ยาแก้อักเสบซัลฟาและRoxithromycin

[9 ธันวาคม 2543 : 23:29:47]

| กลับไปกระดานถาม:ตอบ | ตอบคำถามนี้  
ผมเป็นต่อมทอนซิลอักเสบปกติจะใช้ยาซัลฟา แต่พอไปร.พ.หมอให้Roxithromycin
มาทาน อยากทราบว่าทั้ง2ตัว ออกฤทธิ์อย่างไรและมีผลข้างเคียงอย่างไร ยาตัวไหนจึงเหมาะกับการรักษาในกรรีนี้ที่สุด
จาก วีระชัย เอี่ยมศิริทิพย์ catneverdie@hotmail.com
บุคคลทั่วไป หน่วยงานอื่นทางเอกชน
บ.ไทยประกันชีวิต จำกัด ปทุมธานี
จุดประสงค์การสอบถามเพื่อ :การบริบาลผู้ป่วย
IP [ 203.145.xxx.xxx ]

[18 ธ.ค. 43 : 14:10:42] ภญ.กิตติมา , อ.มาลี ไพโรจน์พิบูลย์สถิตย์   Staff Team malee@ratree.psu.ac.th IP [ 203.154.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 1  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
ทอนซิลอักเสบ (Tonsilitis) ส่วนใหญ่จะเกิดในเด็ก แต่ก็สามารถเกิดในผู้ใหญ่ได้ด้วยเหมือนกัน สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส 42% หรือติดเชื้อแบคทีเรีย 38% (จากการศึกษาของ Ylikosoi และ Karjalainen ในปี 1989) อาการของทอนซิลอักเสบมี เจ็บคอ ทำให้กลืนอาหารลำบาก หากเป็นรุนแรงอาจทำให้ปวดร้าวไปที่หูได้, เพลีย, ปวดศีรษะ หรืออาจมีต่อมน้ำเหลืองข้างคอโตได้ ซึ่งหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียจะพบหนองบริเวณต่อมทอนซิล แต่หากติดเชื้อไวรัสมักจะไม่พบหนองที่ต่อมทอนซิล ในรายที่เป็นไม่รุนแรงถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาการจะบรรเทาได้เองโดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ถ้าได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะหายได้เร็วขึ้น และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง อาจต้องผ่าตัดต่อมทอนซิลออก

การรักษาทอนซิลอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียทำได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลิน เช่น เพนนิซิลลินวี หรือ อะมอกซิซิลลิน เป็นต้นเพราะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดที่เป็นสาเหตุมากที่สุด (แบคทีเรียชนิดกรัมบวก) หากผู้ป่วยแพ้ยาอาจใช้ อิริโทรมัยซินได้ ซึ่งการใช้ยาปฏิชีวนะนี้ต้องรับประทานยาติดต่อกันอย่างน้อย 5-7 วัน

ยาซัลฟาที่ท่านใช้ เป็นยากลุ่ม sulfonamide คิดว่ายาที่ท่านใช้คงจะเป็นยา sulfamethoxazole-trimethoprim ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของแบคทีเรีย ไม่ได้ทำให้แบคทีเรียตาย แต่ร่างกายจะมีกลไกในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียต่อไป ยา
กลุ่ม sulfonamide จะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดกรัมลบได้ดี อาการข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ยานี้มี ผื่นคัน พบได้ 75%, คลื่นไส้ อาเจียน, ตัวหรือตาเหลือง, ปวดศีรษะ, และการแพ้ยา (ซึ่งถ้าแพ้ยารุนแรง เช่น Stevens Johnson syndrome ผู้ป่วยอาจตายได้ 25%) เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของทอนซิลอักเสบส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรียชนิดกรัมบวก การใช้ยาในกลุ่ม sulfonamide อาจให้ผลการรักษาไม่ดี ยกเว้นว่าทอนซิลอักเสบนั้นมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบร่วมด้วย การใช้ยากลุ่ม sulfonamide ก็อาจจะให้ผลการรักษาดี

ยา Roxithromycin เป็นยากลุ่มเดียวกันกับอิริโทรมัยซิน มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แต่อาจมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิดด้วย ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียชนิดกรัมบวกได้ดี (รวมทั้งเชื้อที่เป็นสาเหตุของทอนซิลอักเสบ อาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยามี อาการคลื่นไส้ แน่ท้อง เป็นผื่น หูอื้อ เป็นต้น Roxithromycin มีข้อดีกว่าอิริโทรมัยซิน คือ จะออกฤทธิ์ได้นานกว่า (ทำให้จำนวนครั้งในการรับประทานยาต่อวันน้อยลง) และมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดการคลื่นไส้อาเจียนน้อยกว่า แต่ยามีราคาแพงกว่า
สรุปได้ว่า 1) โดยทั่วไปการรักษาทอนซิลอักเสบจะใช้ยากลุ่มเพนนิซิลลินซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียกรัมบวกซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดทอนซิลอักเสบ หากผู้ป่วยแพ้ยาจะใช้ยาอิริโทรมัยซินแทน (หรืออาจใช้ Roxithromycin ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น) 2) ยากลุ่ม sulfonamide เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และออกฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรียชนิดกรัมลบได้ดี หากสาเหตุของทอนซิลอักเสบเกิดจากแบคทีเรียชนิดกรัมลบ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่มนี้ในการรักษา 3) อาการเจ็บคอ (คออักเสบหรือทอนซิลอักเสบ) มีสาเหตุหลายอย่างนอกเหนือจากการติดเชื้อแบคทีเรียแล้ว อาจเกิดจากเชื้อไวรัส, การระคายเคืองคอจากการสูบบุหรี่, โรคภูมิแพ้ได้ ดังนั้นอาการเจ็บคอไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย)ในการรักษาเสมอไป ถ้าหากท่านมีอาการเจ็บคอควรได้รับการวินิจฉัยให้ค่อนข้างแน่ใจว่ามีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียจริง เพราะการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้องนอกจากจะเป็นการใช้ยาอย่างฟุ่มเฟือยแล้ว ยังทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาตามมา อาจก่อให้เกิดปัญหาการแพ้ยา และเสียเงินโดยใช่เหตุ

Reference
1. John Hibbert. Scott-Brown's Otolaryngology 6th ed. : Laryngology and Head and Neck Surgery. 1997 : 5/4/1-4.
2. สุวัฒน์ วิมลวัฒนาภัณฑ์. ตำราเภสัชวิทยา เล่มที่ 3. ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร. 2542 : หน้า 70-75,91-107.

[24 ธ.ค. 43 : 8:25:41] ภก.อ.อภิรักษ์ วงศ์รัตนชัย   NU staff 15 min. apirukw@nu.ac.th IP [ 203.146.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 2  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
sulfamethoxazole-trimethoprim [Co-trimoxazole] ทั้ง sulfamethoxazole และ trimethoprim เดี่ยวๆ จะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของแบคทีเรีย แต่เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน จะช่วยเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน ทำให้ปกติออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ครับ

บรรณานุกรม: Clinical Pharmacology 2000 [homepage on the Internet]. Tampa (FL): Gold Standard Multimedia; c2000 [date unknown; cited 2000 Dec 23]. Sulfamethoxazole; Trimethoprim. Available from: http://cp.gsm.com/apps/default.asp.

[26 ธ.ค. 43 : 11:04:02] ภญ.รัชฎาพร วิสัย ratwis@kku.ac.th IP [ 202.28.1xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 3  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
เห็นด้วยกับอาจารย์นะคะ แต่มีข้อเสนอหน่อยนึงคะ
ในกรณีที่ tonsilitis เกิดจาก bacterial infection นั้นเชื่อที่พบว่า most common ที่สุดจะเหมือนกับเชื่อที่ก่อ URTI อื่น (sinusitis, otitis media) คือ
1. Streptococcus pneumoniae
2. H.influenzae
3. S.sureus
4. M.catarrhalis
จะเห็นได้ว่ามีทั้งแบคทีเรียกรัมลบและกรัมบวก จากการที่มีการใช้ยาปฏิขีวนะกันมากทำให้พบการดื้อยาได้สูง แม้แต่ Penciillin เช่น Amoxicillin ยังดื้อยา
การใช้ยากลุ่ม Macrolide ก็เป็นทางออกหนึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้ Penicillin แต่ Roxithromycin ก็ได้ผลไม่ดีกับ การติดเชื้อ H.influenzae และ S.aureus (กิน erythromycin กับ roxithromycin ไม่แตกต่างกันในเรื่องฤทธิ์ยาต่างกันที่ความถี่ในการกินยากับอาการข้างเคียงเท่านั้น ต่างกับยา Clarithromycin หรือ Azithromycin)
ส่วน Cotrimoxazole ใช้ได้กับเชื้อทั้งหมด แต่ไม่ค่อยเหมาะสมเพราะมีผลต่อ normal flora สุดท้ายทำให้ยานี้จะใข้ไม่ได้กับ UTI และ GI infection (เพราะเชื้อใน UTI มาจาก GI)
ข้อเสนอ
1. คงต้องสรุปให้ได้ว่าน่าจะเกิดจากเชื้อใด ถ้าไม่ทำ lab ก็ดูจากการกลับเป็นซ้ำและการตอบสนองของยา
2. กรณีไม่แพ้ penicillin แล้ว Co-amoxiclav เหมาะสมกว่า
3. กรณีแพ้ penicillin อาจต้องเลือกยาในกลุ่ม macrolide ตัวใดตัวหนึ่ง
4. แต่ถ้าสงสัย H.influenzae หรือ S.aureus อาจต้องใช้ macrolide ตัวใหม่
ปัจจุบันมีความพยายามจะเอายากลุ่ม Quinolone มาใช้กับ RI แต่ดิฉันเสนอว่าเก็บไว้ก่อนดีกว่าคะ เอาไว้ดื้อทุกยาแล้วค่อยใช้

[20 ก.ย. 55 : 13:10:52] จิโรตถ์ jirote.k@hotmail.com IP [ 118.175.xxx.xxx]
ความคิดเห็นที่ : 4  | กลับไปกระดานถามตอบ | ตอบคำถามนี้
แพ้ยาซัลฟา กิน Roxithromycin ได้ไหมครับ

Your Answer
เกี่ยวกับ คำตอบ / ความคิดเห็น : " "= ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ข้อความ
ไฟล์ประกอบ คำตอบ/ ความคิดเห็น ขนาดไม่เกิน 50 Kbyte [ pdf, doc, xls, ppt, jpg, gif, tif ]
เกี่ยวกับ ผู้ตอบคำถาม /แสดงความคิดเห็น
ชื่อ/สกุล
E-mail
รหัสสุ่ม = Secuity Image *** ป้อนรหัสสุ่มทุกครั้งที่ตอบกระทู้ ***
คำแนะนำก่อนการตอบคำถาม
1. กรุณาเตรียมเนื้อหาการตอบในโปรแกรม Notepad ก่อน (ไม่ควรใช้โปรแกรม Word)
2. ก่อนโพสข้อความ ควรกด F5 เพื่อ Refresh หน้าจอ แล้วจึงคัดลอกเนื้อหาจาก Notepad ไปลงในช่องที่เกี่ยวข้อง
3. ต้องกรอกข้อมูลด้านบนให้ครบทุกช่อง มิฉะนั้นโปรแกรมจะไม่ยอมบันทึกข้อมูลลงเว็บบอร์ด
 
For Pharmacist ระยะเวลาที่ใช้ ชั่วโมง keywords
ประเภทคำถาม
Availability Identification General Product Information
Compatibility / Stability Dosage Adminitration Pharmacokinetics
Traditional Medicine Adverse Effects Pharmaceutics (compounding formulation)
Drug Interactions Poisioning Toxicology Therapy Evaluation / Drug of Choice
Teratogenicity Lactation / Infant Risks Laws/ Policy &Procedure P&T Others
เอกสารที่ใช้สืบค้นข้อมูลของคำตอบนี้
เอกสาร 1* เอกสาร 2* เอกสาร 3* DISdatabase CD-ROM/Other Database Internet อื่น ๆ
รายชื่อเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการตอบคำถามนี้
 
เอกสารอ้างอิงที่ใช้สืบค้น แต่ไม่พบคำตอบ
Drug Facts and Comparison Drug Information Handbook JPR AHFS PDR
USP DI DrugDex Poisindex Identidex Martindales
MIMs/MIMs Annual Drug Interaction Facts Handbook On injectable Drugs
Pharmacotherapy Pregnancy&Lactation Textbook of ADR
Clinical Drug Data Text of Therapeutics Applied Therapeutics Harrison
Conn's Curent Therapy Pharmaceutical Codex USP/NF BP Merck Index
Remington Goodman and Gilman Medline IPA Embase Internet
  อื่น ๆ ระบุ
ข้อมูลที่ทุกท่านกรอกจะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันสืบค้นคำตอบ
เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ

เครือข่ายความร่วมมือบริการเภสัชสนเทศ
โดยความร่วมมือของศูนย์เภสัชสนเทศ :
ม.มหิดล | ม.นเรศวร | ม.เชียงใหม่ | ม.มหาสารคาม | ม.อุบลราชธานี
ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ  | ม.สงขลานครินทร์
ศูนย์เภสัชสนเทศ รพ.จากทั่วประเทศ และ เภสัชกร ทุกๆท่าน

หัวหน้าโครงการ :
ภก.นที สรพิพัฒน์

ที่ปรึกษา :
ผศ.ดร.ภญ.สิริรัศมิ์ ปิ่นสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ผศ.ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมย์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาวิชาชีพ
รศ.ภก.วิบุล วงศ์ภูวรักษ์ ประธานหน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม

ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Tel.(074) 428191 Fax (074) 212815
ผู้ดูแลเว็บไซต์ : สิริพันธุ์ คนสุภาพ
Copyright © 1999-2001 http://drug.pharmacy.psu.ac..th . All Rights reserved