ให้บริการโดยคณาจารย์ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านยาและสุขภาพ


คำชี้แจง "เว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการ ศึกษา การแลกเปลี่ยนความรู้ และให้ข้อมูลเรื่องยาในกรณีทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือเพื่อการรักษาในกรณีที่จำเพาะเจาะจง และความเห็นสำหรับกรณีเฉพาะหนึ่ง จะไม่สามารถประยุกต์ใช้กับผู้อื่นได้โดยตรง หากมีปัญหาเรื่องโรคโปรดปรึกษาแพทย์ หากมีปัญหาเรื่องยา โปรดปรึกษาเภสัชกร หรือปรึกษาผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนั้นด้วยตนเองเท่านั้น"

Search :
ประจำเดือนคือเลือดเสียจริงหรือไม่ แล้วถ้าฉีดยาคุมแล้วสิวขึ้นเพราะร่างกายไม่ได้ขับเลือดเสียอกจริงหรอไม่คะ
[รหัสคำถาม : 48] วันที่รับคำถาม : 26 ม.ค. 63 - 16:22:55 ถามโดย : บุคคลทั่วไป

เข้าระบบเพื่อตอบคำถาม

No : 1

เยื่อบุโพรงมดลูกประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้น คือ ชั้นล่าง (Basalis) และ ชั้นบน (Functionalis) ในระยะที่ 1 ของรอบประจำเดือน ชั้นบนจะหนาขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมนของรังไข่ คือ เอสโตรเจน และในระยะที่ 2 ของรอบประจำเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมน โปรเจสเตอโรน ทำให้เยื่อบุมดลูกมีเนื้อหนาแน่นมาก เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาตั้งแต่ 1 ม.ม. (หลังจากระยะมีประจำเดือน) ถึง 8-10 ม.ม. (ตอนปลายสัปดาห์ที่ 3 ของรอบประจำเดือน) ถ้าไม่มีการผสมตัวของไข่และอสุจิในรอบประจำเดือนนั้น จะมีการลดระดับของโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกเหี่ยวลงทั้งหมด ทำให้เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นบนหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน [1] โดยระยะเวลาของรอบเดือนจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือน จนถึงการมีประจำเดือนในครั้งถัดไป โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 28 วัน ระยะเวลาในการมีประจำเดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 4-6 วัน[2]
ในปัจจุบันมีวิธีที่ป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิ หรือ ลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ คือ การคุมกำเนิด โดยวิธีการคุมกำเนิดมีทั้งการไม่ใช้ฮอร์โมน และการใช้ฮอร์โมน สำหรับวิธีการใช้ฮอร์โมนนั้น แบ่งเป็นแบบฮอร์โมนรวม (estrogen-progesterone) ได้แก่ ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน แผ่นแปะผิวหนัง ห่วงอนามัย ฉีด เป็นต้น และแบบฮอร์โมนเดี่ยว (progesterone) ได้แก่ ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน ฉีด ฝังใต้ผิวหนัง รวมถึง ยาคุมแบบฉุกเฉิน เป็นต้น [3]
ยาคุมกำเนิดชนิดฉีดที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่

แบบฮอร์โมนเดี่ยว (progesterone)
- Depot medroxyprogesterone acetate (DMPA), หรือที่เรียกว่า Depo-Provera Medroxyprogesterone acetate (MPA) เป็นอนุพันธ์ของฮอร์โมน progesterone โดยสามารถบริหารยาได้ทางการฉีดทางกล้ามเนื้อ (MPA 150 mg) และ ใต้ชั้นผิวหนัง (MPA 104 mg) ซึ่งยาคุมกำเนิดชนิดนี้ มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการตกไข่ได้ถึง 13 สัปดาห์ และเป็นชนิดที่มีจำหน่ายในประเทศไทย [8] และจากบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2561 medroxyprogesterone acetate จัดอยู่ใน บัญชี ก [9]
การใช้ฮอร์โมน progesterone แบบเดี่ยว นอกจากจะยับยั้งการตกไข่แล้ว ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพโดยการเพิ่มความข้นเหนียวของมูกบริเวณปากมดลูก เพื่อทำให้สเปิร์มเข้าไปปฏิสนธิกับไข่บริเวณท่อนำไข่ได้ยากขึ้น และทำให้ผนังมดลูกบาง ไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อนหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น และการคุมกำเนิดวิธีนี้ไม่สามารถใช้ป้องกันการติดต่อจากโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ [10]

แม้ว่ายาคุมกำเนิดชนิดฉีดจะเป็นที่นิยม มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพที่ดี และออกฤทธิ์ได้ยาวนาน แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ฮอร์โมน progesterone แบบเดี่ยวในการคุมกำเนิด ได้แก่ การขาดประจำเดือน (68%) น้ำหนักขึ้น (จากการบริหารทางใต้ชั้นผิวหนัง 6%; จากการบริหารทางกล้ามเนื้อ 37.7%) ปวดหัว (9-16.5%) ปวดท้อง (11.2%) รู้สึกกังวล (10.8%) มึนงง (5.6%) ความต้องการทางเพศลดลง (5.5%) การอักเสบจากการฉีดยาเฉพาะที่ (5%) [11][12] และ ปัญหาสิวที่เกิดจากฤทธิ์ทางเพศชาย (androgenic effects) ของฮอร์โมน progesterone (3-27%) [8] โดยจากการสืบค้นข้อมูลรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ประจำปี พ.ศ. 2560 ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พบว่า มีรายงานการเกิดสิว (acne) จากการใช้ medroxyprogesterone ถึง 2 รายงาน จัดเป็นประเภท น่าจะใช่ (probable) [13]

ดังนั้น ประจำเดือนจึงไม่ใช่เลือดเสียแต่อย่างใด เป็นเพียงการที่เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นบนหลุดลอกออกมา ในกรณีที่ไม่มีการผสมตัวของไข่และอสุจิในรอบประจำเดือนนั้น และการเกิดสิวจากการฉีดยาคุมกำเนิดนั้น เกิดจากผลข้างเคียงของฮอร์โมน progesterone ที่เป็นส่วนประกอบในยาฉีด

เอกสารอ้างอิง
1. รศ.พญ.เสริมศรี สินธวานนท์.เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก(The Endometrium).กรุงเทพ:โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย;2531.
2. Feingold KR, Anawalt B, Boyce A, et al. The Normal Menstrual Cycle and the Control of Ovulation. South Dartmouth (MA): MDText.com, Inc.;2000
3. Gorenoi V, Schönermark MP, Hagen A. Benefits and risks of hormonal
contraception for women. GMS Health Technol Assess. 2007;3:Doc06.
4. Thurman A, Kimble T, Hall P, Schwartz JL, Archer DF. Medroxyprogesterone
acetate and estradiol cypionate injectable suspension (Cyclofem) monthly
contraceptive injection: steady-state pharmacokinetics. Contraception.2013;87(6):738-43.
5. IARC Working Group on the Evaluation of Carcinogenic Risks to Humans. Combined estrogen-progestogen contraceptives and combined estrogen-progestogen menopausal therapy. 91st volume. Lyon,France: World Health Organization, International Agency for Research on Cancer ;2007. p.431-433
6. Senanayake P,Potts M. Atlas of contraception.2nd ed.London,UK :Informa healthcare;2008. p.50
7. MIMS Online Thailand.[Internet].2017.[cited 2020 January 15].Available from: http://www.mims.com/thailand/drug/info
8. Ramdhan RC, Simonds E, Wilson C, Loukas M, Oskouian RJ, Tubbs RS.
Complications of subcutaneous contraception: a review. cureus.2018;10(1):e2132.
9. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.บัญชียาหลักแห่งชาติ.2018.[cited 2020 January 15]. Available from : http://www.fda.moph.go.th.
10. Shrader SP, Ragucci KR. Contraception. In: DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey LM, editors. Pharmacotherapy: a pathophysiologic approach. 10th ed. New York: McGraw-Hill Education;2017. p.1282
11. Archer B, Irwin D, Jensen K, Johnson ME, Rorie J. Depot medroxyprogesterone.
Management of side-effects commonly associated with its contraceptive use. J
Nurse Midwifery.1997;42(2):104-11.
12. MICROMEDEX® [Database on the internet]. Medroxyprogesterone acetate. [cited 2020 January 15]. Available from : https://www.micromedexsolutions.com/micromedex2/librarian
13. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. Spontaneous Reports of ADRs. 2017. [cited 2020 January 15]. Available from : http://thaihpvc.fda.moph.go.th.

วันที่ตอบ : 26 ม.ค. 63 - 16:40:06




พัฒนาระบบโดย ภานุชญา มณีวรรณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110