ค. 51 : 14:25:03] .................. axe_danger@hotmail.com IP [ 124.121.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 7  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
อยากทราบว่าถ้าล้างพิษกลอยแล้ว อยากตรวจสอบทางเคมีว่ายังมีพิษเหลืออยู่หรือไม่จะมึขั้นตอนอย่างไรบ้าง อยากทราบขั้นตอน ช่วยตอยด้วยน่ะคับ

[7 ต.ค. 51 : 3:05:13] แอน annnowsa@hotmail.com IP [ 124.121.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 8  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ถึงคุณ axe_danger@hotmail.com และคนอื่น
ถ้าทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบสารพิษทางด้านเคมี กรุณาส่งข้อมูลให้กน่อยน้ะค้ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

[12 ธ.ค. 51 : 21:06:37] หวาน pig_hwan@hotmail.com IP [ 118.173.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 9  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
พอดีว่าหนูจะทำโครงงานเกี่ยวกับสารพิษในกลอยที่มีผลต่อปลวกนะค่ะ

แค่อยากจะทราบวิธีดำเนินการการสกัดสารพิษในหัวกลอยค่ะเพื่อไปกำจักปลวก

ใครทราบช่วยตอบหน่อยน่ะค่ะ

[23 ต.ค. 53 : 14:07:41] สาวราชภัฏ tik-369@hotmail.com IP [ 118.172.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 10  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การพัฒนากลอยให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า และมีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกลอยมีทั้งคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ แล้วจจะสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้างค่ะ

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved