ถามเกี่ยวกับยา arcoxia สำหรับรูมาตอยด์ครับ

[11 มิถุนายน 2548 : 16:36:30]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ปัจจุบันป่วยเป็นโรครูมาตอยด์มา 3 ปี แล้วครับ คุณหมอจะให้ยาทานดังนี้ครับ 1. salazopyrin 500 mg 2. plaquenil 200 mg 3. calsium carbonate 4.prednisolone ครับ ทายาแล้วอาการก็ดีขึ้นบ้างครับ แต่เมื่อไม่นานเพื่อนที่เป็นเภสัช ได้แนะนำยาตัวใหม่ชื่อ arcoxia etoricoxib 90 mg เค้าบอกว่าแม่ของเพื่อนทานยานี้แล้วอาการดีขึ้นกว่าที่ทานยาที่ผมบอกก่อนหน้านี้มากครับ ผลข้างเคียงน้อยกว่า ผมอยากถามคุณหมอครับ ว่า ยาตัวใหม่นี้ดีมั้ยครับ สามารถทานทดแทนของเดิมได้มั้ยครับ ควรทานกี่เม็ดต่อวันครับ (เผ้นคนไข้ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ครับ) ขอบคุณครับ
จาก บุญทวี bs_seang@yahoo.com
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
CPF สงขลา
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 210.1.14xxx.xxx ]

[8 ก.ย. 48 : 23:10:01] - IP [ 203.156.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
องค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ออกมาเตือนว่า พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ายาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์กลุ่ม “selective COX-2 inhibitors” เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยสัมพันธ์กับ”ขนาด” และ ”ระยะเวลาการใช้ยา”

ปัจจุบันในประเทศไทยมีจำหน่าย 3 ตัว คือ

1. Celecoxib (ชื่อการค้า Celebrex) เป็นยากิน สำหรับอาการปวดเรื้อรังในโรคกระดูกขัอเสื่อม, โรคขัอรูมาตอยด์ และอาการปวดเฉียบพลันต่างๆ เช่น ปวดระดู และรักษาโรคติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่กรรมพันธุ์ (Familial Adenomatous Polyposis) มิให้พัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
2. Etoricoxib (ชื่อการค้า Arcoxia) เป็นยากิน สำหรับอาการปวดเรื้อรังในโรคกระดูกข้อเสื่อม, โรคข้อรูมาตอยด์, ปวดเอวเรื้อรัง และอาการปวดเฉียบพลัน เช่น ปวดข้อโรคเกาต์, ปวดระดู, ปวดจากการทำฟัน
3. Parecoxib (ชื่อการค้า Dynastat) เป็นยาฉีด สำหรับอาการปวดหลังผ่าตัด

อีก 2 ตัว คือ Rofecoxib (ยี่ห้อ Vioxx) และ Valdecoxib (ยี่ห้อ Bextra) หยุดการจำหน่ายทั่วโลกโดยสมัครใจไปแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) แนะนำว่า
(1) ยาในกลุ่มนี้ยังมีประโยชน์กับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ แต่ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง และ ”ควรหลีกเลี่ยง” การใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคของหลอดเลือด
(2) ”ห้ามใช้” ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี, หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร, ผู้ที่กำลังมีแผลเปื่อยหรือมีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว
(3) Celecoxib (Celebrex) ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาซัลฟา เพราะยานี้มีหมู่ซัลโฟนาไมด์คล้ายในยาซัลฟา ทำให้เกิดการแพ้ข้ามได้ ซึ่งอาจแพ้ทางผิวหนังอย่างรุนแรง
(4) ควรใช้ในขนาดที่ไม่เกินกว่าที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับยา และใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น

[8 ก.ย. 48 : 23:22:51] - IP [ 203.156.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ขอแก้ไข...จริงๆ แล้ว Bextra ถูก "แบน" โดย US FDA ไม่ได้สมัครใจออกเอง

[19 ก.ย. 48 : 14:41:25] นศภ.วจิราพร ตัณฑวณิช/รศ.ดร.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ s4450082@psu.ac.th IP [ 192.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยา etoricoxib 90 mg ต่อวันกับยา sulfasalazine (salazopyrin®;) หรือยา hydroxychloroquine (plaquenil®;) หรือ prednisolone ในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis, RA) มีเพียงการศึกษารายงานว่า Etoricoxib ขนาด 90 mg ต่อวันมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เหนือกว่ายา Naproxen ขนาด 500 mg วันละ 2 ครั้งและเหนือกว่าผู้ที่ไม่ได้รับยาใดๆเลย (placebo) Etoricoxib เป็นยาที่ขึ้นทะเบียนในไทยโดยมีข้อบ่งใช้เป็นยาต้านรูมาตอยด์ (Antirheumatics) ซึ่งแนะนำให้รับประทานในขนาด 90 mg ต่อวัน นั่นคือรับประทาน Etoricoxib ขนาด 90 mgต่อเม็ด ครั้งละ 1 เม็ดวันละ 1 ครั้ง และไม่แนะนำให้รับประทานยา Etoricoxib ทดแทนยาตัวเดิมที่ทานอยู่เพราะยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่มีผลต่อไตหรือระบบหลอดเลือดและหัวใจได้ เนื่องจากรายงานการศึกษาความปลอดภัยของการใช้ยาในระยะยาวยังมีอยู่น้อยและแพทย์จะเลือกจ่ายให้ผู้ป่วยบางรายที่มีความจำเป็นเท่านั้น ดังนั้นผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสมเพื่อให้สภาพทั่วไปของโรคดีขึ้นและทำให้ข้อยังคงทำงานต่อไปได้ สำหรับรายงานการศึกษาต่างๆสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากไฟล์ที่แนบมาด้วยข้างล่างนี้นะค่ะ
เอกสารประกอบความเห็น

[14 พ.ค. 53 : 12:08:41] สมจันทร์ ไชยวงศื sjc_c@hotmail.com IP [ 118.172.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 4  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ขออนุญาตถามหน่อยค่ะ....ดิฉันอายุ 61 ปี ตัดมดลูกตั้งแต่ปี 2534 แต่ไม่ตัดรังไข่ ปัจจุบันปวด-ปนแสบร้อน ที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เวลาปวด แสบร้อน ทาน ยาแก้ปวดเป็นบางครั้ง ต่อมามีแพทย์ประจำโรงพยาบาลอำเภอเปลี่ยนให้ทาน ไดโครฟีแนคเม็ด 250 มก. และต่อมาแพทย์มาประจำใหม่เปลี่ยนให้ทาน ซีรีเบรค โดยแนะนำว่าไม่กัดกระเพาะ และแพทย์เฉพาะทางที่เชียงใหม่ก็ให้ยา ซีรีเบรคทานเช่นกัน แต่ทานไปได้4-5 วันมีผื่นจ้ำๆขึ้นที่ แขน ลำคอ ดิฉันกลับไป โรงพยาบลอีกครั้งเจอแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรม ท่านบอกว่าดิฉันแพ้ยา ซีรีเบรค และให้หยุดทานยา แต่ปัจจุบัน โรคปวดข้อเท้าก็กลับมาอีกต้องซื้อยา ไดโครฟีแนค 250มก.มาทาน แต่ก็กลัวเป็นอันตรายต่อไต (พยาบาล)บอก จึงอยากทราบว่า หากดิฉันทาน ไดโครฟีแนคต่อไป โดยทานเฉพาะเวลาปวด แสบ มากๆ เท่านั้น ปกติไม่เกินอาทิตย์ละ 3-4 เม็ด และทานร่วมอาหารตลอดมา อยากทราบว่าอันตรายจากผลการทานยา ไดโครฟีแนค จะส่งผลต่อร่างกายยังไง กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย...ขอบพระคุณมากค่ะ

[19 ต.ค. 53 : 20:56:05] ป้อม pomdindang@hotmail.com IP [ 58.8.236xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 5  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
เป็นประจำเดือนกินยานี้ได้ไหมค่ะ

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved