ต้องการทราบความแตกต่างระหว่าง Transamine กับ Vit .k 10

[26 มิถุนายน 2548 : 15:26:43]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ต้องการทราบถึงความแตกต่างระหว่างยา transamine กับ Vit. K10 ว่ากลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกันอย่างไร ในผู้ป่วยที่มีภาวะ Bleeding มาควรใช้ยาตัวไหนก่อน
จาก วรการ Wor...
นักศึกษา สถานศึกษา
วิทยาลัยราชชนนี จันทบุรี
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การกำหนดแนวทางการใช้ยาใน รพ.
IP [ 203.151.xxx.xxx ]

[12 ก.ย. 48 : 13:12:01] นศภ. รัตนะ นวกรรมิก/ภญ.โพยม วงศ์ภูวรัตน์ greenmints@hotmail.com IP [ 172.29.4xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
Transamine เป็นชื่อทางการค้าของ Tranexamic acid ออกฤทธิ์โดยเป็น antifibrinolytic โดยผ่านทางการจับเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับ plasminogen ซึ่งเป็นแบบผันกลับได้ โดย Tranexamic acid จะเข้าไปจับกับ lysine binding site ของ plasminogen ของคน การเข้าแทนที่ plasminogen บน surface fibrin เป็นผลให้ยับยั้งการสลายตัวของ fibrin และยังสามารถยับยั้ง proteolytic activity of plasmin โดยการ block ที่ lysine binding site ของ plasmin Tranexamic acid จะป้องกันการสลายตัวของ fibrin จากการทำให้โครงสร้างของ fibrin คงตัว Tranexamic acid สามารถผ่าน blood-brain barrier ซึ่งจะเพิ่มการทำงานของ fibrinolytic activity ใน cerebrospinal fluid ดังนั้นจึงลดการเกิดเลือดออกซ้ำใน subarachnoid
ส่วน Vitamin K 10 เป็นชื่อทางค้าของ Vitamin K ซึ่งตัวที่ออกฤทธิ์ก็คือ phytonadione ซึ่งมีความจำเป็นมากในการสังเคราะห์ Blood coagulation factor II, VII, IX, X ที่ตับ (Cleveland, 1993) ต้องการ cofactor สำหรับ post translational oxidative carboxylation ของโปรตีนจำเพาะที่ glutamic acid (CCIS, 2004)
ในการรักษาภาวะผู้ป่วยที่เกิด bleeding นั้นสามารถรักษาได้โดยรักษาจากสาเหตุ โดยไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าผู้ป่วยที่มีภาวะ bleeding จะต้องเลือกใช้ยาตัวใดก่อน ดังนั้นจึงต้องข้อบ่งใช้ของยา ภาวะโรค ข้อห้ามใช้มาพิจารณาประกอบกัน (CCIS, 2004)

Tranexamic acid มีข้อบ่งใช้คือ
1. DENTAL EXTRACTION - HEMOPHILIACS
2. EPISTAXIS
3. GASTROINTESTINAL BLEEDING
4. MENORRHAGIA
5. OCULAR TRAUMA
6. SUBARACHNOID HEMORRHAGE
7. SURGICAL BLEEDING
8. PROMYELOCYTIC LEUKEMIA
9. ULCERATIVE COLITIS (CCIS, 2004)
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีภาวะ active intravascular clotting เพราะว่าจะเกิดความเสี่ยงสูงที่ผู้ป่วยจะเกิด thrombosis
- ไม่ใช้ในผู้ที่แพ้ tranexamic acid
- Subarachnoid hemorrhage ที่มีภาวะ cerebral ischemic ร่วมด้วย (Reynolds, 1993)
- Acquired defective color vision (used as an indicator of toxicity) (CCIS, 2004)
ข้อควรระวัง
1. ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจ
2. ระวังในCerebrovascular disease
3. ผู้ที่มีการใช้ antifibrinolytic therapy
4. ผู้ที่ใช้ estrogens hormone และ thrombolytics
5. ผู้ที่มีภาวะไตบกพร่อง
6. ผู้ที่ผ่าตัดต่อมลูกหมาก (potential for intravesicular clotting) (CCIS, 2004)
Phytonadione มีข้อบ่งใช้ คือ
1. PROTHROMBIN DEFICIENCY, ANTICOAGULANT INDUCED
2. HYPOPROTHROMBINEMIA (CCIS, 2004)
3. HEMORRHAGIC DISEASE OF THE NEWBORN (Cleveland, 1993)
ข้อห้ามใช้
- ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ Phytonadione
ข้อควรระวัง
1. บริหารยาทาง Intravenous และ intramuscular เมื่อจำเป็นเท่านั้น (เนื่องจากเสี่ยงในการเกิดการแพ้แบบ anaphylaxis)
2. ระวังการแพ้ในการบริหารยา dose แรก
3. ในผู้ป่วยโรคตับ ไม่ควรให้ยาซ้ำหากได้รับยา dose แรกแล้วไม่ได้ผล (CCIS, 2004)
อย่างไรก็ตามมีผลการวิจัยสนับสนุนการว่ามีการใช้ Tranexamic acid ในการ การผ่าตัด
จากการศึกษาแบบสุ่มการใช้ Tranexamic acid ในการผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกสะโพกพบว่าและเมื่อวัดปริมาณ Hemoglobin ก่อนผู้ป่วยจะได้รับเลือดทดแทนใน Unit แรก พบว่าในกลุ่มที่ได้รับยา Tranexamic acid พบว่ามีปริมาณ Hemoglobin สูงกว่าในผู้ที่ได้รับยาหลอก กลุ่มที่ได้รับTranexamic acid จะมีความต้องการเม็ดเลือดแดงทดแทนน้อยกว่าในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ให้ผลแสดงดังนี้ คือ Administration of red blood cells กลุ่มที่ใช้ Tranexamic acid มี 6/20 คน กลุ่มที่ได้รับยาหลอกมี 13/19 คน p = 0.026 Allogenic red blood cells transfusions กลุ่มที่ใช้ Tranexamic acid 0/20 คน กลุ่มที่ได้รับยาหลอกมี 8/19 คน p = 0.0012 จากค่าทางสถิติแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในความต้องการเม็ดเลือดทดแทนในระหว่าง 2 กลุ่มนี้อย่างชัดเจน (Lemay et al, 2004)
ในการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ phytomenadione และ menadiol จะมีผลต่อค่า prothombin time โดยเลือกผู้ป่วย cholestasis ที่มีค่า prothombin time มากกว่า 1.2 นำมาสุ่มและแบ่งเป็น 2 กลุ่มโดยให้ phytomenadione ในกลุ่มแรก และให้ menadiol ในอีกกลุ่ม จากนั้นติดตามผลโดยวัดผลจากค่าทางห้องปฏิบัติการ พบว่าทั้ง 2 กลุ่มสามารถลดค่า prothombin time ได้(p < 0.05) และพบว่าไม่มีผู้ป่วยรายใดเลยที่พบผลข้างเคียงจากการใช้ยานี้และไม่พบว่ามีผู้ป่วยรายใดต้องเข้า admission ซ้ำจากภาวะ bleeding ในระหว่างการติดตามผลภายในเวลา 4 สัปดาห์หลังจากได้รับการทำ cholangeopancreatography
(Green et al, 2000)
แนวทางในการรักษาของผู้ที่มีภาวะ bleeding จากการใช้ vitamin K และ tranexamic acid
การรักษาต้องเริ่มดูค่าทางห้องปฏิบัติการว่าสาเหตุของผู้ป่วยนั้นเกิดจากอะไร
- โดยผู้ที่มี Bleeding มาก ก็จะทำการรักษาด้วย replacement therapy คือการให้ fresh-frozen plasma เบื้องต้น
- Guideline แนะนำว่าในผู้ป่วยโรคตับซึ่งจะปัญหาต้านการสร้าง factor ที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ดังนั้นเมื่อเกิด bleeding ควรได้รับ replacement therapy คือ Platelet และ fresh-frozen plasma (FFP) โดย FFP จะทดแทน factor ที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดได้ครบทุกตัว และเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับ vitamin K อย่างเพียงพอจึงเสริม โดยให้ vitamin K 10 mg เสริมเป็นเวลา 1-7 วัน
- vitamin K สามารถให้เพื่อใช้ป้องกันการเกิดเลือดออกได้ในเด็กแรกคลอด
- อาจให้ vitamin K ในผู้ที่เกิด bleeding จากการใช้ยา anticoagulant เช่น Heparin Warfarin
- ในผู้ป่วย Hemophilia แก้ไขภาวะ bleeding โดยให้ fresh-frozen plasma และอาจให้ยา tranexamic acid 25 mg/kg(ขนาดสูงสุด 1.5 g) โดยการรับประทานทุกๆ 8 ชม. หรือ 10 mg/kg ให้ทางหลอดเลือดทุกๆ 8 ชม.(Bickert, 2002)


เอกสารอ้างอิง
1.Drug Information Handbook, 2.Martindale, 3.Pharmacotherapy, 4. CCIS
เอกสารที่ทำการสืบค้น
: Primary Reference : Secondary Reference : Tertiary Reference : CD-ROM/Other Database
Keywords : tranexamic acid, vitamin k, guideline bleeding
เอกสารประกอบความเห็น

[16 ส.ค. 49 : 15:46:34] นศภ.กรรณิการ์ ฐอสุวรรณ thorsuwan_k@hotmail.com IP [ 202.44.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ผู้ป่วยที่ on warfarin แล้วต้องการถอนฟันมีการป้องกันการ bleeding อย่างไรบ้างค่ะ(นอกจากการหยุดหรือลดขนาดยา warfarin)

[31 ธ.ค. 49 : 17:37:37] แพรวนภา นามมล praewnapa_nammon@yahoo.co.th IP [ 203.154.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ถ้าอย่างนั้น transamine ถือเป็นวิตามินด้วยไหมค่ะ

[10 มี.ค. 52 : 2:47:07] baby babyatlove@hotmail.com IP [ 125.26.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 4  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
อยากทราบผลข้างเคียงของtransamineต่อทารกในครรภ์

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
รศ.ดร.ภญ.โพยม วงศ์ภูวรักษ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 288895 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ภานุชญา มณีวรรณ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved