ยาฉีดพิษสุนัขบ้าหลังฉีดอยู่ได้นานเท่าไร

[15 กรกฎาคม 2545 : 18:37:23]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ยาฉีดพิษสุนัขบ้าหลังฉีดอยู่ได้นานกี่ปี เท่าที่ทราบจากการค้นข้อมูลถ้าฉีดครบ course ถ้าโดนกัดอีก ถ้าฉีดเข็มสุดท้ายไม่เกิน 6 เดือน ให้ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม แต่ถ้าฉีดเข็มสุดท้ายนานเกิน 6 เดือนให้กระตุ้น 2 เข็ม คำถามที่สงสัยก็คือ ถ้าฉีดเข็มสุดท้ายนานเกินกว่า 1ปี, 2 ปี,3ปี หรือนานกว่านั้นต้องฉีดกระตุ้น เพียง 2 เข็ม หรือเริ่มฉีดใหม่ ให้ครบ course อีกครั้ง
จาก ภก.สุเชษ สุขสงค์ che...
เภสัชกร โรงพยาบาล
งานเภสัชกรรม นครศรีธรรมราช
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 203.146.xxx.xxx ]

[23 เม.ย. 61 : 12:47:30] นศภ.นูรมา การาวัล/รศ. วิบุล วงศ์ภูวรักษ์  nunur2016@gmail.com IP [ 223.207.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
แนวทางการให้วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ผู้ป่วยที่เคยได้รับวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าครบคอร์สแล้ว เมื่อถูกสัมผัสกับสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าอีกครั้ง จะพิจารณาให้วัคซีนแบบกระตุ้น โดยแนวทางการให้วัคซีนแบบกระตุ้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผู้ป่วยได้รับวัคซีนเข็มสุดท้าย ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาไว้ 2 ช่วง[1,2] คือ
1. สัมผัสโรคภายใน 6 เดือน จะได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นจำนวน 1 เข็ม
2. สัมผัสโรคหลังจาก 6 เดือน (เคยฉีดมาแล้ว 1, 10 หรือ 20 ปี) จะได้รับการฉัดวัคซีนกระตุ้นจำนวน 2 เข็ม

จากการรวบรวมการศึกษา พบการศึกษาที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของวัคซีนพิษสุนัขบ้าหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับวัคซีนกระตุ้นจำนวน 2 เข็ม โดยประสิทธิภาพในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จะดูจาก immune responses และระดับของ postbooster rabies virus-neutralizing antibody (RVNA) ว่ามีระดับที่เพียงพอต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งระดับ antibody ในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าต้องมากกว่า 0.5 IU/ml ถึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า[3,4]
จากการศึกษาของ Kamoltham T และคณะ[3] ที่ศึกษาผลของวัคซีนหลังจากเคยฉีดวัคซีนไปแล้วเป็นระยะเวลา 1, 3 และ 5 ปี ศึกษาในปี 2011 ทำการศึกษาในเด็กนักเรียนสุขภาพดีอายุ 5-8 ปี และมีผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 703 คน ผู้วิจัยจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นจำนวน 2 และ 3 dose ให้แก่ผู้เข้าร่วมการศึกษา และหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมการศึกษาจะได้รับวัคซีนกระตุ้นเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขจำนวน 2 doses โดยให้วันที่ 0 และ 3 ในปีที่ 1, 3 และ 5 หลังจากได้รับวัคซีน ผลการศึกษาพบว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไป 1 ปีหลังจากผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษามีระดับ RVNA concentration ลดลงทั้งในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนจำนวน 2 และ 3 doses โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ยังคงมีระดับ RVNA concentration ที่เหนือกว่าระดับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเท่ากับ 7% และ 35% ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนป้องกันจำนวน 2 และ 3 doses ตามลำดับ และเมื่อระยะเวลาผ่านไป 3 ปี พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ยังคงมี RVNA concentration ที่เหนือกว่าระดับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เท่ากับ 8% และ 40% ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนป้องกันจำนวน 2 และ 3 doses ตามลำดับ และเมื่อระยะเวลาผ่านไป 5 ปี พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ยังคงมี RVNA concentration ที่เหนือกว่าระดับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เท่ากับ 12% และ 46% ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนป้องกันจำนวน 2 และ 3 doses ตามลำดับ ดังนั้นสรุปได้ว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไป 1, 3 และ 5 ปี หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พบว่าทั้งในกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับวัคซีนจำนวน 2 และ 3 doses มีระดับ RVNA concentration ลดลง
เมื่อดูผลหลังจากให้วัคซีนกระตุ้น 2 เข็ม(ในวันที่ 0 และ 3) พบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 2 และ 3 doses มี RVNA concentration เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยในวันที่ 7 หลังจากได้รับวัคซีนกระตุ้น ของกลุ่มที่ได้รับวัคซีนป้องกันจำนวน 3 doses พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษา มีระดับ RVNA concentration เท่ากับ 100%, 97% และ 99% ในปีหลังจากที่ได้รับวัคซีน 1, 3 และ 5 ตามลำดับ ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนป้องกันจำนวน 2 doses พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษามีระดับ RVNA concentration เท่ากับ 96%, 73% และ 91% ในปีหลังจากที่ได้รับวัคซีน 1, 3 และ 5 ตามลำดับ และในวันที่ 14 หลังจากที่ได้รับวัคซีนกระตุ้นพบว่า อาสาสมัครทุกรายมี RVNA concentration เท่ากับ 100 %[3]
นอกจากนี้จากการศึกษาของ Malerczyk C และคณะ[4] ได้ทำการศึกษาเพื่อหาผลกระตุ้นของร่างกายให้สร้าง antibodies แบบทุติยภูมิ (anamnestic response) หลังจากผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มสุดท้ายเมื่อ 14 ปีผ่านไป ทำการศึกษาในปี 1996 โดยมีอาสาสมัคร 78 คน จะได้รับวัคซีน จำนวน 3 doses ในรูปแบบ intradermal (ID) หรือ รูปแบบ intramuscular (IM) หลังจากนั้น 2 ปี (ปี 1998) อาสาสมัครจะได้รับวัคซีนกระตุ้น พบว่าอาสาสมัครมี mean titer ดังนี้ กลุ่มวัคซีนรูปแบบ IM เท่ากับ 1,106(range: 270-6,800) และวัคซีนรูปแบบ ID เท่ากับ 1,859(range: 1,100-9,500) เมื่อนำไปเทียบกับ ระดับ titer ของวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า คือต้องมี RVNA titer > 0.5 IU/ml. พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษา มี reciprocal titer เท่ากับ 1: 25 หรือมี RVNA titer สูงกว่าระดับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 25 เท่า และเมื่อผ่านไป 14 ปี มีอาสาสมัคร 15 คนได้รับวัคซีนกระตุ้นอีกครั้ง ซึ่งพบว่าอาสาสมัคร 10 คน(อาสาสมัครอีก 5 คน ไม่ได้รับการเจาะเลือดจึงไม่นำมาคิดในผลการศึกษา) มี RVNA titer ระดับเพียงพอต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และพบว่าอาสาสมัครทุกรายมี anamnestic response ในระดับสูงมาก ดังนั้นจากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อเวลาผ่านไป 14 ปี อาสาสมัครยังคงมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในระดับสูง และการให้วัคซีนกระตุ้น 1 ครั้ง ทำให้มี RVNA titer สูงขึ้นเป็น 10 เท่าเมื่อเทียบกับระดับของ RVNA titer เดิม
ดังนั้นการให้วัคซีนกระตุ้นจำนวน 2 เข็ม ในผู้ป่วยรายที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครบคอร์สแล้ว และได้รับวัคซีนป้องกันเข็มสุดท้ายนานเกินกว่า 6 เดือน พบว่าผู้ป่วยมีระดับของวัคซีนเพียงพอต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และแม้เวลาผ่านไปนานมากกว่า 1, 2, 3 หรือนานเป็น 10 ปี เมื่อผู้ป่วยได้รับวัคซีนกระตุ้นอีกครั้ง พบว่าผู้ป่วยยังคงมีระดับวัคซีนที่เพียงพอต่อการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทั้งนี้การฉีดวัคซีนกระตุ้น อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ เช่น ผู้ป่วยให้ข้อมูลประวัติการได้รับวัคซีนไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยได้รับวัคซีนกระตุ้นไม่เร็วเท่าที่ควร หรือผู้ป่วยได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าในปริมาณมาก หรือตำแหน่งที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าอยู่ใกล้ระบบประสาท ดังนั้นการให้วัคซีนกระตุ้น 2 เข็ม เป็นแนวทางปฏิบัติที่อาจจะต้องดูการพิจารณาของแพทย์ร่วมด้วย

เอกสารอ้างอิง
[1] World Health Organization, Expert Consultation on Rabies. Technical Report series 982. Geneva: World Health Organization 2013.
[2] กรมควบคุมโรค. (2559). แนวทางเวชปฏิบัติโรคพิษสุนัขบ้า และคำถามที่พบบ่อย. กรุงเทพ: โรงพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
[3] Kamoltham T, Thinyounyong W, Khawplod P, Phraisuwan P, Phongchamnaphai P,
Anders G, Malerczyk C. Immunogenicity of Simulated PCECV Postexposure Booster
Doses 1, 3, and 5 Years after 2-Dose and 3-Dose Primary Rabies Vaccination in
Schoolchildren. Adv Prev Med. 2011;2011:403201.
[4] Malerczyk C, Briggs DJ, Dreesen DW, Banzhoff A. Duration of immunity: an
anamnestic response 14 years after rabies vaccination with purified chick embryo
cell rabies vaccine. J Travel Med. 2007 Jan-Feb;14(1):63-4.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 3ชั่วโมง
Keywords : rabies vaccines, vaccines, durations of rabies vac

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 1 MB [ pdf, doc, docx, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
รศ.ดร.ภก.นิมิตร วรกุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภญ.ลือลักษณ์ ล้อมลิ้ม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ดร.ภญ.สิริมา สิตะรุโน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์


ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved