tranexamic acid ในการรักษาฝ้า

[24 มิถุนายน 2545 : 15:13:46]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
กลไกการออกฤทธิ์ของ tranexamic acid ในการรักษาฝ้าใช้กลไกใด
จาก ภญ.สิริรัตน์ ภูมิรัตนประพิณ psi...
เภสัชกร โรงพยาบาล
รพ.ชัยภูมิ ชัยภูมิ
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ทราบข้อบ่งใช้ของยา
IP [ 202.183.xxx.xxx ]

[23 ก.ค. 61 : 10:47:43] นศภ.ชนันสิริ ลิ่มจิรวงศ์ / รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ climjirawong@gmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Tranexamic acid (trans-4-aminomethylcyclohexanecarboxylic acid) เป็นยาในกลุ่ม antifibrinolytic agent และเป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโนไลซีน (lysine analog)[1,2,4] ซึ่งมีข้อบ่งใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาให้ใช้รักษาภาวะประจำเดือนมากผิดปกติ (cyclic heavy menstrual bleeding) และการถอนฟันในผู้ป่วยที่เป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด (tooth extraction in patients with hemophilia)[1] ส่วนข้อบ่งใช้ในประเทศไทยใช้รักษาอาการเลือดออกที่ผิดปกติจากภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะเลือดออกผิดปกติ (abnormal bleeding & its symptoms in hemorrhagic disease) ไอและเสมหะเป็นเลือดในวัณโรคปอด (bloody sputum & hemoptysis in pulmonary TB) เลือดออกในระบบขับถ่ายและสืบพันธ์ (genital & renal bleeding) เลือดออกระหว่างการผ่าตัด (abnormal bleeding during operation) ประจำเดือนมากผิดปกติ (menorrhagia [heavy menstrual bleeding]) เป็นต้น[3] แต่ไม่พบข้อบ่งใช้ที่เป็นทางการในการรักษาฝ้า (melasma)[1,3]
ฝ้าเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม (genetic) ซึ่งยังไม่สามารถระบุยีนที่จำเพาะต่อการเกิดฝ้าได้ การได้รับแสงหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV light/radiation) เป็นปัจจัยหลักในการเกิดฝ้า เนื่องจาก UV จะกระตุ้นให้เกิด keratinocyte plasminogen activator system นำไปสู่การสร้างเมลานิน และและฮอร์โมน estrogen ทั้งจากการได้รับฮอร์โมนทดแทน (oral contraceptive pills) และการตั้งครรภ์ (pregnancy) จะทำให้ระดับ plasminogen activator ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และไปกระตุ้นกระบวนการสร้างเมลานิน[4]
ในปี 1979 Sadako มีการใช้ tranexamic acid มาใช้ในการรักษาฝ้า (melasma) เป็นครั้งแรก ซึ่งค้นพบโดยบังเอิญในขณะที่ศึกษาการใช้ยา tranexamic acid ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นลมพิษเรื้อรัง (chronic urticaria) แล้วพบว่าสามารถลดความรุนแรงของฝ้าได้ จากนั้นจึงทำการศึกษาใช้ tranexamic acid รักษาฝ้า พบว่าสามารถลดความรุนแรงของฝ้าและรอยฝ้าจางลงหลังผ่านไป 4 สัปดาห์ โดยให้ tranexamic acid รูปแบบรับประทาน 1.5 g ต่อวัน ใช้ร่วมกับวิตามิน B, C และ E[4,5] เป็นเวลา 5 เดือน ได้ผลชัดเจนในผู้ป่วย 11 จาก 12 คนที่อายุระหว่าง 30-69 ปี[4]
มีการศึกษาว่า tranexamic acid สามารถลดการมีสารสีเกิน (hyperpigmentation) ในผู้ป่วยที่เป็นฝ้าได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลกลไกการออกฤทธิ์ของยาที่ชัดเจน[6] ได้มีการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของยาในการรักษาฝ้า ในปี 1998 Maeda และคณะ[7] ศึกษาผลของ plasmin inhibitor (trans-4-aminomethylcyclohexanecarboxylic acid [trans-AMCHA]) บนเม็ดสีที่ผิวหนังหลังถูกกระตุ้นด้วยแสง UV ในหนูตะเภา เมื่อใช้สารละลาย trans-AMCHA ความเข้มข้น 2% และ 3% ในบริเวณที่ถูกกระตุ้นด้วย UV พบว่า เมลานินในผิวหนังชั้น epidermis ใน basal layer ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (P<0.05 และ P<0.01 ตามลำดับ) และเมื่อทดสอบผลของ trans-AMCHA ต่อการที่ arachidonic acid กระตุ้นการสร้างเม็ดสี (AA-induced pigmentation) พบว่าสามารถลดการกระตุ้นการสร้างเม็ดสี (AA-induced pigmentation) ได้ เมื่อทดสอบในผิวของหนูตะเภา โดยใช้สารละลาย trans-AMCHA แบบเฉพาะที่ ความเข้มข้น 2% วัดที่ 7, 14 และ 21 วัน พบว่ากลุ่มที่ใช้สารละลาย trans-AMCHA จะยับยั้งการสร้างเม็ดสี (pigmentation) แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.01) ดังนั้น trans-AMCHA สามารถลด melanocyte ได้จากการลด tyrosinase activity และลด plasmin activity โดยปกติรังสี UV สามารถกระตุ้นการสังเคราะห์ plasminogen activator และเพิ่ม plasmin activity ซึ่ง plasmin จะทำให้ phospholipids หลั่ง arachidonic acid (AA) แล้วจึงสร้าง phospholipase A2, prostaglandins E2 และ leukotrienes (LK) นำไปสู่การสร้างเมลานิน นอกจากนี้ plasmin ยังสามารถหลั่ง fibroblast growth factor (FGF) ที่เป็น potent melanocyte growth factor ได้ ดังนั้น การยับยั้ง plasmin activity โดยป้องกันการเปลี่ยน plasminogen เป็น plasmin ทำให้ลดการสร้าง melanocyte ได้[4,7]
ในปี 2007 Maeda และคณะ[6] ได้ศึกษากลไกของยา tranexamic acid ในการยับยั้งการสร้างเมลานิน โดยทดลองกับเซลล์ของมนุษย์ ในสภาพที่มีและไม่มี keratinocyte-conditioned medium พบว่าในกรณีที่ไม่มี keratinocyte-conditioned medium ยา tranexamic acid ที่ความเข้มข้น 0.5 ถึง 5 mM ไม่สามารถลด tyrosinase activity ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สำคัญในการสังเคราะห์เมลานิน แต่หากมี keratinocyte-conditioned medium จะสามารถลด tyrosinase activity ได้ แสดงให้เห็นว่า tranexamic acid ยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน โดยไม่ได้มีผลที่ melanocytes โดยตรง แต่ยับยั้ง urokinase-type plasminogen activator (uPA) ซึ่งเป็น melanocyte activators ที่อยู่ใน keratinocyte-conditioned medium การศึกษานี้พบว่ายา tranexamic acid ยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน โดยการรบกวน plasminogen/plasmin system ที่เป็นกระบวนการสร้าง melanocytes และ keratinocytes[4-6] รวมทั้งโครงสร้างของยา tranexamic acid และ tyrosinase คล้ายกัน จึงคาดว่ายา tranexamic acid จะสามารถยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase แบบแข่งขันทำให้รอยฝ้าจางลงได้[5]
ในปี 2014 Hiramoto และคณะ ได้ทำการศึกษาผลของ tranexamic acid ในการลดการกระตุ้น melanocyte จากการได้รับ UVB eye irradiation พบว่า tranexamic acid สามารถลดระดับของ prohormone convertase 2 ใน pituitary gland ที่เกี่ยวข้องกับ proopiomelanocortin จึงลด alpha-melanocyte-stimulating hormone ได้ (P<0.05) เทียบกับกลุ่มควบคุม รวมทั้ง tranexamic acid ลดการสร้าง melanocyte ได้ (P<0.05) เทียบกับกลุ่มควบคุม[5,8]
ดังนั้นยา tranexamic acid ยับยั้งการสร้างเม็ดสี (pigmentation) จากการกระตุ้นของ UV ได้จากหลายกลไก ดังนี้
1) ยา tranexamic acid จะไปยับยั้งการเปลี่ยน plasminogen เป็น plasmin มีผลทำให้ tyrosinase activity ลดลง keratinocyte ลดลง และทำให้ inflammatory mediators เช่น AA, prostaglandin E2 (PGE2) leukotriene และ fibroblast growth factor (FGF) ลดลง จึงลดการสร้างเมลานินได้
2) โครงสร้างของยา tranexamic acid และ tyrosinase คล้ายกัน จึงคาดว่ายา tranexamic acid จะสามารถลด tyrosinase activity ได้จากการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase แบบแข่งขัน
3) ลดการสร้าง prohormone covertase (PC2) โดย PC2 จะเกี่ยวข้องกับ proopiomelanocortin system (PMOC) ที่ใช้ในการสร้าง alpha-melanocyte–stimulating hormone (alpha-MSH) หลังจากนั้น alpha-MSH ที่ลดลงจึงลดการสร้าง melanocyte
เอกสารอ้างอิง
1. Lexicomp. Tranexamic acid: Drug information. In: UpToDate, Post, TW (Ed), UpToDate, Waltham, MA, 2018.
2. Brunton LL, Chabner BA, Knollmann BC, et al. Blood coagulation and anticoagulant, fibrinolytic, and antiplatelet drug. In: Weitz JI, editor. Goodman & Gilman’s The Pharmacological Basis of Therapeutics. 12th ed. China: The McGraw-Hill Company; 2011. 867-8.
3. Chia Hue Kian, Pena LAD, Tamolang SEV, Romano MB, Castro CELD, Licatan BKP, ed al. MIMS. 149th ed. Thailand: TIMS (Thailand); 2017. 61-2.
4. Tse TW, Hui E. Tranexamic acid: an important adjuvant in the treatment of melasma. J Cosmet Dermatol. 2013 Mar;12(1):57-66. doi: 10.1111/jocd.12026.
5. Bala HR, Lee S, Wong C, Pandya AG, Rodrigues M. Oral tranexamic acid for the treatment of melasma: A Review. Dermatol Surg. 2018 Jun;44(6):814-825. doi:10.1097/DSS.0000000000001518.
6. Maeda K, Tomita Y. Mechanism of the inhibitory effect of tranexamic acid on melanogenesis in cultured human melanocytes in the presence of keratinocyte-conditioned medium. J Health Sci. 2007. 53(4):389-396. [1 screen]. Available from: https://www.researchgate.net/publication/237241899_Mechanism_of_the_Inhibitory_Effect_of_Tranexamic_Acid_on_Melanogenesis_in_Cultured_Human_Melanocytes_in_the_Presence_of_Keratinocyte-conditioned_Medium [accessed Jul 18 2018].
7. Maeda K, Naganuma M. Topical trans-4-aminomethylcyclohexanecarboxylic acid prevents ultraviolet radiation-induced pigmentation. J Photochem Photobiol B.1998 Dec;47(2-3):136-41.
8. Hiramoto K, Yamate Y, Sugiyama D, Takahashi Y, Mafune E. Tranexamic acid suppresses ultraviolet B eye irradiation-induced melanocyte activation by decreasing the levels of prohormone convertase 2 and alpha-melanocyte-stimulating hormone. Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2014 Dec;30(6):302-7. doi:10.1111/phpp.12131.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: อื่น ๆ
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : tranexamic acid, mechanism of action, malasma

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved