ใช้ยา Esperson อยากทราบว่าใช้ได้นานสุดกี่วันคะ ใช้ระยะยาวมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

[19 พฤษภาคม 2548 : 12:18:32]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ตั้งแต่เด็กประมาณ ๗-๘ ขวบจะมีอาการผิวหนังแห้งอย่างแรงและหนังลอกที่ปลายนิ้วโป้งมือ และที่นิ้วเดียวกันนี้ บริเวณปลายนิ้วส่วนที่เล็บติดกับเนื้อจะเคืองเจ็บมากๆ และมองดูที่เล็บจะดูเหมือนพื้นที่สีขาวที่งอกออกมาจากนิ้ว มันกินร่นเข้าไปในเนื้อ เป็นๆหายๆ ไปหาหมอและร้านขายยาเป็นสิบแห่ง ทุกที่จะบอกว่าเป็นเชื้อรา โดยที่ไม่เคยได้ทำเทสท์ และพ่อแม่ก็เชื่อ ใช้ยาแก้เชื้อราเป็นเวลาหลายปี ก็ไม่ดีขึ้น หลังๆนิ้วอื่นๆพาลสลับกันเป็น และไม่ได้เป็นแค่ที่ปลายเล็บ เนื้อของนิ้วด้านฝ่ามือ (ที่อยู่ตรงข้ามเล็บน่ะค่ะ โอ อธิบายยากจัง) ก็มีอาการคันอย่างรุนแรง หลังจากนั้นภายในหนึ่งชั่วโมง ผิวหนังที่นิ้วจะแตกออกจากกันเหมือนเอามีดกรีดลงไปเลย เลือดออกซิบๆ เสร็จแล้วก็จะสมานกันเอง สักพักก็เป็นใหม่อีกโดนที่บ้านหาว่าเลือกกิน ขาดอาหาร ทำให้ภูมิต่ำ นิ้วมือถึงได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่แน่นอน เพราะ ทานทุกอย่างค่ะ แค่ผอมเท่านั้นเอง พอเป็นวัยรุ่นไปทำเทสท์ก็พบว่าไม่ใช่เชื้อราอย่างแน่นอน แต่หมอก็พูดได้ไม่ชัดเจนว่าเป็นอะไรกันแน่ จนตอนหลังพบคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอายุรแพทย์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังอย่างที่เคยไปหามา คุณหมอฟันธงว่า เป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง คือผิวจะแพ้ง่ายมากๆกับสารเคมีทุกชนิด(สบู่อาบน้ำ ยาสระผม น้ำยาล้างจาน) รวมถึงสิ่งของที่มือสัมผัส (เช่นหนังสือพิมพ์และถุงมือยาง) และแพ้น้ำด้วย วันนึงห้ามล้างมือ นอกจากที่เช้าเย็นอาบน้ำแปรงฟันเท่านั้น ไม่ต้องใช้ยา พอหลีกเลี่ยงทุกอย่างตามนั้น ก็พบว่าหายจริงๆค่ะ แต่มันยากมากนะคะ ที่จะทำแบบนี้ทุกวันตลอดชีวิต ยิ่งพอต้องไปอยู่ต่างประเทศ ต้องทำความสะอาดล้างจาน ก็เป็นอีกเป็นปี คนเห็นนิ้วแล้วเค้าก็รังเกียจ นึกว่าเราเป็นโรคผิวหนัง ตอนหลังเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว เพื่อนคุณแม่คนหนึ่งที่เป็นแบบนี้เหมือนกันแนะนำให้ใช้ esperson และกินยาตัวนึงซึ่งจำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ทั้งยากินยาทาเป็นพวก steroids หมด ยังกับยาวิเศษ วันรุ่งขึ้น นิ้วที่พึ่งจะแตกเลือดไหลซิบๆเมื่อวาน เนื้อสมานกันสนิท เหมือนไม่เคยเป็นมาก่อน หนังหยุดลอก หลังจากนั้น เวลาเป็นขึ้นมาอีก ก็จะใช้แต่ยาทา ภายในห้าวันก็ดีขึ้น ก็จะหยุดใช้ทันทีค่ะ อยากทราบว่า ถ้าใช้ esperson อย่างนี้ไปเรื่อยๆเป็นเวลาหลายปี จะมีผลต่อร่างกายในระยะยาวยังไงบ้าง และถ้าอีกหน่อยจะมีลูก ต้องระวังยังไงบ้าง อยากทราบด้วยค่ะว่า มียาตัวอื่นที่ใช้แทนกันได้มั้ยที่ไม่ใช่ steroids รบกวนช่วยอธิบายให้ฟังด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
จาก P J sompri@gmail.com
บุคคลทั่วไป โรงพยาบาล
BNU กรุงเทพมหานคร
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :ทราบอาการข้างเคียงของยา
IP [ 219.237.xxx.xxx ]

[5 ก.ค. 48 : 11:25:11] นศภ.จิราวรรณ สมคง และ อาจารย์โพยม วงศ์ภูวรักษ์ peung_015@hotmail.com IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
4567
ผู้ตอบ : นศภ. จิราวรรณ สมคง รหัส 4450015
คำถาม: 1. การใช้ยา Esperson อยากทราบว่าใช้ได้นานที่สุดกี่วันคะ
2. ใช้ระยะยาวมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
3. ถ้าอีกหน่อยจะมีลูกต้องระวังยังไงบ้าง
4. มีตัวยาอื่นที่ใช้แทนกันได้มั๊ยที่ไม่ใช่สเตอรอยด์
คำตอบ : 1. ยา Esperson เป็นยาทาเฉพาะที่ที่มีตัวยาสำคัญ คือ
Desoximetasone ความแรง 0.25% และ 0.05% ในรูปแบบยาครีม, 0.25%
ในรูปแบบยาขี้ผึ้ง และ 0.05% ในรูปแบบยาเจล
desoximetasoneจัดเป็นยากลุ่มสเตอรอยด์ที่มีความแรงในระดับสูง
ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ทาบริเวณผิวหนังที่หนา เช่น บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า
วิธีใช้คือ ทายาบางๆบริเวณที่เป็น วันละ 2 ครั้ง (Micromedex, 1998)
เมื่ออาการหายแล้วควรหยุดใช้ยาทันที หรือหากจำเป็นต้องใช้ยาทาเป็นเวลานานควร
7- 10 วัน หลังจากนั้นควรเปลี่ยนไปใช้ยาทาสเตอรอยด์ที่มีระดับความแรงต่ำลง
เช่น triamcinolone 0.025%, hydrocortisone 1%, desonide 0.05% เป็นต้น (
Amerson, 1996)
2. ผลข้างเคียงเฉพาะที่จากการใช้ยาทาสเตอรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน คือผิวหนังบริเวณที่ทาจะบางลง, ผิวแตก, ผิวหนังมีสีจางลง, คัน, แสบร้อน,
เกิดจ้ำเลือด, ติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ง่ายขึ้น,
เกิดผื่นแพ้สัมผัสจากส่วนผสมของยา(Amerson,1996)แต่หากบริเวณที่ทามีบาดแผล
อาจเกิดการดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกายซึ่งอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบต่างๆ ของร่างกายได้ อาทิเช่น
เกิดการยับยั้งการสร้างและหลั่งฮอร์โมนจากต่อมไฮโปทาลามัสทำให้ไม่มีการกระตุ้นให้ต่อมพิทูอิทารี่หลั่งฮอร์โมนที่จะไปกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตสร้างและหลั่งฮอร์โมนเพื่อคอยควบคุมสมดุลของร่างกายเช่น
ฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของโซเดียมและน้ำในร่างกาย อาจส่งผลให้ต่อมหมวกไตฝ่อ ผลต่อฮอร์โมนเพศทำให้รอบเดือนผิดปกติ
หรืออาจไม่มีประจำเดือน ซึ่งอาจทำให้เป็นหมันได้, กระดูกพรุนและหักได้ง่าย,ตับอ่อนอักเสบ, ระดับน้ำตาลในเลือดสูง, ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลงติดเชื้อได้ง่าย, แผลหายช้า นอกจากนี้อาจก่อให้เกิดโรคคุชชิ่ง ซินโดรม
ซึ่งจะมีอาการหน้ากลม, ร่างกายบวมน้ำ, ผิวแตก, ขนดก, อ้วน และมีโหนกที่คอ(Sweetman, 2002)
3.องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดระดับความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์จากการใช้ยาของหญิงมีครรภ์โดยยา
desoximetasone ถูกจัดไว้ที่ระดับ C ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีรายงานข้อมูลความเสี่ยงในคนต่อการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์แต่จากการทดลองในสัตว์ทดลองพบความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์เมื่อให้ยา desoximetasone โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังของสัตว์ทดลอง (Micromedex, 1998)
ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาควรอยู่ในพิจารณาและความดูแลของแพทย์
4. หากมีอาการคันมากอาจรับประทานยาแก้แพ้แก้คัน ได้แก่ hydroxyzine 10 mg รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หรือ diphenhydramine 25 mg รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง (Wyatt et al, 2001) และทาสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังโดยอาจใช้ขี้ผึ้งที่ไม่มีตัวยาสำคัญ เช่นวาสลีน หรือขี้ผึ้งที่มีส่วนผสมของสเตียริลแอลกอฮอล์, ซิทิลแอลกอฮอล์,
ลาโนลิน เป็นต้น (Leung et al, 2003; Strober et al, 2003) นอกจากยาทาสเตอรอยด์แล้วองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับรองให้ใช้ทายารูปแบบยาขี้ผึ้งที่มีตัวยาสำคัญคือ Tacrolimus
เป็นจัดอยู่ในกลุ่มยากดภูมิคุ้มกันเพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดเนื่องจากภาวะภูมิแพ้ ที่มีความรุนแรงของโรคในระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง ความแรงที่รับรองให้ใช้ในผู้ใหญ่คือ 0.03% และ 1% ทาบาง ๆ วันละ 2 ครั้ง หลังจากอาการหายไปแล้วให้ทาต่อไปอีก 1 อาทิตย์ ยานี้จะไม่ทำให้เกิดผิวหนังบางลง แต่อาจมีผลข้างเคียง คือ เกิดผื่นแพ้ คัน,แสบร้อนบริเวณที่ทา, ปวดศีรษะ, มีไข้ ในประเทศไทยยังไม่มียาtacrolimus
ในรูปแบบยาขี้ผึ้งวางขายในท้องตลาด มีเฉพาะรูปแบบยาแคปซูล และยาฉีดซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษที่จะต้องใช้ในความดูแลของแพทย์ แต่จะมียารูปแบบยาครีมที่มีตัวยาสำคัญคือ Pimecrolimus ความแรง 1%
ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มยากดภูมิคุ้มกันเช่นกัน
มีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดเนื่องจากภาวะภูมิแพ้ ทายาบางๆ บริเวณที่เป็น วันละ 2 ครั้ง เมื่ออาการหายแล้วควรหยุดใช้ยาทันที
ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคือ ปวดศีรษะ, มีไข้, ไอ, หลอดลมอักเสบ,ติดเชื้อเริมที่ผิวหนังได้ง่าย นอกจากยา tacrolimus และ pimecrolimus แล้วยังมียากดภูมิคุ้มกันชื่อ Cyclosporine
ซึ่งมีรูปแบบยาแคปซุลและรูปแบบสารละลายสำหรับรับประทานและสำหรับฉีดแต่เนื่องจากยา Cyclosporineมีพิษต่อตับและไตสูงมากจึงจำเป็นต้องมีการติดตามผลการรักษาและความเป็นพิษที่เกิดจากยาอย่างใกล้ชิดโดยบุคลากรทางการแพทย์(Fun, 2005; Lacy, 2004; Leung et al., 2003)

