primaquine in G-6-PD

[26 มิถุนายน 2545 : 22:46:47]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ในผู้ป่วย G-6-PD ที่ ติดเชื้อ P.vivax ควรได้รับ primaquine regimen ใหนดีครับ
ข้อมูลผู้ป่วย :
- อายุ - น้ำหนัก - kg สูง - cm

ขอรับข้อมูลโดย : Askrx.net
จาก กิติกร มามูล kit...
เภสัชกร โรงพยาบาล
รพ.คูเมือง บุรีรัมย์
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การศึกษา/ให้ความรู้แก่บุคลากรการแพทย์
IP [ 202.183.xxx.xxx ]

[4 เม.ย. 61 : 0:54:47] นศภ.อรวรรณ กูรมะกนก/ผศ.ดร.ศิริมา มหัทธนาดุลย์ orawan_3284@hotmail.com IP [ 183.89.2xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ปัจจุบันโรคมาลาเรียในมนุษย์ มีสาเหตุมาจากเชื้อโปรโตซัว 5 ชนิด (species) ได้แก่ Plasmodium falciparum, P. vivax, P. malariae, P. ovale และ P. knowlesi[1-3] โดยสัดส่วนของเชื้อมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ (P. vivax) มีแนวโน้มพบได้สูงถึงร้อยละ 56.64[2] โดยทั่วไปแนวทางการรักษาโรคมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะมีแนวทางการรักษาดังนี้

ให้ยา chloroquine เพื่อรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Treatment of blood-stage infection)[1,3] ขนาดยาทั้งหมด 25 mg(base)/kg โดยแบ่งให้ 3 วัน ดังนี้ วันที่ 1 และ 2 ใช้ยาขนาด 10 mg(base)/kg และวันที่ 3 ใช้ยาขนาด 5 mg(base)/kg ร่วมกับยา primaquine[1-3] โดยการให้ยา primaquine เพื่อรักษาภาวะติดเชื้อในตับ (liver stage) (hypnozoites) ของเชื้อ P. vivax ซึ่งเป็นการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรค[1,3] ขนาดยา primaquine พิจารณาให้ตามน้ำหนักตัวในขนาด 0.25-0.5 mg/kg/day[2,3] หรือขนาด 30 mg(base)/day[1] เป็นเวลาติดต่อกัน 14 วัน ซึ่งช่วงระยะเวลาการให้ยาดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD[1-3] การให้ยา primaquine ในผู้ป่วยที่มีประวัติภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD อาจทำให้เกิดการทำลาย hemoglobin และเยื่อหุ้ม membrane ของเม็ดเลือดแดง เป็นผลให้เกิดภาวะ hemolysis ได้[1-4]

จากรายงานกรณีศึกษาหนึ่งของ Savargaonkar D และคณะ ปี ค.ศ. 2017 ในผู้ป่วยชายอายุ 23 ปีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ และผู้ป่วยมีประวัติภาวะพร่องเอ็นไซม์ G-6-PD ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยา chloroquine (วันที่ 0 และ 1 ขนาดยาวันละ 10 mg/kg และ วันที่ 2 ขนาดยา 5 mg/kg) โดยที่ไม่ได้รับยา primaquine ผู้ป่วยมีระดับ haemoglobin 1.27 U/g ซึ่งน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 26 (ช่วงของค่าปกติคือ 4.60–13.50 U/g) ต่อมาเมื่อผู้ป่วยมีการกลับเป็นซ้ำจึงพิจารณาให้ยา primaquine ในขนาด 0.75 mg/kg สัปดาห์ละครั้ง นาน 8 สัปดาห์ ตาม WHO guidelines โดยอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด พบว่า ก่อนการให้ primaquine ผู้ป่วยมีระดับ haemoglobin เท่ากับ 13.9 g/dl (baseline) และหลังให้ยา primaquine ไปแล้ว 7 วัน ผู้ป่วยมีระดับ haemoglobin เท่ากับ 12.9 g/dl แต่ระดับ haemoglobin เริ่มปรับสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 หลังเริ่มให้ยา primaquine ไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการคลื่นไส้ ปวดท้อง ปัสสาวะสีคล้ำ หรือมีระดับ haemoglobin ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้เมื่อติดตามผู้ป่วยเป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่มีอาการทางคลินิกของโรคมาลาเรีย[4]

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีบางการศึกษารายงานว่ายา tafenoquine มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ primaquine ในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ในผู้ที่มีเอนไซม์ G-6-PD ปกติ[5] ผลการทบทวนการศึกษาของ Ebstie YA และคณะในปี ค.ศ. 2016 พบว่าการใช้ยา tafenoquine มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยา primaquine ในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ อย่างไรก็ตามการใช้ยา tafenoquine ในผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นไซม์ G-6-PD[5] มีรายงานการเกิดภาวะ hemolytic ระดับรุนแรง นอกจากนี้ผลการศึกษาของ Rueangweerayut R และคณะ ซึ่งเป็นการศึกษาแบบ open-label dose-escalation study ปี ค.ศ. 2017 ที่ทำการศึกษาผลเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะ hemolysis จากการใช้ยา tafenoquine (ขนาด 100-300 mg) ในผู้หญิงสุขภาพดีโดยเปรียบเทียบผลในผู้ที่มีภาวะเอ็นไซม์ G-6-PD ปกติกับผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นไซม์ G-6-PD และเปรียบเทียบผลกับผู้ที่มีการใช้ยา primaquine ขนาด 15 mg เป็นเวลา 14 วัน พบว่า ความเสี่ยงของการเกิดภาวะ hemolysis ขึ้นกับขนาดยา tafenoquine และการใช้ single-dose tafenoquine 300 mg มีผลทำให้เกิดภาวะ hemolysis ในระดับความรุนแรงเทียบเท่ากับการได้รับยา primaquine ขนาด 15 mg เป็นเวลา 14 วัน[6]

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการแนะนำให้ใช้ยาทางเลือกใดสำหรับผู้ป่วยโรคมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ที่มีประวัติภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ร่วมด้วย[3] มีเพียงแนวทางการปรับลดขนาดยา primaquine[1-4] ลงเป็นขนาด 0.75 mg/kg/ครั้ง[2-4] หรือขนาด 45 mg/ครั้ง[1] และรับประทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ ภายใต้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในโรงพยาบาล[1-4]

เอกสารอ้างอิง
[1] Centers for Disease Control and Prevention. Treatment of malaria (guidelines for clinicians). 2013; (8 screens). Available at: https://www.cdc.gov/malaria/diagnosis_ treatment/clinicians2. html. Accessed February,20, 2018.
[2] กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการวินิจฉัยและการดูแลรักษาโรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย พ.ศ. 2558. [40 หน้า]. สืบค้นจาก: https://drive.google.com/file/d/0B8Zl4XfjQfmFVkI4 TklqeUdOcmc/view. สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2561.
[3] World Health Organization. The treatment of malaria. 2015; (317 screens). Available at: http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/162441/1/97 89241549127_ eng.pdf?ua=1&ua=1. Accessed February,24, 2018.
[4] Savargaonkar D, Ahmed MZ, Anvikar AR, Valecha N. Safety of weekly primaquine in G6PD deficient patient with relapsing vivax malaria. J Vector Borne Dis. 2017 Jul-Sep;54(3):287-290.
[5] Ebstie YA, Abay SM, Tadesse WT, Ejigu DA. Tafenoquine and its potential in the treatment and relapse prevention of Plasmodium vivax malaria. Drug Des Devel Ther. 2016 Jul 26;10:2387-99.
[6] Rueangweerayut R, Bancone G, Harrell EJ, Beelen AP, Kongpatanakul S, Möhrle JJ, et al. Hemolytic potential of tafenoquine in female volunteers heterozygous for glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD) deficiency (G6PD mahidol variant) versus G6PD-normal volunteers. Am J Trop Med Hyg. 2017 Sep;97(3):702-711.

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference : Internet
ระยะเวลาในการสืบค้น : 4ชั่วโมง
Keywords : P.vivax, G6PD, Primaquine

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved