สาระน่ารู้เรื่องยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป

ทำความรู้จักกับโรค kawasaki ที่ไม่ใช่ยี่ห้อรถมอเตอร์ไซค์

          โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) หรือโรคหัดญี่ปุ่น เป็นโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กถึงขนาดกลางทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจและหลอดเลือดในเด็กได้ ส่วนใหญ่มักเกิดกับเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี สาเหตุของโรคคาวาซากิยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว

อาการของโรคคาวาซากิ คือ มีไข้นานเกิน 5 วัน ร่วมกับมีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อคือ

          1. ลิ้นเป็นตุ่มสีแดงคล้ายสตรอเบร์รี่

          2. ปากแห้งและแดง หรือเป็นขุย

          3. ตาแดง

          4. มือเท้าบวมแดง

          5. ผื่นขึ้นตามตัว

          6. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคคาวาซากิในเด็ก

          1. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

          2. เด็กเพศชายมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคคาวาซากิมากกว่าเพศหญิง

          3. เด็กที่มีเชื้อสายเอเชีย

          การรักษาจำเป็นต้องได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดความเสียหายต่อหัวใจและหลอดเลือด โดยยาหลักในการรักษา ได้แก่ ยาแอสไพริน เพื่อลดการอักเสบของหลอดเลือด ป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน และยาอิมมูโนโกลบุลินให้ทางหลอดเลือดดำ เพื่อลดโอกาสเกิดหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง ร่วมกับการรักษาแบบประคับประคองตามอาการอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

          ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุ หรือเชื้อก่อโรคของการเกิดโรคที่แน่ชัด จึงยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคได้ ดังนั้นหากมีอาการต้องสงสัย ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อลดโอกาสเกิดหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

เอกสารอ้างอิง

1. Kawasaki disease. Mayo Foundation for Medical Education and Research. [internet]. 2024. [cited 2567 September 30]. Available form: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/kawasaki-disease/symptoms-causes/syc-20354598

2. อังควิภา ทรัพย์รุ่งเรือง. คาวาซากิ หรือ “โรคหัดญี่ปุ่นในเด็ก” สู่หลอดเลือดอักเสบเฉียบพลัน. [อินเตอร์เน็ต]. 2567. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/line/kawasaki-disease-or-japanese-measles-in-children-to-acute-vasculitis/

3. Centers for Disease Control and Prevention. Kawasaki Disease. [internet]. 2024. [cited 2567 October 3]. Available form: https://www.cdc.gov/kawasaki/about/index.html

4. National Health Service. Kawasaki Disease. [internet]. 2024. [cited 2567 October 3]. Available form: https://www.nhs.uk/conditions/kawasaki-disease/

บทความโดย

          อาจารย์ ภก.นันทพงศ์ บุญฤทธิ์ สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก และ นศภ. สกลภัทร ผดุงญาณ

         คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

©2025 by DICRXPSU

This work is licensed under CC BY-NC 4.0

การนำบทความนี้ไปเผยแพร่ หรือการคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความกรุณาอ้างอิงหรือขออนุญาตก่อนการเผยแพร่

 

 

เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในเด็ก

เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในเด็ก

          เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง พบการติดเชื้อในทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (เช่น โรคเบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ) 
 
 
          องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) รายงานว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ติดเชื้อไวรัส RSV จะเข้าโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 58,000 - 80,000 รายต่อปี และเสียชีวิตโดยเฉลี่ย 100 - 300 รายต่อปี รองลงมา คือ ผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี เข้าโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 60,000 - 160,000 รายต่อปี และเสียชีวิตโดยเฉลี่ย 6,000 -10,000 รายต่อปี
          เชื้อไวรัส RSV ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ โดยไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือ อาการแสดงจะเกิดหลังสัมผัสเชื้อภายใน 4-6 วัน และเมื่อป่วยจะสามารถแพร่กระจายเชื้อได้นาน 3-8 วัน อาการโดยทั่วไปอาจจะเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่อาการจำเพาะของเชื้อนี้ มักพบในเด็กเล็ก ซึ่งมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย (เช่น ไข้ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ) จนถึงรุนแรง (เช่น หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ซึมลง) การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ ไม่มียาสำหรับการรักษาโดยเฉพาะ และไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV แต่การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ได้แก่ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด สวมหน้ากากอนามัย กรณีเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป ควรสวมหน้ากากอนามัยให้เด็กเมื่อต้องออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการจูบและหอมเด็ก เพราะอาจเป็นการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว ไม่ควรพาเด็กไปเล่นในที่ที่มีเด็กเล่นอยู่ด้วยกันจำนวนมาก หมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่นเด็ก และแยกของใช้ส่วนตัว รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
 
เอกสารอ้างอิง
 
          1. กลุ่มงานโรคติดต่อในเด็ก กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคติดต่อในเด็ก 5 โรคที่สำคัญ ปี 2566. [อินเตอร์เน็ต]. 2567. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/ files/4148720240312035207.pdf.
          2. กลุ่มงานโรคติดต่อในเด็ก กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคติดเชื้อทางเดินหายใจเชื้อไวรัส RSV ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี. [อินเตอร์เน็ต]. 2567. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก http://www.khiansa.go.th/news/
 
บทความโดย
 
รศ.ดร.ภญ.วรนุช แสงเจริญ สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก และ นศภ. สกลภัทร ผดุงญาณ
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 
©2025 by DICRXPSU
This work is licensed under CC BY-NC 4.0
การนำบทความนี้ไปเผยแพร่ หรือการคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความกรุณาอ้างอิงหรือขออนุญาตก่อนการเผยแพร่

เชื้อไวรัส Respiratory syncytial virus (RSV) ในผู้ใหญ่

          RSV หรือ Respiratory syncytial virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อโรคในระบบทางเดินหายใจและพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่ในผู้สูงอายุมักจะพบอาการที่รุนแรงและทำให้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังอยู่เดิม 
          สำหรับประเทศไทยมักพบเชื้อไวรัส RSV ได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่ ข้อมูลจากการเฝ้าระวังพบว่าเชื้อ RSV มักจะเป็นสาเหตุของการเกิดปอดอักเสบรุนแรงในเด็กและผู้สูงอายุ

วาร์ฟาริน (warfarin) กับผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง

          วาร์ฟารินเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทาน มีข้อบ่งใช้ในการรักษาและป้องกันโรคลิ่มเลือดอุดตันบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายโดยมีกลไกการออกฤทธิ์คือไปยับยั้งการสังเคราะห์วิตามิน เค ซึ่งเป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือด การใช้ยาวาร์ฟารินจึงช่วยให้เลือดแข็งตัวช้าลงและลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้

ยาสามัญประจำบ้าน

ยาสามัญประจำบ้านคืออะไร

          "ยาสามัญประจำบ้าน" คือตัวยาที่กระทรวงสาธารณะสุขได้พิจารณาเอาไว้ว่าเป็นยาที่ประชาชนควรซื้อมา ไว้ประจำบ้านของตนเองเพื่อใช้ดูแลตัวเองจากอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน โดยยาสามัญประจำบ้านที่ถูกระบุไว้มีทั้งหมด 53 ชนิด นำมาใช้รักษาโรคสามัญได้ทั้งหมด 16 กลุ่ม

ยาสามัญประจำบ้านสังเกตอย่างไร

 
CONTACT US 074-288895
 
Send us a message pharmacy-dic@pharmacy.psu.ac.th
 
Visit us คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

หน่วยเภสัชสนเทศและบริการสังคม 

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

พัฒนาเว็บไซต์โดย ปฏิพล ภาพันธุ์

ดูแลระบบโดย อ.ภก.นันทพงศ์ บุญฤทธิ์

แนะนำการพัฒนาเว็บไซต์ได้ที่ nuntapong.b@psu.ac.th

All right reserved
© 2026 Your Company. Designed By JoomShaper