เอกสารอ้างอิง
1. Amerson, L.B., 1996, ‘Allergic and drug-induced skin disease, In Skin
disease’ In Textbook of Therapeutics Drug and Disease management,
6th edn, eds.E.T. Herfindal, D.R. Gourley, Williams&Wilkins a waverty
company, Pennsylvania, pp 877-880.
2. Fun, L.w., 2005, MIMS 98th Edition Thailand, vol.32, no.1, pp 392, 416.
3. Lacy, C.F., Armstrong, L.L., Goldman, M.P.&Lance, L.L., 2004, Drug
Information Handbook International, 12th edn, Lexi-Comp Inc., USA, pp
1219-1220, 1434-1437.
4. Leung, D.Y., Eichenfield, L.F.&Boguniewicz, M., 2003, ‘Atopic
Dermatitis’In Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine volume I, 6th
edn, ed. I.M. Freedberg, McGraw-Hill companies, Inc., USA, pp 1189-1191.

5. Siskin, S.B., 1998, “Desoximetasone”, Micromedex (CCIS), [Online]
Available at:
http://cdserv.pharmacy.psu.ac.th/mdxcgi/display.exe?CTL=c:\mdx\mdxcgi\prod.sys&SET=1C4BEA9D733EA500&SYS=1&T=571&D=1
6. Strober, B.E., Washenik, K.&Shupack, J.L., 2003, ‘Principles of
Topical Therapy’ In Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine volume
I, 6th edn, ed. I.M. Freedberg, McGraw-Hill companies, Inc., USA, pp
2321-2322.
7. Sweetman, S.C., 2002, Martinedale The Complete Drug Reference, 33rd
edn, Pharmaceutical Press, USA, pp 1039-1045, 1066, 1271-1272.
8. Wyatt, E.L., Sutter, S.H.& Drake, L.A., 2001, ‘Dermatological
Pharmacology, In Dermatology’ In Goodman&Gilman’s The Pharmacological
basis of therapeutics, 10th edn, eds. J.G. Hardman, L.E. Limbird, The
McGrow-Hill companies, Inc., USA, pp 1802-1804.


เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง
1. Amerson, L.B., 1996, ‘Allergic and drug-induced skin disease, In Skin
disease’ In Textbook of Therapeutics Drug and Disease management,
6th edn, eds.E.T. Herfindal, D.R. Gourley, Williams&Wilkins a waverty
company, Pennsylvania, pp 877-880.
2. Fun, L.w., 2005, MIMS 98th Edition Thailand, vol.32, no.1, pp 392, 416.
3. Lacy, C.F., Armstrong, L.L., Goldman, M.P.&Lance, L.L., 2004, Drug
Information Handbook International, 12th edn, Lexi-Comp Inc., USA, pp
1219-1220, 1434-1437.
4. Leung, D.Y., Eichenfield, L.F.&Boguniewicz, M., 2003, ‘Atopic
Dermatitis’In Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine volume I, 6th
edn, ed. I.M. Freedberg, McGraw-Hill companies, Inc., USA, pp 1189-1191.

5. Siskin, S.B., 1998, “Desoximetasone”, Micromedex (CCIS), [Online]
Available at:
http://cdserv.pharmacy.psu.ac.th/mdxcgi/display.exe?CTL=c:\mdx\mdxcgi\prod.sys&SET=1C4BEA9D733EA500&SYS=1&T=571&D=1
6. Strober, B.E., Washenik, K.&Shupack, J.L., 2003, ‘Principles of
Topical Therapy’ In Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine volume
I, 6th edn, ed. I.M. Freedberg, McGraw-Hill companies, Inc., USA, pp
2321-2322.
7. Sweetman, S.C., 2002, Martinedale The Complete Drug Reference, 33rd
edn, Pharmaceutical Press, USA, pp 1039-1045, 1066, 1271-1272.
8. Wyatt, E.L., Sutter, S.H.& Drake, L.A., 2001, ‘Dermatological
Pharmacology, In Dermatology’ In Goodman&Gilman’s The Pharmacological
basis of therapeutics, 10th edn, eds. J.G. Hardman, L.E. Limbird, The
McGrow-Hill companies, Inc., USA, pp 1802-1804.
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Tertiary Reference
ระยะเวลาในการสืบค้น : 2วันชั่วโมง
Keywords : Desoximetasone, adverse effect, atopic derm

[22 ก.ย. 54 : 14:48:34] Atw  attwit@yahoo.com IP [ 110.171.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
รู้สึกขอบพระคุณท่านที่ตอบคำถาม-ที่อยู่บนความทุกข์ร้อนของการเจ็บป่วย, ได้อย่างหายสงสัย และมีเมตตามากครับ
ตอนนี้ tacrolimus มีนำเข้ามาแล้วครับ ผมได้มาจากโรงพยาบาลผิวหนัง แถวอโศก

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved