ให้บริการโดยคณาจารย์ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสุขภาพ


คำชี้แจง "เว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการ ศึกษา การแลกเปลี่ยนความรู้ และให้ข้อมูลเรื่องยาในกรณีทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือเพื่อการรักษาในกรณีที่จำเพาะเจาะจง และความเห็นสำหรับกรณีเฉพาะหนึ่ง จะไม่สามารถประยุกต์ใช้กับผู้อื่นได้โดยตรง หากมีปัญหาเรื่องโรคโปรดปรึกษาแพทย์ หากมีปัญหาเรื่องยา โปรดปรึกษาเภสัชกร หรือปรึกษาผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนั้นด้วยตนเองเท่านั้น"

Search :
การฉีดวัคซีนตับอักเสบเอ จะให้ในเด็กต่ำกว่า 6 ขวบ ได้หรือไม่ และมีผลข้างเคียงหรือไม่ (ในท้องที่ ที่มีการระบาดของโรค)
[รหัสคำถาม : 190] วันที่รับคำถาม : 06 ม.ค. 64 - 19:55:56 ถามโดย : บุคคลทั่วไป

เข้าระบบเพื่อตอบคำถาม

No : 1

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอในประเทศไทยมีทั้งวัคซีนชนิดชนิดเชื้อตาย (inactivated vaccine) วัคซีนชนิดเชื้ออ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine) และวัคซีนรวมไวรัสตับอักเสบเอและบีซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตาย

1. วัคซีนชนิดเชื้อตายในรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอนไวรัส (virus suspension) ซึ่งมีอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์เป็นสารเสริมฤทธิ์ (adjuvant) ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อจำนวน 2 เข็ม โดยให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในท้องตลาด คือ Havrix® ผลิตโดยบริษัท GSK สำหรับเด็ก บรรจุปริมาณแอนติเจน 720 ยูนิต/0.5 มล. เริ่มให้ในเด็กอายุ 1-18 ปี Vaqta® ผลิตโดยบริษัท MSD สำหรับเด็ก บรรจุปริมาณแอนติเจน 25 ยูนิต/0.5 มล. เริ่มให้ในเด็กอายุ 1-17 ปี และ Avaxim® ผลิตโดยบริษัท Sano fipasteur สำหรับเด็ก บรรจุปริมาณแอนติเจน 80 ยูนิต/0.5 มล. เริ่มให้ในเด็กอายุ 1-15 ปี[1]

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ได้แก่ อาการปวด เจ็บตึง และแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน อาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ไข้ รู้สึกไม่สบายตัว ท้องเสีย คลื่นไส้ และมีความอยากอาหารลดลง[2-7]
ทั้งนี้วัคซีนชนิดเชื้อตายสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอได้ภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก และหากฉีดวัคซีนกระตุ้นที่ 6-12 เดือนหลังจากเข็มแรกจะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคได้ร้อยละ 94-100 และภูมิคุ้มกันจะคงอยู่ในระดับสูงอยู่นานอย่างน้อยประมาณ 16-25 ปี[1]


2. วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ ชนิดผงแห้งที่ต้องละลายน้ำก่อนฉีด ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพียงครั้งเดียวในเด็กอายุมากกว่า 18 เดือน ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบัน คือ MEVAC®-A ผลิตโดยบริษัท Zhejiang Pukang Biotechnology มีปริมาณแอนติเจนไม่น้อยกว่า 6.5 LgCCID50/มล.[1]

วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยใช้เชื้อโรคมาทำให้อ่อนฤทธิ์ลงจนไม่สามารถทำให้เกิดโรค แต่เพียงพอที่จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ข้อดีของวัคซีนเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนชนิดเชื้อตายคือ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เร็วและภูมิคุ้มกันคงอยู่ในระดับสูงนานจากการกระตุ้นตามธรรมชาติ จึงสามารถฉีดเพียงครั้งเดียว ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย[8] ส่วนข้อเสียคือ อาจทำให้เกิดการก่อโรคได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงไม่ควรฉีดในผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคเลือดฮีโมฟีเลียเอ หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงไม่ควรฉีดภายใน 1 เดือนหลังได้รับการฉีดอิมมูโนโกลบูลิน[1,3]

อาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีนชนิดเชื้ออ่อนฤทธิ์ไม่แตกต่างจากที่พบในวัคซีนขนิดเชื้อตาย[1,6-8]
ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันระบุว่าวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอได้ภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน 1 เข็ม เช่นเดียวกันกับวัคซีนเชื้อตาย และภูมิคุ้มกันมีระดับสูงเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้อย่างน้อย 15 ปี[1]


3. วัคซีนรวมไวรัสตับอักเสบเอ และบีชนิดเชื้อตาย ในรูปยาน้ำแขวนตะกอนของไวรัส มีส่วนผสมของอลูมิเนียมฟอสเฟต และอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์เป็นสารเสริมฤทธิ์ ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันคือ Twinrix® ผลิตโดยบริษัท GSK มีปริมาณแอนติเจนไวรัสตับอักเสบเอ 720 ยูนิต/มล. และแอนติเจนไวรัสตับอักเสบบี 20 ไมโครกรัม/มล. ใช้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากปัจจุบันทารกแรกเกิดทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีตามแผนการฉีดวัคซีนขั้นพื้นฐานตามกระทรวงสาธารณสุข แต่กรณีที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตับอักเสบบีมาก่อน อาจพิจารณาใช้วัคซีนนี้ได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยในเด็กอายุ 1-15 ปี ใช้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อจำนวน 2 เข็ม โดยให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6-18 เดือน[1]

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยคล้ายคลึงกับวัคซีนเชื้อตายชนิดเดี่ยว[1,3] มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรง (พบน้อย) ได้แก่ มีการเพิ่มระดับของเอนไซม์ตับในเลือด ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และโรคระบบประสาทส่วนปลายที่ทำให้กล้ามเนื้ออัมพาตอ่อนแรงเฉียบพลัน (Guillain-Barré syndrome)[4]


ดังนั้นสามารถใช้วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่อาศัยในท้องที่ที่มีการระบาดของโรคได้ โดยทั่วไปแนะนำการฉีดวัคซีนในเด็กที่อายุ 1 ปีขึ้นไป[1,3,4] เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปีจะมีการส่งผ่านภูมิคุ้มกันจากมารดาผ่านการดื่มน้ำนม ซึ่งภูมิคุ้มกันดังกล่าวจะรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ เอ ในทารกได้[3,4,9] จึงไม่แนะนำการฉีดวัคซีนเชื้อตายในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และการฉีดวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ในเด็กอายุน้อยกว่า 18 เดือน[1,3] กรณีในพื้นที่ที่มีการระบาดหรือมีความชุกของโรคสูง หากเด็กเคยได้รับวัคซีนป้องกันตับอักเสบเอมาก่อนช่วงอายุ 6-11 เดือน 1 เข็ม ควรให้วัคซีนครบคอร์ส (ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มตามกำหนด) อีกครั้งเมื่ออายุมากกว่า 1 ปี[1]




เอกสารอ้างอิง
1. กรมควบคุมโรค. กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน. ตำราวัคซีน และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2562. กรุงเทพฯ: บริษัท
เวิร์คพริ้นติ้ง จำกัด; 2562 หน้า 209-13, 269-70.
2. Kastrup EK. Drug facts and comparisons. St. Louis: Wolters Kluwer; 2017: 3262-7.
3. McEvoy GK. AHFS drug information. Bethesda: American Society of Health-System
Pharmacists, Inc; 2018: 3442, 3450.
4. Bhandari P, Brett C, Batool A, Sapra A. Hepatitis A Vaccine. In: StatPearls [Internet].
Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2020 Jan;14(3):121-4. PMID: 32119491.
5. Li H, Zhang XS, An J. [Evaluation on the effect of immunization and safety of live attenuated and inactivated hepatitis A vaccine in China]. Zhonghua Liu Xing Bing Xue Za Zhi. 2013 Jan;34(1):24-7. Chinese. PMID: 23648244.
6. Zheng H, Chen Y, Wang F, Gong X, Wu Z, Miao N, Zhang X, Li H, Chen C, Hou X, Cui F, Wang H.
Comparing live attenuated and inactivated hepatitis A vaccines: an immunogenicity study after
one single dose. Vaccine. 2011 Nov 8;29(48):9098-103.
7. Ma F, Yang J, Kang G, Sun Q, Lu P, Zhao Y, Wang Z, Luo J, Wang Z. Comparison of the safety and
immunogenicity of live attenuated and inactivated hepatitis A vaccine in healthy Chinese
children aged 18 months to 16 years: results from a randomized, parallel controlled, phase
IV study. Clin Microbiol Infect. 2016 Sep;22(9):811.e9-811.e15.
8. Xu ZY, Wang XY. Live attenuated hepatitis A vaccines developed in China. Hum Vaccin Immunother.
2014;10(3):659-66.
9. Letson GW, Shapiro CN, Kuehn D, Gardea C, Welty TK, Krause DS, Lambert SB, Margolis HS. Effect of
maternal antibody on immunogenicity of hepatitis A vaccine in infants. J Pediatr. 2004
Mar;144(3):327-32. doi: 10.1016/j.jpeds.2003.11.030. PMID: 15001936.

File
: 149-1609938047.pdf
วันที่ตอบ : 06 ม.ค. 64 - 20:00:47




พัฒนาระบบโดย ภานุชญา มณีวรรณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110