การฉีดวัคซีนบาดทะยักในคนปกติและหญิงตั้งครรภ์

[26 กุมภาพันธ์ 2547 : 15:24:33]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
การฉีดวัคซีนบาดทะยักในคนปกติมีการกำหนดวันฉีดอย่างไร แตกต่างกับหญิงตั้งครรภ์หรือไม่ อย่างไร
จาก meaw kit...
เภสัชกร โรงพยาบาล
ฝ่ายเภสัชกรรม นครสวรรค์
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 203.157.xxx.xxx ]

[22 เม.ย. 59 : 20:31:30] นศภ.ธัญวรัตน์ ณ นคร, รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ payom.w@psu.ac.th IP [ 172.24.5xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักมี 3 ชนิด
1. วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก (tetanus toxoids: TT) เพียงชนิดเดียว
2. วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก (diphtheria and tetanus toxoids combined: TD หรือ Td)
ส่วนประกอบของวัคซีน วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
2.1 วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยักสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี (TD) วัคซีนในปริมาตร 0.5 มล. ประกอบด้วย purified diphtheria toxoid ในปริมาณ 25-30 Lf purified tetanus toxoid ในปริมาณ 5-10 Lf
2.2 วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก สำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ (adult type หรือ Td) วัคซีนในปริมาตร 0.5 มล. ประกอบด้วย purified diphtheria toxoid ในปริมาณ 1-2 Lf purified tetanus toxoid ในปริมาณ 5-10 Lf [1]

3. วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (diphtheria, tetanus toxoids, and pertussis vaccine combined: DTP,Tdap)
3.1 วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ชนิดทั้งเซลล์ (whole cell) หรือ DTwP
ประกอบด้วย toxoid ของเชื้อคอตีบและบาดทะยัก และเชื้อไอกรนทั้งเซลล์ที่ทำ ให้ตาย (inactivated pertussis) ใช้สำหรับสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี

3.2 วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ชนิดไร้เซลล์ (acellular) หรือ DTaP
ประกอบด้วย toxoid ของ เชื้อคอตีบและบาดทะยักเช่นเดียวกับ DTwP แต่ส่วนของเชื้อไอกรนนั้น ทำจากส่วนประกอบเฉพาะบางส่วนของตัวเชื้อที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค
3.3 วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (acellular) สูตรเด็กโตที่อายุ 7 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ หรือ Tdap เป็นวัคซีนชนิดเดียวกับวัคซีนในข้อ 3.2 แต่ปรับลดขนาดของแอนติเจนของเชื้อคอตีบและไอกรน ให้เหมาะกับเด็กโตและผู้ใหญ่ เพราะเด็กโตและผู้ใหญ่ มีความไวต่อวัคซีนคอตีบและไอกรนมากกว่าเด็กเล็กจึงสามารถ ลดปริมาณแอนติเจนเพื่อลดผลข้างเคียงและยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี [2]

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC (Centers for Disease Control and Prevention) ปี 2016 และราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ปี 2557 ได้แนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักไว้ว่า
1.กรณีผู้ใหญ่ทั่วไป (อายุ ≥ 19 ปี)
•สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับ/รับไม่ครบ หรือไม่ทราบประวัติการให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก
ให้ฉีด Td 3 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0,1 และ 6 เดือน
•สำหรับผู้ใหญ่ที่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักครบ
ควรให้ฉีด Tdap แทน Td ในครั้งแรกเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันต่อโรคไอกรนไปในครั้งเดียวกันด้วย จากนั้นให้ฉีด Td กระตุ้นซ้ำทุก 10 ปี [2],[3] [4]
ปัจจุบันราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ปี 2557 แนะนำให้ใช้ Td แทนวัคซีนบาดทะยักชนิดเดี่ยว (TT) ในทุกกรณีเพราะจะได้มีภูมิต้านทานต่อโรคคอตีบร่วมด้วย เนื่องจากโรคคอตีบได้กลับมาระบาดใหม่ในระยะหลัง โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ [4]

•ผู้ใหญ่ที่มีบาดแผลและต้องได้รับการป้องกันโรคบาดทะยัก
ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับ/รับไม่ครบ หรือไม่ทราบประวัติการให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก
-แผลสะอาด (clean wounds) – ให้ฉีด Td 3 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0,1 และ 6 เดือน
-แผลสกปรก (contaminated wounds) – ให้ฉีด Td 3 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0,1 และ 6 เดือน และให้ร่วมกับ TIG (Human Tetanus immunoglobulin )
•ผู้ใหญ่ที่เคยรับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักครบ (tetanus toxoid ≥ 3 เข็ม)
-แผลสะอาด (clean wounds) – ให้ฉีด Td กระตุ้น 1 เข็ม ถ้าเคยฉีดเข็มสุดท้ายนานกว่า 10 ปี
-แผลสกปรก (contaminated wounds) – ให้ฉีด Td กระตุ้น 1 เข็ม ถ้าเคยฉีดเข็มสุดท้ายนานกว่า 5 ปี [2],[3],[5]

2.กรณีหญิงตั้งครรภ์
•หากไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักมาก่อน
ให้ฉีด Td 3 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0,1 และ 6 เดือน
•หากเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักมาแล้ว 1 ครั้ง
ให้ฉีด Td อีก 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน
•หากเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักมาแล้ว 2 ครั้ง
ให้ฉีด Td อีก 1 เข็มในระหว่างตั้งครรภ์ ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน
•หากเคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักมาก่อน (อย่างน้อย 3 เข็ม) และเคยฉีดเข็มสุดท้ายนานกว่า 10 ปี
ให้ฉีด Td กระตุ้นซ้ำ 1 เข็ม
•หากมีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักภายใน 10 ปี
ไม่ต้องฉีด Td เข็มกระตุ้น [2],[4]
•ปัจจุบันศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC (Centers for Disease Control and Prevention) ปี 2016 แนะนำให้ใช้ Tdap ได้ในหญิงตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ ทุกการตั้งครรภ์ โดยให้ฉีดแทนวัคซีน Td 1 เข็ม โดยไม่ต้องคำนึงถึงระยะห่างจากวัคซีน TT, Td หรือ Tdap ที่เคยได้ มาก่อนหน้านี้ [2],[3],[5]

พบการศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนองภูมิคุ้มกันของวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (Tdap) โดยฉีดระหว่างการตั้งครรภ์ในแม่เด็กและทารก ซึ่งเป็นการศึกษาในรูปแบบ randomized clinical trial ตั้งแต่ปี 2008-2012 โดยหญิงตั้งครรภ์จำนวน 48 ราย (อายุ 18 ถึง 45 ปี) ได้รับ Tdap 33 ราย หรือ placebo 15 ราย ซึ่งมีอายุครรภ์ 30-32 สัปดาห์และสตรีหลังคลอดที่ยังมีภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาจากการฉีด Tdap พบว่าไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงในหญิงตั้งครรภ์และทารก โดยภายหลังการฉีด Tdap จะเกิดอาการทางผิวหนังในบริเวณที่ฉีด มีรายงานว่าในหญิงตั้งครรภ์พบ 26 ราย (78.8% [95% CI, 61.1%-91.0%]) และในสตรีหลังคลอดพบ 12 ราย (80% [95% CI, 51.9%-95.7%]) ซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.99) ส่วน systemic symptoms มีรายงานว่าในหญิงตั้งครรภ์พบ 12 ราย (36.4% [ 95% CI, 20.4%-54.9%]) และในสตรีหลังคลอดพบ 11 ราย (73.3% [95% CI, 44.9%-92.2%]) ซึ่งแตกต่างกันทางสถิติ (P = 0.03) จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าการฉีด Tdap ในระหว่างการตั้งครรภ์ไม่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในแม่เด็กและทารก[6]
จากข้างต้นสรุปได้ว่าการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักในผู้ใหญ่ปกติและหญิงตั้งครรภ์มีความเหมือนกันทั้งจำนวนเข็มและระยะเวลาในการฉีด คือ ให้ฉีด Td 3 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0,1 และ 6 เดือน หลังจากได้รับการฉีดป้องกันบาดทะยักครบ 3 เข็ม ให้ฉีด Tdap แทน Td ในครั้งแรกเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันต่อโรคไอกรนไปในครั้งเดียวกัน จากนั้นให้ฉีด Td กระตุ้นซ้ำทุก 10 ปี และใช้ Tdap ได้ในหญิงตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ ทุกการตั้งครรภ์ โดยให้ฉีดแทนวัคซีน Td 1 เข็ม โดยไม่ต้องคำนึงถึงระยะห่างจากวัคซีน TT, Td หรือ Tdap ที่เคยได้มาก่อนหน้านี้

เอกสารอ้างอิง
[1] ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน. ใน: วีระชัย วัฒนวีรเดช, อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์, กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, บรรณาธิการ. คู่มือวัคซีน 2012-2013 และปัญหาที่พบบ่อย. กรุงเทพมหานคร : บริษัทบียอนด์เอ็นเทอร์ไพรช์จำกัด. 2555: 165-82.

[2] กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, เกษวดี ลาภพระ, จุฑารัตน์ เมฆมัลลิกา, ฐิติอร นาคบุญนำ, อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์. ตำราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2556. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2556:93-106.

[3] CDC. Recommended Adult Immunization Schedule for Adults Aged 19 Years or Older, by Vaccine and Age Group – United States, 2016. Available from http://www.cdc.gov/vaccines/schedules/hcp/imz/adult.html. Accessed on April 9, 2016.

[4] ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ. ปี 2557;[23 หน้า]. สืบค้นจาก http://adult-vaccine-recommendation-rcpt-final-version.pdf. เข้าถึงเมื่อ 9 เมษายน 2559.

[5] CDC. Tetanus. In: Epidermiology and prevention of vaccine-preventable diseases Pink book 2015. 13th ed. Available from: http://www. cdc.gov/vaccines/pubs/pinkbook/index.html. Accessed on April 9, 2016.

[6] Munoz FM, Bond NH, Maccato M, Pinell P, Hammill HA, Swamy GK, et al. Safety and immunogenicity of tetanus diphtheria and acellular pertussis (Tdap) immunization during pregnancy in mothers and infants: a randomized clinical trial. JAMA. 2014 May 7;311(17):1760-9. doi: 10.1001/jama.2014.3633.

เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Tertiary Reference : Secondary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 3ชั่วโมง
Keywords : Tetanus vaccine, Td, Tdap

Your Answer

หากท่านมีคำถาม ไม่ควรเข้าไปเขียนถามในช่องข้างล่างนี้ เพราะจะไม่มีผู้เห็นคำถามของท่าน ท่านควรตั้งเป็นกระทู้คำถามใหม่แยกออกไป
โดยไปที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th/newtopic.asp หรือ

เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved