ให้บริการโดยคณาจารย์ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสุขภาพ


คำชี้แจง "เว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการ ศึกษา การแลกเปลี่ยนความรู้ และให้ข้อมูลเรื่องยาในกรณีทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือเพื่อการรักษาในกรณีที่จำเพาะเจาะจง และความเห็นสำหรับกรณีเฉพาะหนึ่ง จะไม่สามารถประยุกต์ใช้กับผู้อื่นได้โดยตรง หากมีปัญหาเรื่องโรคโปรดปรึกษาแพทย์ หากมีปัญหาเรื่องยา โปรดปรึกษาเภสัชกร หรือปรึกษาผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนั้นด้วยตนเองเท่านั้น"

Search :
ผู้ป่วยอายุ 60 ปี มีอาการปวดที่ส้นเท้า ได้ยาแก้ปวดร่วมกับ prednisolone 10 mg 1x1 อยากทราบว่าการได้ยา steroids ในระยะสั้น 5-7 วัน จะมีผลเสียอะไรมั้ย
[รหัสคำถาม : 209] วันที่รับคำถาม : 25 ก.พ. 64 - 10:37:15 ถามโดย : บุคคลทั่วไป

เข้าระบบเพื่อตอบคำถาม

No : 1

จาก WHO pain management guidelines 2009[1] มีแนวทางในการรักษาอาการปวด โดยพิจารณาจากระดับความรุนแรงของการปวด เป็น 3 ขั้น ดังนี้
1. อาการปวดชนิดไม่รุนแรง (คือมีระดับความปวดเท่ากับ 1-3 เต็ม 10) การรักษาด้วยยา ได้แก่ พาราเซตามอล 650 มก. ทุก 4ชั่วโมง หรือ ไอบูโพรเฟน 400 มก. ทุก 4 ชั่วโมง โดยอาจใช้ร่วมกับยาเสริม (Adjuvants)*
2.อาการปวดชนิดปานกลาง (คือมีระดับความปวดเท่ากับ 4-6 เต็ม 10) แนะนำให้ใช้ยาร่วมกัน เช่น ยาพาราเซตามอล 325 มก. ร่วมกับ โคเดอีน 30 มก. ทุก 4 ชั่วโมง หรือ ยาพาราเซตามอล 325 มก. ร่วมกับ โคเดอีน 60มก. ทุก 4 ชั่วโมง หรือ ยาพาราเซตามอล 325 มก. ร่วมกับ อ๊อกซีโคโดน 5 มก. ทุก 4 ชั่วโมง โดยอาจใช้ร่วมกับยาเสริม (Adjuvants)*
3.อาการปวดชนิดรุนแรง (คือมีระดับความปวดเท่ากับ 7-10 เต็ม 10) แนะนำให้ใช้ยา มอร์ฟีน 5‐10 มก. ทุก 4 ชั่วโมง สามารถเพิ่มระดับยาได้จนอาการปวดดีขึ้น หรือใช้ เฟนตานีล 25 มคก./ชั่วโมง ร่วมกับ มอร์ฟีน 5 มก. ทุก 2 ชั่วโมง
*ยาเสริม (Adjuvants) ในที่นี้ ได้แก่ ยาในกลุ่มยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), ยาต้านซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก (เช่น Nortriptyline, Desipramine, Amitriptyline) หรือ ยาในกลุ่มรักษาอาการชัก (เช่น Gabapentin, Pregabalin, หรือ Carbamazepine)
ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สนับสนุนการใช้ยา Prednisolone ร่วมกับกับยาแก้ปวดในการรักษาอาการปวดชนิดเฉียบพลัน นอกจากนี้ พบว่าการใช้ยา Prednisolone ร่วมกับยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารมากขึ้น[2] ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่มีการสนับสนุนการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ร่วมกับยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ในการรักษาอาการปวดชนิดเฉียบพลัน โดยผลการศึกษาของการวิเคราะห์แบบอภิมาน[3] ในปี ค.ศ. 2014 ที่ศึกษาความเสี่ยงของการใช้ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ต่อการเกิดภาวะเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้น พบว่าการใช้ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยากลุ่มสเตียรอยด์ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้นถึง 12.82 เท่า
นอกจากนี้ การศึกษาตามแผน[4] เพื่อศึกษาเปรียบผลข้างเคียงของการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานในระยะสั้น (5-30 วัน) พบว่า ผลข้างเคียงที่พบมากคือ ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร ( อุบัติการณ์เป็น 1.80 เท่าของคนที่ไม่ได้ใช้ยา), ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (อุบัติการณ์เป็น 1.99 เท่าของคนที่ไม่ได้ใช้ยา) และ หัวใจวาย (อุบัติการณ์เป็น 2.37 เท่าของคนที่ไม่ได้ใช้ยา)
โดยสรุป การใช้ยา Prednisolone ร่วมกับยาแก้ปวด ไม่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการปวดชนิดเฉียบพลัน ทั้งนี้ยังพบผลข้างเคียงที่อันตรายจากการใช้ยานี้ในระยะสั้นได้



เอกสารอ้างอิง

[1] World Health Organization,(2009). WHO’s Pain Relief Ladder. Available at www.who.int/cancer/palliative/painladder/en. Accessed December 14, 2020
[2] Ashraf Mozayani, Lionel Raymon. Prednisolone. Handbook of Drug interactions. Second edition. Houston: Harris County Institute of Forensic Science; 2018.
[3] GC Masclee, VE Valkhoff, PM Coloma, M Ridder, S Romio, MJ Schuemie et al. Risk of Upper Gastrointestinal Bleeding From Different Drug Combinations. Gastroenterology 2014;147:784–792. Available at https://www.gastrojournal.org/article/S0016-5085(14)00768-9/pdf. Accessed December 14, 2020
[4] Yao TC, Huang YW, Chang SM, Tsai SY, Wu AC, Tsai HJ. Association Between Oral Corticosteroid Bursts and Severe Adverse Events : A Nationwide Population-Based Cohort Study. Ann Intern Med. 2020 Sep 1;173(5):325-330.
วันที่ตอบ : 25 ก.พ. 64 - 10:40:44




พัฒนาระบบโดย ภานุชญา มณีวรรณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110