เล็บขบ

[26 เมษายน 2548 : 17:35:46]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
หนูผ่าเล็บขบมาแล้ว 3 ครั้ง แต่พอเล็บยาวขึ้นมายังไม่ทันพ้นเนื้อก็ขบอีกทุกครั้ง ร้านยาให้ยาทาที่ผสมสเตรอยด์+ยาแก้อีกเสบก็ไม่หา ซ้ำพอทายาก็กลับเจ็บแผลมากขึ้นเลยหยุดทาปล่อยให้เล็บยาวออกมาเอง พอยาวพ้นเนื้อแทนที่จะหายก็ไม่หายยังอักเสบเหมือนเดิม เลยใส่เบตาดีน แผลก็เจ็บมากขึ้นแล้วข้างที่ไม่ได้ขบก็กลับขบอักเสบบวมแดงจนเลือดออกทั้งๆที่ข้างนั้นเล็บก็พ้นเนื้อ งงจริงๆ เลยอยากถามว่าทำไมผ่า+กินยาแก้อักเสบแล้วไม่หาย ทำไมทายาลดบวมที่ผสมสเตรอยด์และเบตาดีนแล้วทำให้เจ็บแผล+ทำให้เล็บขบขึ้นมา ถ้าไปฉีดยาแก้อักเสบที่เท้าแผลมันจะดีขึ้นไหมคะ ตอนนี้แผลทั้งบวมอักเสบและเลือดออก ขอความกรุณาด้วยนะคะ ไม่รู้จะทำไงแล้ว ทำมาหมดทุกอย่างแล้วคะ
จาก ภัสสร เหล่าวณิชย์พงษ์ fukawara@hotmail.com
บุคคลทั่วไป สถานศึกษา
รร.เตรียมอุดทศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 203.151.xxx.xxx ]

[3 พ.ค. 48 : 16:24:57] รักษ์เกียรติ จิรันธร  Staff Team rugkeart.c@psu.ac.th IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ผมขอเสนอความเห็นดังนี้ครับ
เนื่องจากตอนที่ตอบจดหมายนี้คงจะพ้นช่วงแห่งการปวดระบม บวม อักเสบไปแล้วนะครับ
คุณควรใช้วิธืการป้องกันจะดีกว่า
การเกิดเล็บขบนั้นเป็นเพราะเล็บงอกข้าง ๆ ในบริเวณจมูกเล็บมากไป อาจต้องป้องกันด้วยการตัดเล็บโดยใช้กรรไกรตัดเฉพาะที่ใช้ตามร้านทำเล็บที่มีรูปทรงโค้งๆเซาะเล็บได้ดี แต่การใช้ให้ระวังด้วยเรื่องความสะอาดและควรทำเป็นประจำเพื่อไม่ให้อาการกลับเป็นซ้ำทางที่ดีก่อนจะทำการตัดเล็บคุณต้องแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นซัก10-15 นาทีเพื่อให้เล็บนุ่มและตัดได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ดี สบายเท้าก็อาจจะใช้หลักของaromatherapyโดยหยดน้ำมันหอมระเหยช่วยผ่อนคลายด้วยก็ได้เช่น...1. น้ำมันหอมระเหย-โรสแมรี่ ช่วยขจัดแบคทีเรีย-ขับเชื้อโรค ทำให้สดชื่นแจ่มใสช่วยให้มีสมาธิและมีกำลังใจ ถ้าใช้ในการนวดจะให้ความอบอุ่นกระตุ้นและปรับตัว เหมาะสำหรับผิวมัน
2. น้ำมันหอมระเหย-ลาเวนเดอร์ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับเชื้อโรคออกไป ทำให้สงบ และผ่อนคลาย ช่วยให้อารมณ์ เกิดความสมดุล ถ้าใช้ในการนวด จะช่วยให้นอนหลับสบายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ทำงานหนัก ถ้าใช้ผสมกับครีม-โลชั่นจะช่วยบำรุงผิวและลดความมันบนใบหน้า และยังช่วยสมานแผลได้อีกด้วย
3. น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ ช่วยทำให้ผิวสะอาด ช่วยให้จิตใจแจ่มใส มีสมาธิแน่วแน่ ถ้าใช้นวดจะช่วยให้รู้สบาย และสงบเหมาะกับผิวแห้งและธรรมดาช่วยให้ผิวหนังรู้สึกผ่อนคลาย
4. น้ำมันหอมระเหย-ยูคาลิปตัส ช่วยให้หายใจโล่ง ช่วยให้มีความกระจ่าง ปลอดโปร่งและมีสมาธิ มีคุณสมบัติ ในการขจัดแบคทีเรียอีกด้วย ถ้าใช้นวด จะช่วยให้สดชื่น และฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายเหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวมัน
5. น้ำมันหอมระเหย-เป๊ปเปอร์มินต์ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย ช่วยให้จิตใจแจ่มใส ปลอดโปร่ง ช่วยให้สดชื่นและมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผิวมัน ไม่ควรใช้กับผิวที่แพ้ง่าย
6. น้ำมันหอมระเหย-มะนาว (เลมอน) ช่วยให้สดชื่น แจ่มใส มีสมาธิ ถ้าใช้นวดจะทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จะช่วยให้รู้สึกร่าเริงและกระตือรือร้น
7. น้ำมันหอมระเหย-เบอร์กาม็อท ช่วยดับกลิ่นและให้ความสดชื่น และเสริมสร้างอารมณ์ให้มีทัศนะในทางบวกมากขึ้น เหมาะสำหรับผิวมัน
8. น้ำมันหอมระเหย-กระดังงา (อีแลงอีแลง) ช่วยให้มั่นใจ และจิตใจสบาย ให้ความรู้สึกคลาสสิก ให้ความอบอุ่นและอารมณ์ รัญจวน ถ้าผสมกับครีม-โลชั่นจะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท
9. น้ำมันหอมระเหย-มะลิ (จัสมิน) ช่วยให้เกิดความมั่นใจ มองโลกในแง่ดี ช่วยผ่อนคลายและเกิดอารมณ์รักใช้ได้กับทุกประเภทผิว และดีมากสำหรับผิวแห้ง
10. สารสกัดจากการบูร ใช้รักษาหนังศีรษะ
11. น้ำมันหอมระเหยจากต้นชา (Tea tree) ช่วยทำความสะอาดผิวได้
12. น้ำมันหอมระเหย-ไม้ซีดาร์ ช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย
13. น้ำมันหอมระเหย-จากส้ม ช่วยให้การเผาผลาญพลังงาน เป็นไปตามปกติ ช่วยให้สดชื่น ผ่อนคลายความตึงเครียด จากการทำงานหนักมาทั้งวัน และยังให้ความรู้สึกเย้ายวน
14. น้ำมันหอมระเหยจาก-องุ่น ช่วยให้อารมณ์แจ่มใส สดชื่น
15. น้ำมันหอมระเหย-เลมอนกราสส์ ช่วยทำความสะอาดผิวได้ดี
16. น้ำมันหอมระเหย-มินต์ ช่วยลดอาการบวมน้ำ และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ดี
17. สารสกัดจากกำมะถัน ช่วยให้การเผาผลาญพลังงาน ให้เป็นไปตามปกติ
18. น้ำมันหอมระเหย-ดอกบัว (Lotus oil) ใช้บำรุงผิว
19. น้ำมันจากผลอะโวคาโด ใช้ผสมครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกาย
20. น้ำมันจากจมูกข้าวสาลี ใช้ผสมครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกาย
(ข้อมูลจากhttp://www.elib-online.com/doctors/gen_aroma01.html)

กรณีถ้าเล็บขบจากการอักเสบติดเชื้อไม่ควรใช้ยาที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์ทานะครับ เพราะอาจทำให้การอักเสบเป็นมากขึ้นได้ ควรต้องไปหาหมอเพื่อได้รับยาแก้อักเสบที่ถูกต้องบางกรณีอาจจะต้องตัดเล็บส่วนที่ขบออกโดยแพทย์เพื่อให้อาการหายเร็วขึ้น
การป้องกันการเกิดเล็บขบ
คุณสามารถป้องกันการเกิดเล็บขบได้โดยตัดเล็บเท้าให้เป็นแนวตรง อย่าตัด ขอบข้าง ของเล็บออกจนสั้นกว่าตรงกลาง ถ้าหากตัดเล็บแล้ว ยังรู้สึกว่า ขอบยังคม ให้ตะไบ ขอบเล็บให้หายคมก็พอ

มีข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่นะครับ
1.http://www.siamhealth.net/Disease/rheumatoid/footcon/ingrow_nail.htm
2.http://www.elib-online.com/doctors/nail.html
3.http://www.thaipun.com/pharmacy/med/Med10.htm
4.http://www.gpo.or.th/news/interest/inter21.htm
5.http://www.elib-online.com/doctors/gen_foot01.html
ระยะเวลาในการสืบค้น : 45 นาทีชั่วโมง

[9 มิ.ย. 48 : 15:07:52] กุ้ง chaweb@hotmail.com IP [ 58.11.35xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ดิฉันเคยโดนขาโต๊ะเหล็กทับเท้า มองเห็นว่าตรงกลางเล็บเป็นรอยแดง นึกว่าจะห้อเลือดแต่ก็ไม่ใช่และคิดว่าเล็บจะรุดก็ไม่รุด พอนานระยะเวลาเป็นหลายเดือนเล็บก็กลายเป็นสีดำขึ้นเรื่อย ๆ เลยไปให้หมอถอดเล็บออก และหมอก็บอกว่าเนื้อใต้เล็บก็ไม่ได้ห้อเลือดเลย พอเล็บที่ขึ้นมาใหม่ก็เป็นสีดำเหมือนเดิม จะทำอย่างไรดีค่ะ..อายจัง..ไม่อยากทาเล็บบ่อย ๆ มีวิธีไหนที่จะทำให้สีเล็บกลับมาเป็นปกติ ช่วยบอกวิธีให้หน่อยหรือจะรักษาอย่างไรที่ไหนและต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้างหรือต้องปรึกษาได้ที่ไหน

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved