ให้บริการโดยคณาจารย์ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสุขภาพ


คำชี้แจง "เว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการ ศึกษา การแลกเปลี่ยนความรู้ และให้ข้อมูลเรื่องยาในกรณีทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือเพื่อการรักษาในกรณีที่จำเพาะเจาะจง และความเห็นสำหรับกรณีเฉพาะหนึ่ง จะไม่สามารถประยุกต์ใช้กับผู้อื่นได้โดยตรง หากมีปัญหาเรื่องโรคโปรดปรึกษาแพทย์ หากมีปัญหาเรื่องยา โปรดปรึกษาเภสัชกร หรือปรึกษาผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนั้นด้วยตนเองเท่านั้น"

Search :
itraconazole และ rifampicin มีผลต่อกันหรือไม่ ควรปรับเพิ่มหรือลดยาตัวใดหรือไม่
[รหัสคำถาม : 142] วันที่รับคำถาม : 16 พ.ย. 63 - 23:44:30 ถามโดย : บุคลากร วิทยาศาสตร์สุขภาพ

เข้าระบบเพื่อตอบคำถาม

No : 1

ยา itraconazole เป็น substrate และ potent enzyme inhibitors ของ CYP3A4 และยา rifampicin เป็น potent enzyme inducer CYP3A4 การบริหารยา itraconazole ร่วมกับยา rifampicinเกิด drug interaction ได้โดยมีผลทำให้ระดับยา itraconazole ลดลง และสูญเสียประสิทธิภาพการรักษา ซึ่งมีความรุนแรงอยู่ในระดับ major[1]
จาการรวบรวมข้อมูลศึกษาผู้ป่วยจำนวน 66 คน ที่เป็น Chronic Pulmpnary Aspergillosis โดยมี 68% ได้รับยา itraconazole อย่างเดียว และ 32% ได้รับยา itraconazole ร่วมกับ rifampicin (n=11) พบว่าระดับยา itraconazole ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในผู้ที่ได้รับยา itraconazole ร่วมกับยา rifampin (median, 0.1 µg/ml IQR, 0.1 to 0.1 µg/ml) เมื่อเปรียบเทียบกับการได้รับยา itraconazole อย่างเดียว (median, 5.92 µg/ml IQR, 4.59 to 5.72 µg/ml p-value<0.001) และพบว่าระดับยา itraconazole เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 0.14 µg/ml (IQR, 0.10 to 0.40 µg/ml) เป็น 5.96 µg/ml (IQR, 3.92 to 8.37 µg/ml; P-value = 0.012) หลังจากหยุดยา rifampin (n=3)[2]
จากการศึกษาเพื่อประเมินผลของยา rifampicin ต่อ pharmacokinetics ของยา itraconazole ในมนุษย์ โดยทุกคนจะได้รับยา itraconazole 200 mg ชนิดรับประทาน ในวันที่ 1 และวันที่ 15 และได้รับยา rifampicin 600 mg ชนิดรับประทาน วันละ 1 ครั้ง ในวันที่ 2 ถึงวันที่ 15 ซึ่งจะศึกษา pharmacokinetics ของยา itraconazole ในวันที่ 1(phase 1) และวันที่ 15(phase 2) พบว่า ระดับยา itraconazole ในเลือดเมื่อบริหารเดี่ยวๆ(phase 1) สูงกว่าเมื่อบริหารร่วมกับยา rifampicin(phase 2) โดยยา itraconazole มีเมตาบอไลซ์หลักคือ hydroxyitraconazole ซึ่งมีฤทธิ์ที่น้อยกว่ายา itraconazole ดังนั้นการรักษาที่ไม่สัมฤทธิ์ผลเมื่อบริหารยา itraconazole ร่วมกับยา rifampicin อาจเป็นผลมาจากยา rifampicin ซึ่งเป็น enzyme inducer ของ CYP450 ทำให้เกิดเมตาบอไลซ์เป็น hydroxyitraconazole มากขึ้น[3]
ดังนั้นการบริหารยา itraconazole ร่วมกับยา rifampicin สามารถเกิดอันตรกิริยากันได้ โดยทำให้ระดับยา itraconazole ลดลง จึงควรหลีกเลี่ยงการบริหารยาร่วมกันภายใน 2 สัปดาห์ที่ใช้ยา itraconazole หากจำเป็นต้องบริหารยาร่วมกันควรเพิ่มขนาดยา itraconazole และติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด[1,4]

เอกสารอ้างอิง
1.Drug Interactions results - MICROMEDEX [Internet]. [cited 2020 Aug 1]. Available from: https://www.micromedexsolutions.com/micromedex2/librarian/PFDefaultActionId/evidencexpert.ShowDrugInteractionsResults.
2.Moon SM, Park HY, Jeong BH, Jeon K, Lee SY, Koh WJ. Effect of rifampin and rifabutin on serum itraconazole levels in patients with chronic pulmonary aspergillosis and coexisting nontuberculous mycobacterial infection. Antimicrob Agents Chemother.2015.
3.Jaruratanasirikul S, Sriwiriyajan S. Effect of rifampicin on the pharmacokinetics of itraconazole in normal volunteers and AIDS patients. Eur J Clin Pharmacol.1998.
4.Finch CK, Chrisman CR, Baciewicz AM, Self TH. Rifampin and rifabutin drug interactions: an update. Archives of Internal Medicine.2002.
วันที่ตอบ : 17 พ.ย. 63 - 00:09:06




พัฒนาระบบโดย ภานุชญา มณีวรรณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110