การรับประทานยาคุมกำเนิดในสตรีให้นมบุตร

[20 มกราคม 2544 : 16:40:19]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
สตรีที่ให้นมบุตรจะเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดเมื่อไรดี เพื่อความปลอดภัยแก่บุตรและป้องกันการตั้งครรภ์ ได้ผล ซึ่งก่อนหน้านี้ทราบมาว่า สตรีหลังคลอดที่ให้นมบุตรเต็มที่ และประจำเดือนยังไม่มาภายหลัง 6 เดือนหลังคลอดไม่จำเป็นต้องทานยาคุมกำเนิด แต่พอมาทำงาน รพ. พบว่าแพทย์จะให้เริ่มทานยาคุมหลังจากคลอดลูก แล้ว 6 wk
จาก aot chet_jj@thaimail.com
เภสัชกร โรงพยาบาล
เภสัชกรรม N/A
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 202.183.xxx.xxx ]

[24 ม.ค. 44 : 10:38:02] จุราพร พงศ์เวชรักษ์ 3 hr pjurapor@ratree.psu.ac.th IP [ 203.154.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
โดยทั่วไป สตรีหลังคลอดที่ให้นมบุตรเต็มที่ จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ชั่วคราว ซึ่งหมายความว่า
1. ทารกจะต้องได้นมแม่อย่างน้อย 85% ของอาหารที่ทารกได้รับทั้งหมด และ
2. ยังไม่มีรอบเดือนมา และ
3. ทารกอายุไม่เกิน 6 เดือน
จึงจะมีผลป้องกันได้เต็มที่ ในความเป็นจริงสตรีบางรายอาจไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวทั้ง 3 ข้อ เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีการตั้งครรภ์อีก จึงสามารถให้ยารับประทานยาคุมกำเนิดได้แม้ว่าจะให้นมบุตรอยู่

สตรีหลังคลอดตามปกติ จะไม่มีไข่ตกใน 3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ไม่ว่าจะให้นมหรือไม่ และแม้ว่าจะให้นมบุตรเต็มที่ดังกล่าวข้างต้น ก็สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดได้ แต่จะเริ่มรับประทานได้เมื่อใดนั้น ขึ้นกับชนิดของยาคุมกำเนิดที่จะเลือกใช้
ยาคุมกำเนิดที่จะใช้ได้มีสองประเภทคือ
1. ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว มีแต่โปรเจสตินอย่างเดียว ได้แก่ ชื่อการค้า Exluton ชนิดนี้เริ่มสามารถรับประทานได้เลยหลังคลอด
2. ชนิดฮอร์โมนรวม มีทั้งโปรเจสตินรวมกับ เอสโตรเจน มีหลากหลายชื่อการค้า ชนิดนี้โดยทั่วไปจะไม่แนะนำให้ใช้ในสตรีที่ให้นมบุตร
เนื่องจากเอสโตรเจนที่มีจะไปมีผลทำให้การสร้างน้ำนมลดลงรวมทั้งปริมาณโปรตีนต่างในน้ำนมลดลง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงกับยาคุมที่ปริมาณเอสโตรเจนในขนาดสูง (50 ไมโครกรัมหรือมากกว่า) ซึ่งเป็นยาคุมพวกรุ่นแรกๆ ในปัจจุบันมีเอสโตรเจนสูงสุด 50 ไมโครกรัมเท่านั้น พบว่าถ้าปริมาณเอสโตรเจนในยาคุมนั้นมีต่ำๆ เช่น 20 ไมโครกรัม เป็นต้น
จะมีผลต่อการสร้างน้ำนมและต่อคุณภาพน้ำนมน้อยมาก ดังนั้นในปัจจุบันจะพบได้ว่ามีการจ่ายยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมชนิด low dose pill ให้กับสตรีที่ให้นมบุตร เพื่อคุมกำเนิด
ประเด็นอยู่ที่ จะเริ่มยาคุมชนิดนี้ได้เมื่อ ใดยสามารถเริ่มได้หลังจาก 3-6 สัปดาห์นับจากคลอด จะต้องไม่เร็วกว่า 3 สัปดาห์หลังคลอด เพราะช่วงระยะเวลาดังกล่าว สตรีหลังคลอดอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือด และเอสโตรเจนในยาคุมจะไปเพิ่มความเสี่ยงดังกล่าว จึงไม่แนะนำการให้ยาคุมชนิดฮอรโมนรวมเร็วกว่า 3 สัปดาห์หลังคลอด
มีการแนะนำว่า ควรให้หลังจาก 8-12 สัปดาห์ไปแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าการสร้างน้ำนมได้เกิดเต็มที่แล้ว โดยไม่ต้องกังวลผลที่อาจจะเกิดการกดการสร้างน้ำนมจากเอสโตรเจน

กรณีสตรีไม่ได้ให้นมบุตร ก็แนะนำว่าเริ่มให้หลังจาก 3-6 สัปดาห์เช่นกัน ไม่เร็วกว่า 3 สัปดาห์

เอกสารอ้างอิง
1. Hatcher RA et al. The Essentials of contraceptive Technology A Handbook for Clinical Staff. Baltimore, Johns Hopkins School of Public Health, Population Information Program,1997.
2. Herfindal ET and Gourley DR. Textbook of Therapeutics Drug and Diease Managment (Chapter 99 Contraception). 7th ed. 2000.
3. Dipiro JT et al. Pharmacotherapy A Pathophysiologic Approach (Chapter 76 Contraception) . 4th ed. 1999.

[7 มิ.ย. 53 : 11:52:40] ประภาพร บำรุงเพ็ชร november1234@hotmail.com IP [ 118.173.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ทานยาคุมกำเนิดตั้งแต่ คลอดลูกได้ 3 เดือน ยี่ห้อexluton ประจำเดือนยังไม่มา ตอนนี้ 1 ปี 1 เดือนเป็นอันตรายรึเปล่าคะ

[27 มิ.ย. 54 : 10:41:29] สุกันยา เกษชนก nomgnaruk@hotmail.com IP [ 110.168.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
กินยาคุมแบบให้นมลูกกินไปสักพักแล้วเป็นประจําเดือนแล้วตอนนี้กินหมดแล้วต้องรอให้เป็นประจําเดือนหรือเปล่าหรือว่ากินต่อได้เลย

[28 พ.ย. 55 : 1:11:07] sunisa sunisa34@windowslive.com IP [ 171.99.7xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 4  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
เมื่อกินยาคุมหมดแผง ประจำเดือนมาแล้ว หยุดกินยาเลย ได้ไหมค่ะ

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved