ให้บริการโดยคณาจารย์ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสุขภาพ


คำชี้แจง "เว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการ ศึกษา การแลกเปลี่ยนความรู้ และให้ข้อมูลเรื่องยาในกรณีทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือเพื่อการรักษาในกรณีที่จำเพาะเจาะจง และความเห็นสำหรับกรณีเฉพาะหนึ่ง จะไม่สามารถประยุกต์ใช้กับผู้อื่นได้โดยตรง หากมีปัญหาเรื่องโรคโปรดปรึกษาแพทย์ หากมีปัญหาเรื่องยา โปรดปรึกษาเภสัชกร หรือปรึกษาผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนั้นด้วยตนเองเท่านั้น"

Search :
เพราะเหตุใด Non selective NSAIDs เช่น Diclofenac
จึงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ เพราะกลไกใด
[รหัสคำถาม : 151] วันที่รับคำถาม : 01 ธ.ค. 63 - 10:43:02 ถามโดย : บุคคลทั่วไป

เข้าระบบเพื่อตอบคำถาม

No : 1

NSAIDs เป็นยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้าง prostanoid โดย prostanoid ถูกสังเคราะห์จาก arachidonic acid ที่อยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ COX isozyme จะเปลี่ยน arachidonic acid เป็น prostaglandin (PG)G2 ซึ่งจะถูกเปลี่ยนต่อไปเป็น PGH2 และเกิดเป็น bioactive prostanoids เช่น PGD2, PGE2, PGF2α, PGI2 และ TXA2 โดย COX isozyme ประกอบด้วย COX-1 และ COX-2[1]
หากจำแนกยากลุ่ม NSAIDs ตามการยับยั้งเอนไซม์ COX สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) Non-selective COX-1 and COX-2 inhibitors เช่น acetylsalicylic acid, ibuprofen, diclofenac, ketoprofen, indomethacin, naproxen 2) Preferential COX-2 inhibitors เช่น meloxicam, nimesulide, etodolac 3) Selective COX-2 inhibitors เช่น celecoxib, rofecoxib, etoricoxib, valdecoxib[2]
การที่ NSAIDs ยับยั้ง COX isozyme ต่างกัน จะทำให้ฤทธิ์ต้านอักเสบและอาการข้างเคียงแตกต่างกัน[1] ยากลุ่ม NSAIDs จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากกลไกการยับยั้ง COX-2 ส่งผลให้การสร้าง PGI2 ลดลง (ปกติ PGI2 ทำหน้าที่เป็น cardioprotective, ทำให้หลอดเลือดขยายตัว, ป้องกันการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือดและยึดติดกันของเซลล์ และต้านฤทธิ์ของ TXA2)[1,3]
การศึกษาถึงผลของ NSAIDs ในการเพิ่มความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น
1) จาก meta-analysis ซึ่งรวบรวมการการศึกษาแบบ randomized controlled trial จำนวน 31 การศึกษาซึ่งเปรียบเทียบ NSAIDs (non-selective NSAIDs 3 ชนิด ได้แก่ naproxen, ibuprofen, diclofenac กับยากลุ่ม coxibs 4 ชนิด (เช่น rofecoxib, celecoxib, lumiracoxib, etoricoxib) และ placebo ต่อการเกิด acute myocardial infarction, stroke, cardiovascular death, death from any cause พบว่า NSAIDs ที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการเกิด acute myocardial infarction เมื่อเปรียบเทียบกับ placebo คือ rofecoxib (RR=2.12, 95% CI 1.26 to 3.56) ส่วนยาในกลุ่ม non-selective NSAIDs พบว่า ยา ibuprofen มีความเสี่ยงสูงสุดในการเกิด acute myocardial infarction (RR=1.61, 95% CI 0.50 to 5.77) นอกจากนั้นibuprofen และ diclofenac ยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิด stroke (RR=3.36, 95% CI 1.00 to 11.60 และ RR=2.86, 95%CI 1.09 to 8.36 ตามลำดับ)[2]
2) จาก meta-analysis ซึ่งศึกษาผลไม่พึงประสงค์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดจากการใช้ NSAIDs เทียบกับ placebo ซึ่งรวบรวมการการศึกษาแบบ randomized controlled trial จำนวน 280 การศึกษา พบว่ายา กลุ่ม coxibs จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด major coronary events เป็น 1.76 เท่า (95% CI 1.31 to 2.37, p=0.0001) ส่วนยา diclofenac และ ibuprofen จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด major coronary events 1.7 เท่า (95% CI 1.19 to 2.41,p=0.0032) และ 2.22 เท่า (95% CI 1.1 to 4.48,p=0.0253) ตามลำดับ[2]
3) จาก meta-analysis ซึ่งศึกษาผลของ non-selective NSAIDs ในการเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยรวบรวมจาก cohort study 6 การศึกษา (โดยเปรียบเทียบผู้ที่ใช้ยา non-selective NSAIDs กับผู้ที่ไม่ใช้ยา) และ case-control 17 การศึกษา(เปรียบเทียบผู้ที่เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด กับกลุ่มควบคุม) พบว่า diclofenac เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุด ที่ (RR=1.40, 95% CI 1.16 to 1.70) ส่วนยาที่มีความปลอดภัยมากที่สุดคือยา naproxen (RR=0.97, 95%CI 0.87 to 1.07)[2]
ยา diclofenac มีค่าครึ่งชีวิตสั้น ขนาดยาที่ใช้จึงต้องสูงเพียงพอที่จะคงประสิทธิภาพยาในแต่ละช่วงของการให้ยา ดังนั้นระดับยาในเลือดช่วงแรกจึงสูงมากกว่าระดับยาที่จำเป็นในการยับยั้ง COX-2 ในขณะเดียวกันยาสามารถยับยั้ง COX-1 ได้(มี selectivity น้อยลง) และเมื่อระดับยา diclofenac ในเลือดต่ำลง ยายังคงยับยั้ง COX-2 ได้อย่างต่อเนื่องแต่จะยับยั้ง COX-1 ลดลง(มีลักษณะเป็น COX-2 inhibition ในช่วงหลัง)[5]
โดยสรุป non-selective NSAIDs เช่น Diclofenac และยากลุ่ม selective COX-2 สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดได้จากกลไกการยับยั้ง COX-2 ส่งผลให้การสร้าง PGI2 ลดลง (ปกติ PGI2 ทำหน้าที่เป็น cardioprotective, ทำให้หลอดเลือดขยายตัว, ป้องกันการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือดและยึดติดกันของเซลล์ และต้านฤทธิ์ของ TXA2) [1,3} ดังนั้น การใช้ NSAIDs จึงเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะยากลุ่ม selective COX-2 และ non-selective NSAIDs บางชนิด เช่น Diclofenac โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด (เช่น unstable angina, myocardial infarction,เพิ่งได้รับการผ่าตัด bypass หรือได้รับการใส่ขดลวดที่หัวใจ การใช้ NSAIDs ขนาดยาสูงและเป็นระยะเวลานาน, hypertension)[1,4]


เอกสารอ้างอิง
1.Martín Arias LH, Martín González A, Sanz Fadrique R, Vazquez ES. Cardiovascular Risk of Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs and Classical and Selective Cyclooxygenase-2 Inhibitors: A Meta-analysis of Observational Studies. J Clin Pharmacol. 2019.
2.Varga Z, Sabzwari SRA, Vargova V. Cardiovascular Risk of Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: An Under-Recognized Public Health Issue. Cureus. 2017;9(4):e1144. Published 2017.
3.Grosser, Tilo, et al “Pharmacotherapy of inflammation, Fever, Pain, and Gout” Googman&Gilman’s.The pharmacological basis of therapeutics, 13rd editions.Laurence L.Brunton et al.McGraw-Hill, 2017.
4.Drugs|AccessMedicine|McGraw-Hill Medical [Internet].[cited 2020 Jul 10].Available from:https://accessmedicine.mhmedical.com/drugs.aspx?gbosID=423475#monoNumber=423475§ionID=243290283&tab=tab0.
5.Schmidt M, Sørensen HT, Pedersen L. Diclofenac use and cardiovascular risks: series of nationwide cohort studies. BMJ [Internet]. 2018 Sep 4 [cited 2020 Jul 8];362. Available from: https://www.bmj.com/content/362/bmj
วันที่ตอบ : 01 ธ.ค. 63 - 10:47:34




พัฒนาระบบโดย ภานุชญา มณีวรรณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110