โฟอิกแอซิด

[6 ธันวาคม 2543 : 19:39:42]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดนิดหน่อยค่ะ คือเป็น "ฮีโมโกลบินไทป์อี" หมอจึงสั่ง foic acid จำนวน 100 เม็ดให้ทาน แล้วอีกสามเดือนให้ไปตรวจความเข้าข้นของเลือดอีกที อยากทราบว่า foic acid นี้มีผลข้างเคียงหรือไม่ จำเป็นต้องทานไหม เพราะฮีโมลโกลบินไทป์อีที่เป็นอยู่ก็ไม่มีอาการอะไร
จาก น.ส.กุสุมาภรณ์ ศรีผา kus...
นักศึกษา สถานศึกษา
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สงขลา
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 192.168.xxx.xxx ]

[14 ธ.ค. 43 : 16:30:43] ภญ.กิตติมา, อ.มาลี โรจน์พิบูลย์สถิตย์  Staff Team malee@ratree.psu.ac.th IP [ 203.154.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Hemoglobin E เป็นฮีโมโกลบินผิดปกติที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศไทย โดยพบในภาคอีสานร้อยละ 32-60, กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 13-17, ภาคใต้ ร้อยละ 9-11 และภาคเหนือ ร้อยละ 8 ความผิดปกติของฮีโมโกลบินอี เกิดจากมี nucleotide mutation คือมีการเปลี่ยนแปลงรหัสของเบสใน codon ของสายเบต้าโกลบิน ตรงตำแหน่งที่ 26 บน axon 1 มีการเปลี่ยนแปลงเบสจาก G A ทำให้รหัสเบสเปลี่ยนจาก GAG เป็น AAG หรือ codon 26(G-A) ทำให้กรดอะมิโนที่ตำแหน่งนั้นเปลี่ยนจาก glutamic acid เป็น lysine ซึ่ง codon ที่ 26 นี้เป็น codon ที่อยู่ใกล้กับ codon ที่ 30 ซึ่งเป็น codon สุดท้ายของ exon 1 และเป็นจุดตัดระหว่าง exon 1 กับ intron 1 ในขบวนการสร้าง mRNA ดังนั้นการกลายพันธุ์ของ codon ที่ 26 ของฮีโมโกลบินจึงก่อให้เกิดจุดตัดแอบแฝงเกิดขึ้น ดังนั้นฮีโมโกลบินอียีนจึงมีจุดให้ตัดได้เกิดขึ้น 2 แห่ง คือตรง codon ที่ 26 และที่ 30 แต่ mRNA ที่เกิดขึ้นจะเกิดจากการตัดของ splicing enzyme ที่ codon ที่ 30 เท่านั้นที่สามารถทำงานได้ ทำให้ยีนของฮีโมโกลบินอีมีการสร้าง RNA ที่สมบูรณ์ได้น้อยลง และเป็นสาเหตุทำให้เกิดธาลัสซีเมีย นอกจากนี้ในโครงสร้างของฮีโมโกลบินอีที่มีการเปลี่ยนกรดอะมิโนจาก glutamic acid เป็น lysine นั้นทำให้เป็นฮีโมโกลบินชนิดไร้เสถียรภาพ ผู้ที่มีฮีโมโกลบินอีจะไม่แสดงอาการและไม่มีโลหิตจาง แต่จะมีอายุของเม็ดเลือดแดงสั้นลงเล็กน้อย เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กลง (microcytosis) หากมีการตรวจพบฮีโมโกลบินอีในเลือดสายสะดือของทารกแรกเกิด จะช่วยบอกได้ว่าเด็กคนนั้นอาจเป็น HbE trait, Homozygous HbE หรือ  thalassemia HbE ได้ ฮีโมโกลบินอีจะก่อให้เกิดโรคขึ้นเฉพาะเมื่อไปร่วมกับธาลัสซีเมียยีนเท่านั้น เช่น อยู่บนตำแหน่งเดียวกันบนโครโมโซมที่คู่เหมือนกันกับ  thalassemia ทำให้เป็น  thalassemia/HbE เป็นต้น และหากเป็น  thalassemia/HbE วิธีการรักษาด้วยยาโดยให้ Folic acid จะช่วยลดภาวะขาด folic acid ที่อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากมีการสร้างและการทำลายเม็ดเลือดแดงตลอดเวลาได้
Folic acid เป็นสารที่ละลายในน้ำได้ ใช้รักษาโรคโลหิตจางชนิด megaloblastic และ macrocytic anemia จากการขาด folate ขนาดยาที่ใช้คือ 5 mg วันละ 1 ครั้ง ไม่มีความจำเป็นต้องให้ folic acid เสริมในคนปกติเพื่อป้องกันการเกิดโลหิตจางนั้น แต่จำเป็นต้องให้folic acid เสริมเพื่อช่วยป้องกันการขาด folate และวิตามินในผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะที่ต้องการ folic acid สูง เช่น หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยโลหิตจางชนิด chronic hemolytic anemia ได้ Folic acid เป็นยาที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิด mutagenic มีการรายงานอาการข้างเคียงที่เกิดจาก folic acid น้อยมาก เช่น ทำให้เกิดผื่น คัน แดง ปวดท้อง เบื่ออาหาร เป็นต้น ได้มีการทดลองให้ folic acid ในหนูและกระต่าย (ขนาดยา >100 mg/kg) พบว่าทำให้เกิดการตกตะกอนของ folate crystal ในท่อไต
ในกรณีของท่านคิดว่าแพทย์ให้ folic acid เพื่อเป็นการป้องกันการขาด folate ซึ่งคงจะพิจารณาจากผลการตรวจเลือดแล้ว ซึ่งแพทย์ได้นัดตรวจเลือดอีก 3 เดือนข้างหน้าเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอีกครั้ง และคงให้การรักษาที่เฉพาะต่อโรคที่เป็นต่อไป

Reference
1. American Society of Health System Pharmacist. AHFS Drug Information 1999:p.3180-2.
2. Colin Dollery. Therapeutics Drugs 2nd ed. Churchill Livingstone. 1999 : F142-5.
3. วิชัย เหล่าสมบัติ. ธาลัสซีเมีย. โอ เอส พริ้นติ้ง เฮาส์. กรุงเทพ 2541.
4. ต่อพงศ์ สงวนเสริมศรี. วิธีตรวจรักษาและการป้องกันโรคธาลัสซีเมียชนิดร้ายแรงในเด็ก.ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ ม.ช. เชียงใหม่. 2537 : หน้า 75-77, 86.
5. อานนท์ บุญยะรัตเวช. โลหิตวิทยาเม็ดเลือดแดง. ฟันนี่พับบลิซซิ่ง. กรุงเทพ. 2535:หน้า 173-4


[18 ธ.ค. 43 : 13:03:02] ภญ.รัชฎาพร วิสัย ratwis@kku.ac.th IP [ 202.28.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
เข้าใจว่าตอนไปพบแพทย์คงมีการตรวจเลือด การให้ folic acid อาจเป็นด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง
1. เพื่อป้องกันการขาด folic acid
2. ผู้ป่วยมีภาวะซีด (pale) หรือผลตรวจเลือดอาจพบ macrocytic anemia ร่วมด้วย
ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดคงแนะนำให้รับประทานยาต่อและไปพบแพทย์ตามนัดด้วยค่ะ

[8 ม.ค. 56 : 20:55:35] น.ส.กมลชนก อัมภรัตน์ pr274712@hotmail.com IP [ 110.170.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
การที่รับประทานทั้งยาFolic acid
วิตามิน C 1000mg.
และวิตามินบีรวม
ใน1วัน จะมีผลข้างเคียงอะไรไหมคะ แล้วการรับประทานยาทั้ง 3ตัวสามารถรับประทานพร้อมกันได้เลยหรือต้องแบ่งช่วงเวลารับประทานคะ

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved